phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 14 สิงหาคม 2556

คนสองคน เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าด่าว่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีเหตุผล อาจลงท้ายด้วยการลงไม้ลงมือเหมือนกับที่เกิดทั่วไปแม้แต่ในสภาอันทรงเกียรติในหลายประเทศ รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป 

คนสองคนเถียงกัน ต่างคนต่างพูด ที่หยุดพูดก็เพียงเพื่อจะได้พักเหนื่อยและสรรหาคำพูดที่ดุเด็ดเผ็ดมันมาตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้ตั้งใจจะฟัง อาจจะได้ยินแต่ไม่ได้ฟังว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร มีเหตุผลอะไร 

คนเราไม่ได้อยู่กันด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่อยู่ด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ญาณทัศนะ ซึ่งนักจิตวิทยายกให้เป็นอีก 3 องค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยกว่าสิ่งที่เราเรียกว่า เหตุผล

ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นเมื่อปาสกัล นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสบอกว่า หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก หัวใจในที่นี้เป็นตัวแทนขององค์รวมของชีวิต ที่รวมเอามิติต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง เป็นตัวแทนของความรู้สึกนึกคิดและจิตวิญญาณ ของคน

นักวิชาการภาษาชาวเยอรมันเคยรวบรวมคำว่า ใจ ในภาษาไทยได้ 300 กว่าคำ เช่น ดีใจ เสียใจ ใจดี ใจดำ ใจเย็น ใจร้อน ร้อนใจ ใจเสาะ ใจถึง เข้าใจ ปลอบใจ เกรงใจ ประหลาดใจ สนใจ เอาใจใส่ฯลฯ 

 

สยามรัฐรายวัน 7 สิงหาคม 2556

สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนได้ต้องเปลี่ยนจากฐานราก ชุมชนคือฐานรากของสังคม ถ้าชุมชนเข้มแข็ง สังคมก็จะเข้มแข็ง วันนี้สังคมอ่อนแอเพราะชุมชนอ่อนแอ อยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ถูกครอบงำจากคนที่มีอำนาจมากกว่า มีความรู้มากกว่า มีทุนมากกว่า 

     มีชุมชนจำนวนหนึ่งที่เข้มแข็ง แม้จำนวนไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอเพื่อยืนยันว่า ชุมชนเข้มแข็งไม่มีใครไปครอบงำพวกเขาได้ พวกเขาพึ่งพาตนเองได้ พึ่งพาตนเองแปลว่า คิดเองได้ ตัดสินใจเองได้ เลือกเองได้ ว่าจะอยู่อย่างไร จะเดินไปทางไหน เงินกับอำนาจไม่อาจครอบงำชุมชนเข้มแข็งได้

     การเรียนรู้เท่านั้นทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ อำนาจกับเงินทำให้ชุมชนอ่อนแอ วิ่งหาแต่งบประมาณและโครงการและเงินช่วยให้เกิดการพัฒนาได้ แต่การพัฒนาที่เอาเงินเป็นเป้าหมาย ได้ทำลายชุมชนตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เริ่มต้นด้วยความคิดที่ผิด สิ่งที่ตามมาจึงผิดหมด สับสนเรื่องคุณค่า ความถูกต้อง ดี งาม

     การเรียนรู้ที่ดีทำให้เกิดการพัฒนาจิตสำนึก นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่การท่องตำรา ท่องหนังสือ แต่เป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตตนให้เป็นหนึ่งเดียว การเรียนรู้จึงเกิดผลต่อชีวิตในทันที เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

สยามรัฐรายวัน 31 กรกฎาคม 2556 

สหกรณ์เครดิตยูเนียนมีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนีเมื่อประมาณ 160 ปีมาแล้ว เริ่มจากการออมทรัพย์ในหมู่คนจนในเมือง แล้วมีการริเริ่มทำในชนบท แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป เครดิตยูเนียนไม่ใช่ชื่อเดิมที่เริ่มต้น มาได้ชื่อนี้ที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว ส่วนที่ยุโรปก็มีชื่อต่างๆ กันไปในแต่ละประเทศ เช่น ไรฟ์ฟายเซนแบงค์ในเยอรมนีและออสเตรีย ราโบแบ็งค์ในเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

เครดิตยูเนียนเป็นสถาบันการเงินที่ประชาชนที่เป็นสมาชิกเป็น เจ้าของ จึงถือว่าเป็น สหกรณ์ และแพร่หลายไปกว่า 100 ประเทศ กว่า 50,000 แห่ง มีสมาชิกเกือบ 200 ล้านคน เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีกว่า 90 ล้านคน ในประเทศไทยมีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน 

วิกิพีเดียบอกว่ามี 3.6 ล้านคน ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทยบอกว่ามี 1,281,184 คน อาจเป็นได้ที่ของวิกิพีเดียรวมเอาเครดิตยูเนียนที่ยังไม่เป็นสหกรณ์ และอาจเป็นเพราะปัจจุบันเกิดมีชุมนุมสหกรณ์ขึ้นมาอีก 2 แห่ง แห่งหนึ่ง คือ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพื่อการพัฒนา ซึ่งสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นที่กำลังเป็นข่าว เป็นแกนนำก่อตั้ง ส่วนอีกชุมนุมฯ อยู่ทางภาคอีสานตอนกลาง

จากข้อมูลของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย มีสหกรณ์เครดิตยูเนียนอยู่ 1,314 แห่ง มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2505 และเริ่มก่อตั้งเครดิตยูเนียนแห่งแรกเมื่อปี 2508 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาสงเคราะห์ซอย 24 หรือที่เรียกกันว่า ซอยศูนย์กลางเทวา เขตติดต่อระหว่างดินแดงกับห้วยขวาง กรุงเทพฯ