phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 1 พฤษภาคม 2556

หนี้สินเป็นปัญหาเมื่อไม่สามารถจัดการได้ ดูเหมือนว่าวันนี้ ปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะเงินในอนาคตถูกนำมาใช้จนหมด รายได้ไม่ทันรายจ่าย เงินใช้หนี้มีไม่พอ เพราะแม้จะกินก็ยังไม่มี จะเอาอะไรไปใช้หนี้

    หนี้เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนความไม่สามารถปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงของผู้คน ระบบโครงสร้างสังคมไม่ได้ช่วย ไม่ได้เอื้อให้คนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้  ส่วนใหญ่เป็นคนจน คนชายขอบ คนที่เป็นฐานหนุนให้นักการเมืองได้รับเลือก คนที่ถูกซื้อด้วยโครงการประชานิยม

    หนี้สินส่วนหนึ่งมาจากโครงการประชานิยม ที่อำนวยความสะดวก หาเงินให้กู้ เพิ่มกองทุน ออกบัตรสารพัดรูปแบบ อีกด้านหนึ่ง ทุนนิยมก็กระหน่ำซ้ำเติมกระตุ้นการบริโภคแบบไร้ขอบเขต โฆษณาบ้าเลือด สร้างค่านิยมผิดๆ ให้คนอยากมี อยากได้ ไม่สนใจว่าจะกินเกินได้ ใช้เกินมี เป็นหนี้เป็นสินเท่าไร

    นักธุรกิจเป็นหนี้ร้อยล้านพันล้านหมื่นล้าน สถาบันการเงินประนอมหนี้ ให้มีแผนฟื้นฟูหนี้  คนจนเป็นหนี้ไม่กี่หมื่นบาทไม่มีวิธีช่วยเหลือ ปล่อยให้ดอกเบี้ยบานจนจากหมื่นกลายเป็นแสน เป็นหลายแสน ซึ่งสำหรับคนจนส่วนใหญ่เป็นอะไรที่เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

 

สยามรัฐรายวัน 24 เมษายน 2556

         ปัญหาหมาที่ถูกจับไปทำเนื้อ ส่งออกไปต่างประเทศ ถูกประท้วงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดบรีจิตต์ บาร์โด ดาราชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังในอดีตได้ออกโรงขอให้นายกรัฐมนตรีไทยไปดูยูทูบที่คนไทยทำเองและโพสท์ให้คนทั่วโลกได้เห็นการทารุณกรรมหมาในประเทศไทย

          ความจริง การกินเนื้อหมาแพร่หลายในหลายประเทศ อย่างจีน เวียดนาม เกาหลี ฟิลิปปินส์ ที่ทำกันอย่างเป็นธุรกิจก็ที่เวียดนามและที่เกาหลี มีร้านขายอาหารเนื้อหมาอยู่ทั่วไป ตอนกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก มีการประท้วงจากหลายกลุ่มในหลายประเทศ ขู่บอยคอตไม่ไปชมกีฬา คนเกาหลีบอกว่า ไม่อยากดูก็ไม่ต้องมา แต่พวกเขาจะไม่ปิดร้านอาหารเนื้อหมา และไม่เลิกกิน

          ความแตกต่างของเกาหลีกับของไทยอยู่ที่การจัดการ เกาหลีมีการออกกฏหมายให้เลี้ยงหมา ทำฟาร์มหมาเพื่อเป็นอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ถูกอนามัย และถูกหลัก “มนุษยธรรม”

          เกาหลีไม่มีหมาจรจัด เร่ร่อน ไม่มีปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เพราะมีการจัดการ มีการทำหมัน ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบไทยๆ แล้วเอาไปปล่อยวัด หรือปล่อยให้จรจัดตามเวรตามกรรม  ไม่ทำหมันหมา ปล่อยให้ออกลูกออกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง เลือกเอาแต่ตัวผู้ไปเลี้ยง ตัวเมียก็เร่ร่อน

 

สยามรัฐรายวัน 17 เมษายน 2556

สงกรานต์ปีนี้มีคนไปเที่ยวตลาดน้ำ ตลาดเก่าแก่โบราณกันมาก ไม่ว่าตลาดน้ำอัมพวา สามชุก เชียงคานและอีกหลายแห่งที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ใช่ทุกแห่งที่เกิดแล้วโต ตายไปก็มาก ไม่โตก็มี
 
     ใครที่รู้ประวัติของตลาดน้ำสามแห่งที่กล่าวถึงตอนต้นก็จะเข้าใจว่า ทำไมทั้งสามแห่งถึงโด่งดังและเติบโตจนแทบไม่มีที่เดินในวันหยุดเทศกาล
 
     ทั้งสามแห่งมีประวัติศาสตร์ มีความเป็นมา มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สืบทอดและฟื้นฟูวิญญาณของท้องถิ่นนั้นๆ ให้กลับมีชีวิต มีเสน่ห์ มีคุณค่า เพราะเรียบง่าย ไม่เสแสร้าง ไม่ตบแต่งจนเกินจริง ขนมก็ดี อาหารก็ดี ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่นำมาแสดงมาขาย ส่วนใหญ่ก็มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
 
     มีตลาดน้ำอีกหลายแห่งที่อยู่ได้ไม่นานก็ล้มหายตายจาก คนไปเที่ยวครั้งเดียวก็เข็ด แล้วยังบอกต่อๆ ไปว่า อย่าไปให้เสียเวลา เพราะไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ที่ไปถ่ายรูปบ้าง ไปซื้อของแบบตามตลาดนัดตลาดคลองถมบ้าง อาหารการกินก็หาซื้อหากินที่ไหนก็ได้ แถมแพงอีกต่างหาก ยังเก็บค่าจอดรถอีก ค่าห้องน้ำอีก