phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 31 กรกฎาคม 2556 

สหกรณ์เครดิตยูเนียนมีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนีเมื่อประมาณ 160 ปีมาแล้ว เริ่มจากการออมทรัพย์ในหมู่คนจนในเมือง แล้วมีการริเริ่มทำในชนบท แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป เครดิตยูเนียนไม่ใช่ชื่อเดิมที่เริ่มต้น มาได้ชื่อนี้ที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว ส่วนที่ยุโรปก็มีชื่อต่างๆ กันไปในแต่ละประเทศ เช่น ไรฟ์ฟายเซนแบงค์ในเยอรมนีและออสเตรีย ราโบแบ็งค์ในเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

เครดิตยูเนียนเป็นสถาบันการเงินที่ประชาชนที่เป็นสมาชิกเป็น เจ้าของ จึงถือว่าเป็น สหกรณ์ และแพร่หลายไปกว่า 100 ประเทศ กว่า 50,000 แห่ง มีสมาชิกเกือบ 200 ล้านคน เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีกว่า 90 ล้านคน ในประเทศไทยมีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน 

วิกิพีเดียบอกว่ามี 3.6 ล้านคน ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทยบอกว่ามี 1,281,184 คน อาจเป็นได้ที่ของวิกิพีเดียรวมเอาเครดิตยูเนียนที่ยังไม่เป็นสหกรณ์ และอาจเป็นเพราะปัจจุบันเกิดมีชุมนุมสหกรณ์ขึ้นมาอีก 2 แห่ง แห่งหนึ่ง คือ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพื่อการพัฒนา ซึ่งสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นที่กำลังเป็นข่าว เป็นแกนนำก่อตั้ง ส่วนอีกชุมนุมฯ อยู่ทางภาคอีสานตอนกลาง

จากข้อมูลของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย มีสหกรณ์เครดิตยูเนียนอยู่ 1,314 แห่ง มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2505 และเริ่มก่อตั้งเครดิตยูเนียนแห่งแรกเมื่อปี 2508 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาสงเคราะห์ซอย 24 หรือที่เรียกกันว่า ซอยศูนย์กลางเทวา เขตติดต่อระหว่างดินแดงกับห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

 

สยามรัฐรายวัน 24 ก.ค. 2556

บ้านเมืองนี้มีปัญหา ถ้าไม่แก้ไขทั้งระบบ ไม่แก้ที่รากเหง้า คงแก้ไม่ได้อย่างยั่งยืน นั่นก็พูดกันมากและพูดกันบ่อยแล้ว ในเวลาเดียวกัน ก็ควรพูดถึงหน้าที่ของแต่ละคนที่ควรทำ ไม่เอาแต่นั่งรอให้โครงสร้างเปลี่ยน ให้ระบบใหม่เกิดโดยไม่ทำอะไรเลย 

     นั่งด่าความมืดก็ใช่ว่าไฟฟ้าจะปรากฏขึ้นมาได้ ทำไมไม่จุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม ทำไมไม่ช่วยกันทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้ “ส่วนรวม” ดีขึ้น มีแสงสว่างส่องทางเดินโดยไม่ต้องรอไฟฟ้าจาก กฟผ.

     เข้าพรรษาเป็นเวลาที่ควร “ถอยหลังไปตั้งหลัก” สักนิด เพราะคนเราตั้งหลักได้ก็เดินหน้าได้ดีกว่า และมั่นคงกว่าเดิม การถอยไปตั้งหลักไม่ใช่ถอยไปแบบไม่ทำอะไรเลย หากแต่เป็นการกลับไปทบทวนชีวิต และไม่ใช่แต่เพียงนั่งคิดคำนึงบนเก้าอี้โซฟา แต่ลงมือทำ “อะไรสักอย่าง”

     เข้าพรรษาปีนี้ อาจารย์ พนักงาน นักศึกษา “มหาวิทยาลัยชีวิต” ทั่วประเทศแต่ละคนทำโครงงานเข้าพรรษาอยู่ 2 อย่างพร้อมกัน เรื่องที่หนึ่ง คือ การออมเงินทุกวัน วันละเท่าไรก็ได้ เมื่อออกพรรษาก็นำเงินที่ออมได้มารวมกันเป็นกองทุนมหาวิทยาลัยชีวิต เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ผู้ที่เรียนที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือที่เรียกกันว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต”

 

Wednesday, 17 July 2013 11:57

สำนึกชุมชน

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 17 กรกฎาคม 2556

การทำแผนแม่บทชุมชน หรือการทำประชาพิจัย (People Research and Development PR&D) เป็นเครื่องมือที่มูลนิธิหมู่บ้านได้สังเคราะห์จากบทเรียนของชุมชนทั่วประเทศเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีมาแล้ว เป็นอะไรที่เรียกว่า "นวัตกรรม" ได้อย่างเต็มปาก

     มูลนิธิหมู่บ้านได้เสนอโครงการวิจัยร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาเครื่องมือนี้ไปยังหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง แต่ได้รับการปฏิเสธ เห็นว่าการทำวิจัยไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านทำได้ เป็นเรื่องของนักวิชาการ เราจึงได้เสนอไปที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี จนได้เครื่องมือดังกล่าว และได้รับการยอมรับ ถูกนำไปใช้ทั่วประเทศ รวมทั้งหน่วยงานวิจัยไทยที่ปฏิเสธให้การสนับสนุน

     เครื่องมือนี้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกโดย UNDP และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ขอยืมไปใช้ในแอฟริกาและละตินอเมริกาหลังจากได้พบว่า เมื่อมีการนำเครื่องมือนี้ไปใช้ในการทำวิจัยชุมชนเข้มแข็งแก้ปัญหาเอดส์ที่เชียงใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากฮาร์วาร์ดแล้วได้ผลดี เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจริง

     เครื่องมือนี้เรียกว่า "ประชาพิจัย" แปลได้อย่างที่คุณหมอประเวศ วะสี เคยบอก คือ "การวิจัยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน" คนที่ทำการวิจัยหลักคือประชาชน ชาวบ้านเอง ไม่ใช่นักวิชาการไปทำให้ แล้วไปบอกชาวบ้านว่าได้ผลอะไร