Black Ribbon

phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 5 กรกฎาคม 2560

มีคำโหญ่หรือคำโต (jargon) ถูกนำมาใช้ในระยะหลังๆ นี้บ่อย เช่น “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ซึ่งก็ใช้มาหลายปีแล้วโดยเฉพาะจาก “สภาพัฒน์ฯ” แต่ไม่แพร่หลาย เป็นคำที่ดีถ้ามีการอธิบายให้เข้าใจง่ายพร้อมแนวทางการทำให้โครงสร้างนี้เกิดและแข็งแรง

          ถ้าจะบอกว่า ปัญหาหนี้สินของประชาชน ปัญหาความรุนแรง ปัญหาการโกงกินหรือคอร์รัปชั่นในแทบทุกวงการล้วนมาจากรากฐานที่อ่อนแอของสังคมก็คงไม่ผิด เพราะเป็นสังคมที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่ไม่แข็งแรง รับน้ำหนักแรงกระเทือนจากการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ได้ เหมือนถนนที่ทำไม่ได้มาตรฐาน เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรไปมา

          คุณหมอประเวศ วะสีบอกว่า “สังคมไทยอ่อนแอทางปัญญา มีความรู้น้อย ใช้ระบบอำนาจเป็นใหญ่เนื่องจากขาดความรู้ เช่น ระบบราชการ คือ ตัวแทนขององค์กรเชิงอำนาจ มีแต่เน้นกฎหมาย ระเบียบ การสั่งการและการควบคุม ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะสังคมไทยปัจจุบันมีปัญหาที่ซับซ้อนและยากต่อการแก้ไขมากขึ้น”

สยามรัฐรายวัน 21 มิถุนายน 2560

ลำไย ไหทองคำ โชคดีที่ได้คนระดับนายกรัฐมนตรีช่วยโปรโมต ดังอยู่แล้วเลยดังขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่เรื่องราวของเธอก็ไม่ได้แตกต่างไปจากนักร้องอีกหลายคนเท่าใดนัก ที่แต่งตัว ร้องเต้นบนเวทีวงดนตรีลูกทุ่ง หมอลำซิ่งในงานต่างๆ ซึ่งก็นุ่งห่มพอๆ กัน พูดจาตลกโปกฮาสองง่ามสามแง่เช่นเดียวกัน

                คำหลักของเรื่องทั้งหมดนี้อยู่ที่คำว่า “เพศ” ซึ่งเป็นเรื่อง “ต้องห้าม” ภาษาอีสานเรียกว่า “คะลำ”  ภาษามานุษยวิทยาที่ยืมมาจากฟิจิและตองก้าในหมู่เกาะทะเลใต้เรียกว่า “ตาบู” (taboo)

                เมื่อเป็นเรื่องต้องห้ามตามประเพณีก็ทำให้เกิดความเครียด เป็นความกดดันทางวัฒนธรรมที่ต้องหาทางออก ทางระบายออกมาทาง “ศิลปะ” พื้นบ้านที่สร้างความสุขสนุกสนานต่างๆ อย่างลิเก หมอลำ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว หนังตะลุง จิตรกรรม สถาปัตยกรรม

Wednesday, 14 June 2017 15:35

คำที่ควรเลิก

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 14 มิถุนายน 2560

สังคมไทยชอบใช้คำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ถ้าไปดูประเทศพัฒนาอื่นๆ จะพบคำนี้น้อยมากหรือแทบจะไม่ใช้กันเลย เขารู้ว่าสิทธิและหน้าที่ของประชาชนคืออะไร ขณะที่ประเทศไทยคนมีอำนาจ “มีสิทธิ” และประชาชนคนทั่วไป “มีหน้าที่”

                คนมีสิทธิก็ออกฏหมาย กฎระเบียบต่างๆ ทำแผนงาน โครงการ และให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ให้มีส่วนร่วมด้วย “การทำประชาคม” โดยระดมคนมาประชุมกันสักชั่วโมงแล้วยกมือเห็นด้วยไม่เห็นด้วย หรือทำประชาพิจารณ์แบบจัดตั้ง แบบหลอกๆ ในหลายกรณี (แล้วอธิบายด้วยทฤษฎีมีส่วนร่วมน่าเชื่อถือว่า ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผลประโยชน์ บลา บลา บลา )

                เป็นเวลานานมากแล้วที่เราใช้คำว่า “คืนอำนาจให้ประชาชน” จนเบื่อที่จะพูด เพราะถูกบิดเบือนให้กลายเป็นคำอธิบายประชาธิปไตยที่หมายถึงแต่เพียงการไปเลือกตั้ง แต่ 30 กว่าปีก่อนเริ่มมีการขยายความว่า “คืนการศึกษาให้ประชาชน” “คืนสุขภาพให้ประชาชน” “คืนการพัฒนาให้ประชาชน”