phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 10 ธันวาคม 2556

เนลสัน แมนเดลา ได้จากไปอย่างผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้หนึ่งของโลกปัจจุบัน ได้รับการยกย่องสรรเสริญและรำลึกถึงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ว่าเขาคือนักสู้เพื่อประชาชาติผู้ไม่เคยท้อถอยแม้ถูกจำคุกถึง 27 ปีเพื่อนำประชาชนที่ถูกกดขี่เดินทางไกลไปสู่อิสรภาพ นำประเทศที่แตกแยกไปสู่เอกภาพ
เขานำสังคมที่ขัดแย้งรุนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังให้คืนดี นำไปสู่ความเสมอภาค เสรีภาพ และภราดรภาพ ทำให้แอฟริกาใต้ไม่ได้มีแต่ความเจริญทางวัตถุอย่างเดียว แต่เป็นสังคมที่ผู้คนคืนสู่ความปรองดองสมานฉันท์ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่แบ่งแยกสีผิว ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย คนชนบทกับคนเมือง คนผิวสีกับคนผิวขาว

ในอัตชีวประวัติ (Long Walk to Freedom) ที่เริ่มเขียนในคุกและมาจบเอาหลายปีหลังจากถูกปล่อยตัว ตอนหนึ่งบอกว่า ข้าพเจ้าได้เดินบนหนทางยาวไกลไปสู่อิสรภาพ ได้พยายามที่จะไม่สะดุดล้ม ได้เดินพลาดหลายครั้ง แต่ข้าพเจ้าได้พบความลับว่า หลังจากที่ปีนเนินใหญ่ได้แล้ว ก็จะพบว่ายังมีเนินเขาอีกหลายลูกที่ต้องปีน ข้าพเจ้าได้ถือโอกาสหยุดตรงนี้สักพัก เพื่อชื่นชมทิวทัศน์อันสวยงามรอบตัวข้าพเจ้า และมองกลับไปดูหนทางยาวไกลที่ได้เดินมา แต่ข้าพเจ้าหยุดพักได้เพียงชั่วครูเท่านั้น เพราะที่มาพร้อมกับอิสรภาพคือความรับผิดชอบ และข้าพเจ้าไม่สามารถพักนาน เพราะทางเดินอันยาวไกลของข้าพเจ้ายังไม่สิ้นสุดŽ

วันนี้การเดินของเนลสัน แมนเดลาได้สิ้นสุดลงแล้ว เป็น 95 ปีที่มีคุณค่าไม่เพียงแต่สำหรับประเทศแอฟริกาใต้ แต่สำหรับมนุษยชาติ ที่ควรต้องเรียนรู้จากชีวิตของเขา จากเหตุการณ์ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเศรษฐกิจที่โชติช่วงชัชวาล แต่ตั้งอยู่บนโศกนาฎกรรมและความเลวร้ายทางสังคม

Wednesday, 04 December 2013 06:10

สภาประชาชน

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 4 ธันวาคม 2556

ถ้าไปค้นหาในรัฐธรรมนูญไทยที่ใช้กันวันนี้คงไม่พบคำว่า สภาประชาชนŽ แต่รัฐธรรมนูญมาจากประชาชน และ เจตจำนงŽ ของประชาชนยิ่งใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะเจตจำนงนั้นคือหัวใจของอธิปไตยของปวงชน (อังกฤษถึงไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร)

     เมื่อประชาชนเลือกผู้แทนเข้าไปในสภา ไม่ว่าด้วยวิธีเลือกตั้งลงคะแนนหรือด้วยการสรรหา ซึ่งเป็นวิถีประชาธิปไตยทั้งนั้น แล้วผู้แทนเหล่านั้นต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเองมากกว่าเพื่อสนองตอบเจตจำนงของประชาชน และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด พวกเขาย่อมหมดความชอบธรรมที่จะทำหน้าที่ต่อไป ถ้ายังยื้อเพื่ออยู่ในอำนาจ ประชาชนก็มีสิทธิลุกขึ้นมาร่วมมือกันหาทางออกจากวิกฤต

     เรื่องเช่นนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย หลายประเทศทั่วโลกก็เกิดสภาประชาชนในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบอบหนึ่งไปสู่อีกระบอบหนึ่ง และที่สุด สภาประชาชนก็เป็นฝ่ายชนะ ไปดูประวัติศาสตร์ของเยอรมนีตะวันตกตะวันออกเมื่อรวมชาติ และประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออกในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา

 

สยามรัฐรายวัน 27 พฤศจิกายน 2556

การเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปสู่ "ประชาธิปไตย" ที่แต่ละฝ่ายต่างอ้างในการต่อสู้นั้นดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น ชัดขึ้น ตกผลึกมากขึ้นอย่างแน่นอน แม้ว่าจะต้องผ่านความเจ็บปวด การนองเลือด การสูญเสีย เพราะเป็นกระบวนการปลดปล่อยไปสู่ความเป็นไทที่แท้จริง เป็นการวิวัฒน์ตนเองของจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์โดยรวมของสังคมไทย

     ประชาธิปไตยหมายถึงว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอธิปไตย ไม่ใช่เพียงผู้มีสิทธิไปออกเสียงเลือกใครสักคนไปทำหน้าที่แทนตัวเอง ในประเทศด้อยพัฒนาที่ประชาธิปไตยยังอ่อนเยาว์ ผู้แทนเหล่านี้มักสรุปเอาเองว่า มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำอะไรก็ได้ เพราะมาจากการเลือกตั้ง เพราะเป็นเสียงข้างมาก

     ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง พวกเขาจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ของประเทศชาติ แต่สิ่งที่ปรากฏกลับกลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ลุแก่อำนาจ ดูถูกประชาชน จนต้องลุกขึ้นมาแสดงตนเป็นเจ้าของอธิปไตยที่แท้จริง ขับไล่รัฐบาล วงจรอุบาทว์-วิภาษวิธีของการเมืองไทย