phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน  20 มีนาคม 2556

พระสันตะปาปาองค์ใหม่เป็นชาวอาร์เจนตินาชื่อพระคาร์ดินัลฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ เป็นชาวละตินอเมริกาคนแรก ที่ได้รับเลือกเป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักรโรมันคาทอลิกซึ่งมีอยู่กว่าพันล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทยมีอยู่เพียงประมาณ 300,000 กว่าคน
 
     ศาสนจักรโรมันคาทอลิกมีแนวทางอนุรักษ์นิยม จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งกับสังคมอย่างชัดเจนหลายเรื่อง เช่น การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน การคุมกำเนิด การทำแท้ง บทบาทสตรีในศาสนจักร การแต่งงานของบาทหลวง
 
     แต่ที่เป็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียและความขัดแย้งอย่างรุนแรง คือ เรื่องการละเมิดทางเพศของบาทหลวงและผู้นำศาสนาระดับสูงกว่านี้บางคนต่อเด็ก เรื่องราวต่างๆ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมาอย่างครึกโครม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
 
     เมื่อเกิดเรื่องเหล่านี้ ศาสนจักรก็หาทางเยียวยาผู้ถูกละเมิด มีการชดเชยเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท ในสหรัฐฯแห่งเดียวมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งบางมณฑลคาทอลิกยื่นขอล้มละลายจากศาลเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าสินไหม
 

 

Thursday, 14 March 2013 20:58

โพลหรือโพย

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 13 มีนาคม 2556

คำอธิบายหรือคำแก้ตัวความผิดพลาดของการทำโพลการเลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา น่าจะสรุปบทเรียนเพราะโพลเหล่านี้เป็นของสถาบันอุดมศึกษา จะมาอ้างว่าถูกชาวบ้านหลอกบ้าง ทำผิดที่ผิดเวลาบ้าง ตามพรรคการเมืองไม่ทันบ้าง หรือคนให้คำตอบมั่ว แท้ที่จริงแล้ว น่าจะเป็นคนทำโพลที่มั่วมากกว่า
 
     สถาบันการศึกษาไม่เพียงแต่ควรยอมรับว่า ทำผิดพลาดเอง ทำไม่ถูกหลักวิชา แต่คนรับผิดชอบควรลาออก  แสดงความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นคงห้ามไม่ได้ที่คนเขาจะสงสัยว่า คุณทำโพลแบบทำโพยเพื่อรับใช้การเมือง

     สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากทำโพล ทำการสำรวจความเห็น สำรวจสถานการณ์ ทำการวิจัยให้ภาคธุรกิจ เขาจ้างให้ทำเพื่อนำผลไปใช้ในธุรกิจของเขา อันนั้นพอเข้าใจ แต่ถ้าหากไปรับจ้างพรรคการเมือง หรือทำโพลเพื่อเอาใจพรรคการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางตรงทางอ้อม อันนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา

     นี่เป็นคำอธิบายว่า ทำไมใครๆ เขาข้องใจและเบื่อพวกทำโพล โทร.ไปถามความเห็นก็ด่ากลับ ขอถามตามถนนก็ไล่ให้ไปไกลๆ ไปกดกริ่งประตู่บ้านก็ไม่ออกมาพบ หรือตะโกนสวนเมื่อรู้ว่ามาทำโพล

 

สยามรัฐรายวัน 6 มีนาคม 2556

โลกเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัยของการใช้สารเคมีในการเกษตรกำลังหมดไป ใครที่ยังคิดว่า สารเคมีมีอนาคตเป็นความหลงผิดหลงยุคอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ยังถูกครอบงำจากการโฆษณา เพราะผลประโยชน์มหาศาลจากสารเคมีที่ตกค้างในโกดังและที่กำลังเข้ามามีมากมายนัก จึงไม่เห็นมีนโยบายอะไรที่จริงจังจากภาครัฐและรัฐบาลที่ส่งเสริมการเลิกใช้สารเคมีและหันมาใช้อินทรีย์ชีวภาพ

      คนจำนวนมากจึงยังคงใช้สารเคมีกันต่อไปประหนึ่งว่าเป็นทางเดียวที่จะทำการเกษตรที่ได้ผลและคุ้มการลงทุน ยังเป็นเกษตรแบบเดิมๆ ที่ทำนาทำไร่ทำสวนโดยใช้ข้อมูลจากถุงปุ๋ย เลี้ยงสัตว์เลี้ยงปลาโดยใช้ข้อมูลจากถุงอาหารสำเร็จรูป

      เมื่อยังคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ก็คงเป็นหนี้เหมือนเดิมกันต่อไป เวียนว่ายอยู่ในวงจรอุบาทว์ของหนี้สินที่หาทางออกไม่ได้ เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ สารเคมีในเลือดที่สูงเกิน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ได้ขวนขวายหาข้อมูลหาความรู้และหาทางเลือกที่ดึกว่า

      นวเกษตร คือ เกษตรแนวใหม่ ที่ตั้งอยู่บนฐานคิดใหม่ เกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ ไม่ข่มขืนขูดรีดเอาจากดิน น้ำ ป่า เหมือนที่ผ่านมา เป็นเกษตรที่ทำให้ธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่เลวลง ดินดีขึ้น น้ำสะอาดขึ้น ป่าเพิ่มขึ้น สิ่งแวดล้อมและอากาศบริสุทธิ์ขึ้น