phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 5 มิถุนายน 2556

แม่ค้าในตลาด คนทำร้านอาหาร คนขับแท็กซี่หลายคนพูดเหมือนกันว่า ปีนี้เศรษฐกิจแย่ รายได้ไม่ดีไม่ใช่แต่เฉพาะช่วงเปิดเทอม แต่เป็นมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว

ไปกินข้าวที่ร้านยอดฮิตที่เขาใหญ่ เจ้าของบอกว่า ปีกลายช่วงสงกรานต์ ช่วงหยุดเทศกาล คนแน่นร้าน เก็บจานแทบไม่ทัน ปีนี้มีประปรายจนถึงเงียบ ไม่รู้คนหายไปไหน คนขายผลไม้ก็พูดเหมือนกัน ไปด่านเกวียนก็ทำนองเดียวกัน บ่นว่าเงียบจนเหงา ไม่รู้จะเอาอะไรกินเพราะไม่มีรายได้

แท็กซี่คนหนึ่งบอกว่า ค่าแรงวันละ 300 บาทเป็นปัญหา ข้าวของขึ้นราคาหมด 300 บาท วันนี้น้อยกว่า 200 บาทปีก่อน เพราะวันนี้ได้ 300 บาทแล้วไม่มี "โอที" เพราะนายจ้างก็มีปัญหา เมื่อจ่ายรายวันมาก ไม่มีโอที หลายหน่วยงานก็อยู่ไม่ได้ เพราะผลผลิตน้อยลง คนทำงานอาศัย 300 บาทอย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะข้าวของ อาหารการกินแพงขึ้นมาก

แท็กซี่บอกว่า "ผมเช่ารถวันละ 900 บาท ขับวันละ 15-16 ช.ม. ค่าแก็สประมาณ 300 บาท วันหนี่งได้ 1,500 บาทก็ไม่พอกินไม่พอใช้ เพราะผมต้องให้ลูกสาวเรียน ม.2 ไปโรงเรียนวันละ 150 บาท" ถามว่าทำไมมากจัง เขาบอกว่า ค่ารถสองต่อไปกลับ ค่าอาหารเช้า-เที่ยง-เย็น 150 นี่ประหยัดแล้ว ตัวเขาเองและภรรยาก็ต้องกินต้องใช้ ไหนจะค่าเช่าที่พัก ถ้าไม่ได้ 1,800-2,000 ก็ต้องไปกู้

 

 

สยามรัฐรายวัน 29 พฤษภาคม 2556

 

เรียนรู้อย่างไรให้พัฒนาจิตสำนึก เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นโจทย์พื้นฐานของปรัชญาการศึกษา การเรียนรู้ที่ดี เป็นโจทย์ของการทำงานพัฒนาสังคมในทุกด้าน ทุกเรื่อง  

เมื่อ 20 ปีก่อน คนไทยกว่าร้อยละ 90 รู้เรื่องเอดส์ รู้ว่าเอดส์คืออะไร ติดต่อกันอย่างไรได้กี่ทาง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นๆ จากไม่กี่คนกลายเป็นแสนและเป็นล้าน  

คนทั่วไปรู้ว่าบุหรี่เป็นสิ่งเสพติด เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเองและผู้อื่น รู้ทั้งรู้ มีเขียนเตือนเขียนห้ามทั่วไป รวมทั้งบนซองบุหรี่ แต่ก็ยังเลิกไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะได้เสพจนติด การเลิกไม่ใช่เรื่องง่าย ประเภท ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้

 ที่สำคัญ คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสูบแต่เริ่มสูบบุหรี่ อันนี้เป็นปัญหาซับซ้อน เป็นเรื่องค่านิยม ความหลงผิด เข้าใจผิดคิดว่าเท่ คิดว่าดี คลายเครียด เห็นโฆษณาในลักษณะแอบแฝงที่ยังมีอยู่ทั่วไป เมื่อก่อน อเมริกันใช้หนังฮอลลีวู้ดเป็นสื่อโฆษณา วันนี้มีรูปแบบอื่นๆ ที่มาแบบแนบเนียนและแอบอิง

สยามรัฐรายวัน 22 พฤษภาคม 2556

โรงเรียนเปิดแล้ว จราจรจลาจลในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ รถตู้ รถสองแถว วิ่งขวักไขว่จากหมู่บ้านเข้าอำเภอ เข้าจังหวัด นำเด็กนักเรียนไปโรงเรียนในเมือง พร้อมกับข่าวการปิดโรงเรียนเล็ก โด่งดังในสื่อและโลกไซเบอร์ และค่อยๆ เงียบหายไป

น่าศึกษาเหตุผลของการดิ้นรนให้ลูกไปเรียนในเมืองของคนชนบท วันนี้หมู่บ้าน-ชนบทไทยแทบไม่ได้ต่างจากเมือง มีเหมือนกันเกือบทุกอย่าง ไฟฟ้า น้ำประปา ทีวี โทรศัพท์ ถนนลาดยาง ร้านสะดวกซื้อ ตลาด ร้านอาหาร รวมทั้งโรงนวด อินเทอร์เน็ต

 ขณะที่หมู่บ้านเปลี่ยนไป แต่โรงเรียนไม่ได้เปลี่ยน ส่วนใหญ่ยังเป็นตึกไม้เก่าๆ โทรมๆ ประตูหน้าต่างบางแห่งปิดไม่ได้ ฝนสาดแดดส่อง งบประมาณสนับสนุนต่อหัวอันน้อยนิดไม่เหลือเผื่อการซ่อมแซมที่กลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนไม่ถึงร้อยคน 

ครูใหญ่ในอดีตกลายเป็นผู้อำนวยการด้วยการเปลี่ยนชื่อ แต่งบประมาณไม่ได้เปลี่ยน วิธีคิดของคนไม่ได้เปลี่ยน ของกระทรวงไม่ได้เปลี่ยน ยังเป็นการศึกษารวมศูนย์ ทั้งการบริหารจัดการ ทั้งการจัดสรรงบประมาณ ทั้งหลักสูตรที่เคยอยากกระจายแต่กลับมาระจุกเหมือนเดิม