phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 27 มีนาคม 2556

วัฒนธรรมเป็นทุนอยู่แล้ว เพียงแต่ในยุคทุนนิยม คนคิดถึงทุนที่เป็นตัวเงิน เป็นอะไรที่กินได้ เราถึงได้พูดเรื่องการ “ขาย” วัฒนธรรมในการท่องเที่ยว การขายวัฒนธรรมในผลิตภัณฑ์โอทอป และอื่นๆ 
 
     ททท.ถึงได้ไปยุ่งกับบุญบั้งไฟ แห่เทียนพรรษา ผีตาโขน จนกลายเป็นเรื่องสนุกขบขันทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นของจริงจัง ไม่ใช่เรื่องหลอกเด็ก แต่การท่องเที่ยวไม่เคยถอดรหัสภูมิปัญญาเหล่านี้ เพื่อจะได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าและความหมายต่อชีวิตของชาวบ้านและชุมชน
 
     ทุนทางวัฒนธรรมไม่ได้มีแต่เฉพาะประเพณีที่ปรากฏอย่างชัดเจน แต่รวมถึงวิถีชุมชน ระบบคุณค่าซึ่งแสดงออกในชีวิตประจำวันในลักษณะต่างๆ หรือบางอย่างไม่ได้แสดงออกตรงๆ แต่เป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตของชุมชน เช่น ความเชื่อศรัทธาในศาสนา ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเคารพต่อบรรพบุรุษ พ่อแม่ปู่ย่ายาตาย ความเป็นพี่เป็นน้องตามสายเลือด หรือเป็นคนบ้านเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน
 
     เคยมีรายงานว่า คนไทยทำบุญติดอันดับต้นๆ ของโลกถ้าเทียบกับรายได้ของประชากร ดูแค่วัดวาอาราม กฐิน ผ้าป่า และการทำบุญในโอกาสต่างๆทั้งปีก็น่าเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง 
 

สยามรัฐรายวัน  20 มีนาคม 2556

พระสันตะปาปาองค์ใหม่เป็นชาวอาร์เจนตินาชื่อพระคาร์ดินัลฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ เป็นชาวละตินอเมริกาคนแรก ที่ได้รับเลือกเป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักรโรมันคาทอลิกซึ่งมีอยู่กว่าพันล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทยมีอยู่เพียงประมาณ 300,000 กว่าคน
 
     ศาสนจักรโรมันคาทอลิกมีแนวทางอนุรักษ์นิยม จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งกับสังคมอย่างชัดเจนหลายเรื่อง เช่น การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน การคุมกำเนิด การทำแท้ง บทบาทสตรีในศาสนจักร การแต่งงานของบาทหลวง
 
     แต่ที่เป็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียและความขัดแย้งอย่างรุนแรง คือ เรื่องการละเมิดทางเพศของบาทหลวงและผู้นำศาสนาระดับสูงกว่านี้บางคนต่อเด็ก เรื่องราวต่างๆ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมาอย่างครึกโครม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
 
     เมื่อเกิดเรื่องเหล่านี้ ศาสนจักรก็หาทางเยียวยาผู้ถูกละเมิด มีการชดเชยเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท ในสหรัฐฯแห่งเดียวมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งบางมณฑลคาทอลิกยื่นขอล้มละลายจากศาลเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าสินไหม
 

 

Thursday, 14 March 2013 20:58

โพลหรือโพย

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 13 มีนาคม 2556

คำอธิบายหรือคำแก้ตัวความผิดพลาดของการทำโพลการเลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา น่าจะสรุปบทเรียนเพราะโพลเหล่านี้เป็นของสถาบันอุดมศึกษา จะมาอ้างว่าถูกชาวบ้านหลอกบ้าง ทำผิดที่ผิดเวลาบ้าง ตามพรรคการเมืองไม่ทันบ้าง หรือคนให้คำตอบมั่ว แท้ที่จริงแล้ว น่าจะเป็นคนทำโพลที่มั่วมากกว่า
 
     สถาบันการศึกษาไม่เพียงแต่ควรยอมรับว่า ทำผิดพลาดเอง ทำไม่ถูกหลักวิชา แต่คนรับผิดชอบควรลาออก  แสดงความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นคงห้ามไม่ได้ที่คนเขาจะสงสัยว่า คุณทำโพลแบบทำโพยเพื่อรับใช้การเมือง

     สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากทำโพล ทำการสำรวจความเห็น สำรวจสถานการณ์ ทำการวิจัยให้ภาคธุรกิจ เขาจ้างให้ทำเพื่อนำผลไปใช้ในธุรกิจของเขา อันนั้นพอเข้าใจ แต่ถ้าหากไปรับจ้างพรรคการเมือง หรือทำโพลเพื่อเอาใจพรรคการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางตรงทางอ้อม อันนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา

     นี่เป็นคำอธิบายว่า ทำไมใครๆ เขาข้องใจและเบื่อพวกทำโพล โทร.ไปถามความเห็นก็ด่ากลับ ขอถามตามถนนก็ไล่ให้ไปไกลๆ ไปกดกริ่งประตู่บ้านก็ไม่ออกมาพบ หรือตะโกนสวนเมื่อรู้ว่ามาทำโพล