เ   ศ   ร   ษ   ฐ   กิ   จ   พ   อ   เ   พี   ย   ง        (ตัวอย่างการการขยายความนำสู่การปฏิบัติ โดย  เสรี พงศ์พิศ )

ปรัชญา

กรอบ

เกณฑ์

ตัวชี้วัด

พอประ มาณ

 

 

มีคุณธรรม

ถูกต้อง ดี งาม                       

แบ่งปัน ไม่เอาเปรียบคนอื่น

ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ 

คุณธรรมนำชีวิต นำธุรกิจการงาน

ไม่เอาเงินนำหน้า ปัญญาตามหลัง 

-          ไม่โกงกิน  โกงกินงบประมาณ โกงเวลา โกงทรัพย์สิน ของคนอื่น ของสำนักงาน องค์การ ของส่วนรวม

-          ไม่ใช้สารเคมี  เผาขยะ สร้างมลพิษ  ตัดไม้ทำลายป่า  ทำให้แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

-          มีธรรมาภิบาลบรรษัท (corporate governance) ไม่เอาเปรียบบริษัทอื่น กลุ่มอื่น ไม่หากำไรสูงสุด

-          ปฏิบัติธรรม ร่วมกิจกรรมทางสังคม  ทำบุญบ้างหรือไม่ เอาเปรียบผู้อื่น เพื่อนร่วมงานหรือไม่

-          แบ่งปันรายได้ของตนเอง ขององค์กร ของบริษัทให้คนอื่น ให้สังคมบ้างหรือไม่

-          พ่อแม่เป็นตัวอย่างทางคุณธรรมให้ลูกหรือไม่ สอนลูกเรื่องคุณธรรมหรือไม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยเงิน ด้วยทีวี ด้วยวัตถุ

-          ครูบาอาจารย์เป็นตัวอย่างที่ดีให้ศิษย์หรือไม่ หรือสอนแต่ไม่ทำ

-          หัวหน้าเป็นผู้นำที่ดี เป็นธรรมกับลูกน้อง เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้องหรือไม่  กฎระเบียบ ระบบรางวัลลงโทษเป็นธรรมหรือไม่ หรือเลือกปฏิบัติ

-          เคารพกฎระเบียบของสังคมหรือไม่ กฎจราจร การเสียภาษี และกฏหมายต่างๆ รวมทั้งระเบียบปฏิบัติข้อตกลงต่างๆ

รู้จักตัวเอง         รู้รากเหง้า   ภูมิใจ       เชื่อมั่น

รู้คุณค่าที่มาของตนเอง เอกลักษณ์  ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิใจในกำพืด ถิ่นฐานบ้านเกิด รากเหง้าเผ่าพันธุ์  บรรพบุรุษ ภูมิใจในของกิน ของใช้พื้นบ้าน กินอยู่แบบไทยๆ  วิถีไทย เข้าถึงคุณค่ามากกว่ายึดติดรูปแบบ

-          เคยกราบพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย อย่างน้อยปีละครั้ง ปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันเกิดท่านหรือไม่

-          อายไหมที่จะบอกว่าพ่อแม่เป็นใคร คนบ้านไหน จังหวัดไหน  ภูมิใจในบุพการีและถิ่นฐานบ้านเกิดหรือไม่

-          รู้จักประวัติความเป็นมาของบ้านเกิด ของบรรพบุรุษของตนหรือไม่

-          รับประทานพืชผักอาหารพื้นบ้านแบบรู้คุณค่า  ใช้ข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน แบบไทยๆ บ้างหรือไม่

-          สนใจเรียนรู้ ศึกษาคุณค่าความหมายของภูมิปัญญาไทยบ้างหรือไม่

-          พ่อแม่เคยสอนลูกให้เข้าใจเรื่องเหล่านี้หรือไม่  ทำตัวเป็นแบบอย่างให้ลูกหรือไม่

-          โรงเรียน สถาบันการศึกษาสอนเรื่องเหล่านี้ให้นักเรียนนักศึกษาหรือไม่  อย่างไร เพียงใด

-          สถาบันการศึกษาตระหนักในเรื่องเหล่านี้ คลุกคลี ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม มีปฏิสัมพันธ์และช่วยเหลือชุมชนและท้องถิ่นหรือไม่ (หรือคิดแต่ไปอินเตอร์ แต่ไม่รู้เรื่องหรือสนใจชุมชน-ท้องถิ่น)

มีชีวิตเรียบง่าย

พออยู่            พอกิน        พอใช้             

ไม่หน้าใหญ่ ไหลตามกระแส          รู้กาละและเทศะ  มีความสุขตามอัตภาพ  ขนาด ปริมาณที่พอดี        ไม่มากเกินไป ไม่ใหญ่เกินไป       ไม่ติดแบรนด์ 

คิดแต่สร้างภาพ                             ไม่ไหลตามกระแส                      ตามโฆษณาบ้าบริโภค

-          จัดงานบวช งานศพ งานแต่งงาน งานบุญ แบบไม่ให้น้อยหน้าคนอื่น แม้จะต้องเป็นหนี้สินมากมายหรือไม่

-          ซื้อข้าวของเครื่องใช้ รถยนตร์ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แพงเกินตัวหรือไม่

-          ชอบควักง่ายจ่ายเร็วจนเป็นหนี้สินมากมาย สร้างวงจรอุบาทว์ให้ตนเอง แบบเอากองนี่ไปใส่กองโน้น เอาบัตรนี้ไปจ่ายบัตรโน้นเวียนไปเวียนมาแบบหาทางออกไม่ได้ (ถ้าไม่ถูกล็อตเตอรี่ หรือต้องโกงถึงจะใช้หนี้ได้หมด)

-          สำรวจปริมาณเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าในตู้เสียใหม่ ว่ามากเกินไปหรือไม่ ให้คนอื่นไปบ้างได้ไหม

-          หน้าใหญ่ในการกิน การแต่งตัว เครื่องประดับ แม้จะต้องซื้อแพงๆ ใส่แค่ปีละหนก็ยอม

-          ชอบอวดร่ำอวดรวย ขึ้นเหลา เข้าโรงแรมหรูเพื่อให้ดูดี  ชอบเดินห้าง ชอปปิ้ง ไปเมืองนอกแม้ต้องกู้สหกรณ์

-          ติดแฟชั่น ไหลตามกระแส เปลี่ยนข้าวของตามโฆษณา กลัวน้อยหน้าคนอื่น หรือไม่รู้เท่าทันเล่ห์โฆษณาบ้าเลือด

-          ทำงานหาเงินแบบเอาเป็นเอาตาย จนไม่มีเวลาให้ครอบครัวหรือไม่ ตื่นขึ้นมาคิดแต่เรื่องจะหาเงิน จะรวย

-          เคยตั้งคำถามให้ตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ความสุขคืออะไร ทำอย่างไรจึงจะมีความสุข มีอะไรมากไปกว่าเงิน

-          พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในการดำเนินชีวิตหรือไม่ การใช้จ่าย การกิน การอยู่  ไปกินข้าวนอกบ้านสั่งอาหารเต็มโต๊ะ กินทิ้งๆ ขว้างๆ  ช่วยให้ลูกเข้าใจหรือไม่ว่า ควรเลือกอะไรระหว่าง “เงินกับชีวิต”

มีเหตุผล

มีหลักวิชา

กินอยู่อย่างมีข้อมูลอย่างมีคุณภาพ ตัดสินใจด้วยข้อมูล ความรู้

“รู้เขา รู้เรา”  รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ไม่ทำตามๆ กัน

รู้ตัวเอง รู้ท้องถิ่น รู้ศักยภาพ  รู้ “ทุนชุมชน”  รู้ปัญหา  รู้โลกาภิวัตน์  แสวงหาความรู้  ศึกษาในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของตนเอง

-          สนใจหาข้อมูลของกิน ของใช้ที่ซื้อจากตลาดหรือไม่  คุณค่าอาหาร สารเคมีตกค้าง องค์ประกอบต่างๆ

-          สนใจติดตามข่าวสารบ้านเมือง สนใจอ่านหนังสือหาความรู้ ข้อมูลข่าวสารให้ทันโลกหรือไม่

-          ชอบดูแต่ละครทีวี เกมโชว์  รายการบรรเทิง ไม่สนใจรายการที่มีสาระและความรู้ หรือไม่

-          มีข้อมูลความรู้เรื่องทุนของท้องถิ่นหรือไม่ หรือชอบแต่เลียนแบบคนอื่น เห็นเขาทำอะไรรวยก็ทำตามเขา  เข้าใจหรือไม่ว่า ทุนทรัพยากรมีอะไรบ้าง ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคมหมายถึงอะไร มีอะไรบ้าง

-          สนใจหาความรู้และลงมือทำกินทำใช้เองบ้าง โดยไม่ต้องซื้อหมดทุกอย่างหรือไม่ เช่น ทำน้ำยาล้างจานเอง ปลูกพริก มะเขือ ผักสวนครัวทดแทนการซื้อจากตลาดบ้าง ถ้ามีที่ดินหรือที่ว่าง

-          พยายามขวนขวายหาความรู้ การฝึกอบรม การเรียนต่อตามศักยภาพหรือไม่ หรือคิดว่าพอแล้วทุกอย่าง

-          ไปร่วมการประชุม หรือการอบรมสัมมนาบ้างหรือไม่เมื่อมีโอกาส

มีแผน

มีแผนชีวิต  ครอบครัว                                แผนชุมชน  แผนยุทธศาสตร์        แผนงานองค์กร                          แผนงบประมาณครอบครัว      รายรับ รายจ่าย หนี้สิน                     แผนการลงทุน   

แผนเศรษฐกิจพอเพียง

-          เคยทำบัญชีครัวเรือนหรือไม่ รายรับ รายจ่าย หนี้สิน  แผนงบประมาณประจำปี แผนการศึกษาของตนเเอง ของลูก

-          มีแผนการใช้หนี้สินให้หมด หรือให้อยู่ในระดับที่ไม่เดือดร้อนครอบครัวและองค์กรหรือไม่

-          มีแผนการลดพลังงาน แผนการใช้จ่ายค่าน้ำมัน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์อย่างเป็นระบบหรือไม่

-          มีแผนการลดอบายมุข เหล้า บุหรี่ สิ่งไม่ดีต่างๆ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวอบอุ่นขึ้น

-          แผนการลงทุน มีการทำข้อมูล การศึกษาความเป็นไปได้ที่ดีพอก่อนจะลงทุนทำอะไรหรือไม่

-          มีการดำเนินงานเป็นขั้นเป็นตอน อย่างมีหลักวิชาหรือไม่

-          มีข้อมูลและหลักในการทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร หน่วยงาน ที่รับผิดชอบหรือไม่ หรือทำแบบนั่งเทียนเขียนแผน หรือไปลอกแผนคนอื่น เปลี่ยนแต่เพียงตัวเลข

-          แผนการออม และการสร้างสวัสดิการให้ตนเองและครอบครัวมีหรือไม่  สำหรับหน่วยงานที่ดูแลมีหรือไม่

-          แผนเศรษฐกิจพอเพียง วางเป้าหมายและวิธีการให้ลดค่าใช้จ่ายลงร้อยละ ๒๕ หรือไม่ (หนึ่งในสี่)

เป็นมืออาชีพ

คุณภาพ มั่นคง ยั่งยืน (quality, consistency, sustainability)  “อิทธิบาทสี่” (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) ใจรัก รู้จริง รู้รอบ รู้ลึก     ทำดีมีคุณภาพ ด้วยความสม่ำเสมอ  

-          ทำงานด้วยความรู้ความสามารถแบบคนรู้จริงหรือไม่  มีความพยายามเรียนรู้ พัฒนาตนเองหรือไม่ ไม่ว่าจะอาชีพอะไร เกษตรกรก็ต้องรู้จริงในฐานะเกษตรกร อาชีพอะไรก็ต้องรู้จริงในอาชีพของตนเอง

-          มีความสม่ำเสมอ หรือว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผีเข้าผีออก ทำงานตามอารมณ์ อยากทำก็ทำ หรือไม่

-          ไม่ทำอะไรแบบชั่วคราว แต่ทำด้วยความมั่นคง ให้เกิดความยั่งยืน หรือไม่  เช่น พอมีงบก็ทำ ไม่มีก็เลิก มีคนมาส่งเสริมก็ทำไม่มีคนส่งเสริมก็ไม่ทำ

-          ทำด้วยหลักการที่ดี มีข้อมูล ความรู้ และมี “ปัญญา” อันเป็นรากฐานของการมีชีวิตและการทำงานที่ดี

มีภูมิคุ้ม กันที่ดี

ระบบชีวิตที่ดี

ครอบครัวอบอุ่น

มีความมั่นคงในชีวิต

ลูกได้รับการเลี้ยงดูที่ดี

ลูกมีการศึกษาที่ดี

-          มีการจัดการชีวิตที่ดีหรือไม่  หรือเอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ รู้จักจัดเวลาพักผ่อนแบบพอเพียง มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาออกกำลังกายคลายเครียด มีเวลาไปสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูง มีเวลาไปทำบุญ

-          มีการจัดการเรื่องเศรษฐกิจในครอบครัวดีพอหรือไม่ มีระบบการใช้จ่าย มีความมั่นคง หรือมีหนี้สินเต็มไปหมด     มีแต่กู้ๆ ยืมๆ จากชาวบ้านเขาไปทั่ว ไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  ระบบการจัดการการใช้จ่ายไม่ดี

-          มีการดูแลการเรียนของลูกทั้งที่ในระบบ ในโรงเรียน นอกโรงเรียน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของลูกเพียงใด โดยไม่บังคับหรือสร้างความกดดันให้ลูกจนเกินไป เช่น การเรียนว่ายน้ำ ดนตรี กีฬา การติว เรียนพิเศษ ฯลฯ

-          มีการวางแผนอนาคตให้ลูกหรือไม่ เช่น ออมให้ลูกตั้งแต่เกิด เพื่อเป็นทุนการศึกษา  หรือการปลูกต้นไม้ให้ลูกจำนวนหนึ่งเพื่อให้เป็นทุนสร้างบ้านเมื่อแต่งงาน จะได้ไม่ไปตัดไม้ในป่า (กรณีตัวอย่างบ้านนาอีสาน)

ระบบเศรษฐกิจ สังคมชุมชนท้องถิ่นที่ดี

ชุมชนเข้มแข็ง

 มีระบบเศรษฐกิจชุมชน

สวัสดิการชุมชน 

เครือข่ายชุมชน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

วิสาหกิจชุมชน

เกษตรผสมผสาน 

สหกรณ์  

SMEs 

เน้นการผลิตเพื่อบริโภคในท้องถิ่น ก่อนพึ่งตลาดภายนอกหรือส่งออก

-          มีระบบการเรียนรู้ร่วมกันด้วยการทำแผนแม่บทชุมชนหรือไม่ และทำตามหลักของ “ประชาพิจัย” ซึ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เน้นการได้แผน ซึ่งอาจไม่ได้ผล หรือมีแผนอยู่แล้ว แต่ซุกไว้ที่ไหนก็ไม่รู้

-          ชุมชนมีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นหรือไม่ หรือมีแต่โครงการ เพราะมีเงินอัดฉีด เงินหมดก็เลิก มีคลัสเตอร์เศรษฐกิจชุมชน (ทำมากกว่าสิบอย่าง) ที่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อจากภายนอกลงได้  “หนึ่งในสี่” หรือว่าทำเพียงอย่างเดียวสองอย่างแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่มีฐานระบบเศรษฐกิจของชุมชน

-          ถ้าเป็นเกษตรกร มีการทำเกษตรผสมผสานหรือไม่ มีการติดตามผลและประเมินผลได้หรือไม่ ว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยกว่า “หนึ่งในสี่”  หรือปลูกแต่พืชเดี่ยว ไม่ข้าวก็มัน ไม่มันก็ยาง ไม่ยางก็ข้าวโพด

-          มีการจัดการเรื่องวิสาหกิจชุมชนที่ดีหรือไม่ หรือว่ามีแต่ “ธุรกิจชุมชน” ซึ่งมีคนไม่กี่คนที่ได้ประโยชน์ คนส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ผลิตเท่านั้น  (วิสาหกิจชุมชนต้องมีปัจจัย ๗ ประการ ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่วิสาหกิจชุมชน)

-          มีการลงทุนวิสาหกิจชุมชนหรือโครงการของส่วนรวมแบบเกินตัวและแบบเสี่ยงเกินไปหรือไม่

-          มีการประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) หรือไม่ มีประสิทธิภาพ และยังประโยชน์ให้ชุมชนเพียงใด

-          ชุมชนมีระบบสวัสดิการที่พึ่งตนเองได้มากน้อยเพียงใด มีการออม มีสวัสดิการ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ทุนการศึกษา      ความช่วยเหลือเมื่อมีภัยธรรมชาติ อุบัติภัย เหตุฉุกเฉิน และอื่นๆ มากน้อยเพียงใด 

-          ชุมชนมีระบบทุนของตนเองหรือไม่ การออม การสร้างสวัสดิการ การส่งเสริมการลงทุนในวิสาหกิจชุมชน

-          ชุมชนมีระบบสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือไม่  ดิน น้ำ ป่า อากาศ ดูแลกันอย่างไร ขยะจัดการอย่างไร

-          ชุมชนมีระบบสุขภาพของตนเองหรือไม่ อย่างไร “สร้างดีกว่าซ่อม” มีกิจกรรมอะไรบ้าง

-          มีเครือข่ายชุมชนอย่างน้อยในระดับตำบลหรือไม่ เครือข่ายเพื่อจัดการการผลิต การบริโภค การตลาด การจัดการเศรษฐกิจและสังคมของตนเอง เครือข่ายผู้นำเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของตำบล

-          มีระบบการจัดการเรื่องการเรียนรู้ การพัฒนาคนหรือไม่ มีศูนย์เรียนรู้ มีการฝึกอบรมในเรื่องอะไรหรือไม่ มีการส่งเสริมให้คนไปเรียนในระดับอุดมศึกษาหรือไม่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

-          ชุมชนมีระบบการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีอย่างไร  ความสมานฉันท์ทำกันอย่างไร มีผู้มีอิทธิพล ผู้กว้างขวาง ที่เอาเปรียบผู้อื่นหรือไม่ แก้ไขอย่างไร  ระบบอุปถัมภ์ยังคงอยู่มากน้อยเพียงใด

-          การซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งในทุกระดับมีหรือไม่  มีระบบป้องกันระยะสั้นระยะยาวอย่างไร

ระบบการจัดการองค์กร  ที่ดี

องค์กร หน่วยงานรัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ มีธรรมาภิบาลบรรษัทระบบการจัดการที่ดี

มีผู้นำและผู้ตามที่ดี

ผู้นำสร้างแรงบันดาลใจ

ทำให้ทุกคนใจดี ใจกว้าง ใจสู้ ใจถึง  (เข้าใจ - เข้าถึง)

 

-          หน่วยงาน องค์กรมีคุณธรรม  คุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ หรือไม่

-          มีระบบที่ดี กฎระเบียบเอื้อต่อการทำงานเป็นทีม ไม่เอาแต่แข่งขันกันเอง แต่ร่วมมือหรือไม่  “ระบบดีทำให้คนทำถูกได้ง่าย ทำผิดได้ยาก”

-          เป็นผู้นำที่ดีหรือไม่  ผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจมากกว่าบังคับ มากกว่าเน้นการใช้กฎระเบียบ ขู่เข็ญ  ลงโทษ หรือว่าเน้นที่การสร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน เจ้าหน้าที่ และระหว่างพวกเขา และกับลูกค้า ภาคีนอกองค์กร

-          เป็นผู้ตามที่ดีหรือไม่  เป็นผู้เรียนรู้ที่ดีจากผู้นำ จากการทำงาน จากประสบการณ์ อ่อนน้อมถ่อมตน รู้กาละเทศะ

-          มีการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรหรือไม่ หรือปล่อยให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แอบไปลงทะเบียนเรียนปริญญาตรี โทเอกเอาเอง  ไม่ส่งเสริมแล้วยังกีดกันหรือไม่

-          มีการส่งเสริมการฝึกอบรมระยะสั้น ระยะยาวให้พนักงาน เจ้าหน้าที่อย่างพอเพียงและถ้วนหน้าหรือไม่

-          พนักงาน เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กรหรือไม่อย่างไร มีสหภาพ มีองค์กรตนเองหรือไม่

-          สร้างระบบที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของหน่วยงานอย่างไร

-          ป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในองค์กรอย่างไร

-          มียุทธศาสตร์องค์กรหรือไม่ เน้นผลลัพธ์มากเกินไปจนละเลยกระบวนการหรือไม่

-          มีการทำงานแบบบูรณาการหรือไม่ หรือต่างคนต่างสร้างอาณาจักรในฝ่าย กอง งานของตนเอง

-          มีระบบการวัดผล ประเมินผลองค์กร และบุคลากรอย่างไร เป็นธรรมหรือไม่

-       พนักงาน เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างมีความสุขหรือไม่  ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่