phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 2 เมษายน 2557

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (28 มี.ค.-8 เม.ย. 2557) มาในช่วงอากาศร้อนอบอ้าว การเมืองระอุ พายุหน้านี้รุนแรงน่ากลัว มีเวลาก็น่าจะหลบความวุ่นวายทั้งหลายประดามี เข้าไปหาหนังสือดีๆ ที่มีให้เลือกเต็มศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติย์

     ถ้าไม่ใช่ในงานนี้ ที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ น่าจะหาโอกาสแวะเวียนไปตามร้านหนังสือเดือนละครั้งสองหน มีหนังสือออกใหม่วันละหลายร้อยปก คงจะมีสักเล่มสองเล่มที่เข้าตาเรา ซื้อหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งนับว่าเป็นมงคลแก่ชีวิต เพราะหนังสือคือขุมทรัพย์อันประเสริฐทางปัญญา คุ้มค่าเงินเป็นอย่างยิ่ง

     อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มอาจได้บางอย่างและหลายอย่างรวมกัน อย่างแรก อ่านเพื่อรู้ (read to know)ได้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ทำให้รู้อะไรต่ออะไรมากขึ้น อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ สารคดีท่องเที่ยว อาหารการกิน สุขภาพ เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม อะไรก็ได้ที่อยากรู้ ควรรู้ และต้องรู้

 

สยามรัฐรายวัน 26 มีนาคม 2557

ในยุคปฏิรูป มีคำ 2 คำที่ควรเลิกใช้คือ "การมีส่วนร่วม" กับ "การกระจายอำนาจ" เพราะสองคำนี้มีฐานคิดที่เอารัฐเป็นศูนย์กลาง รัฐคิด รัฐดำเนินการ แล้วให้คนอื่นเข้ามาร่วม คำว่า "กระจายอำนาจ" มาจากฐานคิดที่ว่า รัฐเป็นผู้มีอำนาจ รัฐบาลกลางมีอำนาจ งบประมาณก็อยู่ที่นี่ การคิดและการตัดสินใจก็อยู่ที่นี่

     รัฐธรรมนูญมาตรา 3 บอกว่า อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่รัฐยังอ้างอำนาจอธิปไตยและรัฐบาลยังอ้างอำนาจ ผูกขาดอำนาจเพียงเพราะ "มาจากการเลือกตั้ง" คนคิดแบบนี้เป็นพวก "ลดทอน" (reductionist) ที่ลดประชาธิปไตยลงมาเหลือเพียง "การเลือกตั้ง" ทั้งๆ ที่ประชาธิปไตยหมายถึงหลักสำคัญอย่างน้อย 3 อย่าง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค, นิติธรรม, และธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ ถ่วงดุลอำนาจ

     การผูกขาดอำนาจทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง และเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง ความแตกแยกที่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาและในขณะปัจจุบัน

สยามรัฐรายวัน 19 มีนาคม 2557

ผมไปคลุกคลีกับชุมชนในชนบท เริ่มเรียนรู้และทำงานพัฒนามาตั้งแต่ปี 2521 ทำได้ 5 ปีก็มานั่งประเมินงานกันในองค์กรพัฒนาเอกชนว่า ทำไมงานที่เราทำกับชาวบ้านจึงมักล้มเหลว ไม่ได้ดีไปกว่างานที่ข้าราชการไปทำกับชุมชนที่เรามักวิพากษ์วิจารณ์นั้นเลย

     เราสรุปว่า เราทำงานไม่ได้ผล เพราะจริงๆ แล้วเราไม่ได้เข้าใจชาวบ้าน ไม่ได้เข้าใจชุมชน ไม่ได้เข้าใจปัญหาของเขา ไม่ได้เข้าใจศักยภาพของพวกเขา เราคิดเอาเองว่าเราเข้าใจเขา แต่จริงๆ แล้วเราหลอกตัวเอง และโดนชาวบ้านหลอก ที่เขาแสดงออกว่ายอมรับสิ่งที่เราพูดและเสนอนั้น จริงๆ แล้วเป็นเพราะเรามีงบประมาณ มีโครงการไปให้พวกเขาต่างหาก

     เงินหมด โครงการหมด ชาวบ้านก็เริ่มหาโครงการใหม่ จากไหนก็ได้ งานพัฒนาจึงแปลว่าโครงการ แปลว่างบประมาณ ไม่ได้แปลว่าการพึ่งตนเอง การอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนอะไรเลย