phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 2 ตุลาคม 2556

ความสับสนทำให้คนยึดถือรูปแบบแทนเนื้อหา เหมาเอาว่ารูปแบบคือเนื้อหาทั้งหมด เลยหยุดอยู่แต่เพียงที่รูปแบบ ไม่ได้เข้าถึงเนื้อหา ทำให้คนคิดว่าการศึกษาคือใบปริญญา ขอให้มีรูปรับปริญญาติดไว้ที่ฝาบ้าน เวลาไปสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าระดับใดก็มักเอารูปที่ตนเองใส่เสื้อครุยไปหาเสียง

     คนจำนวนมากไปเรียนปริญญาเอกเพียงเพราะอยากได้ชื่อว่าเป็นด็อกเตอร์ มีคำว่า "ดร." นำหน้าก็เท่แล้ว ไม่ได้สนใจเล่าเรียนอะไรจริงจัง ไม่อ่านหนังสือ ไม่ขวนขวายหาความรู้ ไม่ได้คิดอะไรใหม่ๆ วิทยานิพนธ์ปริญญาโทปริญญาเอกคิดชื่ออะไรไม่ออกก็จึงมักเริ่มต้นด้วยคำว่า "รูปแบบ" และส่วนใหญ่ก็ได้แต่รูปแบบ ไม่มีเนื้อหาสาระจริงๆ 

     ครูบาอาจารย์โรงเรียนประถมมัธยมไปประชุมสัมมนา หรือร่วมงานต่างๆ ขณะที่คนอื่นเขาแต่งตัวกันสุภาพธรรมดา คุณครูมักผูกไทด์ใส่สูท เหงื่อแตกท่วมตัวไม่เป็นไรขอให้ได้แต่งตัวโก้ๆ ไปออกงาน บางคนไปตีกอล์ฟกินไวน์ รายได้ต่ำรสนิยมสูง

     การศึกษาในมหาวิทยาลัยก็คล้ายกัน ได้แต่รูปแบบมากมาย ไม่ได้เนื้อหาสาระของการเรียนรู้ ต้องการให้คนคิดแบบเดียวกัน ทำแบบเดียวกัน แต่งตัวแบบเดียวกัน รับความคิดเห็นต่างไม่ค่อยได้ จึงได้แต่ท่องหนังสือ เรียนหนังสือ ไม่ได้รู้วิชาที่เอามาแก้ปัญหาพัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม

Wednesday, 25 September 2013 08:11

วินัยชีวิต

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 25 กันยายน 2556

การยึดติดรูปแบบ ละเลยเนื้อหาและกระบวนการ ทำให้ผู้คนคิดอะไรแบบผิวเผิน ลดทอนเรื่องที่ซับซ้อนลงมาเหลือเพียงเรื่องเดียวสองเรื่อง คิดว่าประชาธิปไตยหมายถึงการไปเลือกตั้ง คิดว่าการมีวินัย คือให้เด็กนักเรียนตัดผมเกรียน ให้นักศึกษาแต่งเครื่องแบบ

ถ้ารูปแบบเหล่านั้นสร้างวินัยให้คนได้ก็คงจะดี แต่หลายสิบปีที่ให้ตัดผมเกรียนเด็กไทยก็ไม่เห็นมีวินัยดีเด่อะไร หลายโรงเรียนยังตีกันฆ่ากันเหมือนนักเลงอันธพาล ทั้งๆ ที่ตัดผมสั้นแต่งเครื่องแบบนักเรียน มหาวิทยาลัยเคร่งครัดในเครื่องแบบ แต่คุณภาพการศึกษาไทยและสำนึกเพื่อสังคมของนักศึกษาก็ไม่ได้ดูดีเหมือนเครื่องแบบที่สวมใส่

คนในเครื่องแบบต่างๆ ก็ยังโกงบ้านกินเมือง คนมีสีทำหน้าที่รักษากฎหมายก็ละเมิดกฏหมายเสียเอง แม้แต่เครื่องแบบผ้าเหลืองยังเป็นข่าวในสื่อต่างๆ อย่างเหลือเชื่อว่า คนที่ถือศีล 227 ข้อ จะไร้วินัยได้ปานนั้น

 

สยามรัฐรายวัน 18 กันยายน 2556

ปัญหายางพารามีความซับซ้อน แต่ถ้าศึกษาให้ดี มีข้อมูลรอบด้านก็จะเข้าใจว่า ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ มียุทธศาสตร์ ชุมชนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่รอแต่ให้รัฐช่วย ถึงจุดที่รอไม่ได้ ทนไม่ไหวก็ไปปิดถนน 

สิ่งที่ลุงประยงค์ รณรงค์แนะนำเรื่องการแก้ปัญหายางพาราวันนี้ สำหรับรัฐบาล คือ ๑) การจำกัดปริมาณการปลูกยางพารา ไม่ว่าจะด้วยวีธีการทำโซนนิ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ การโค่นยางเก่า และเสนอทางเลือกอย่างอื่นให้เกษตรกร ๒) การพัฒนาคุณภาพยาง พันธุ์ยาง การพัฒนาดิน ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ๓) การแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ๔) พัฒนาความร่วมมือจริงจังกับประเทศปลูกยางโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน

ประเทศมาเลเซียลดพื้นที่ปลูกยางลง เน้นการแปรรูป การวิจัยและพัฒนา ทำให้มูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทำการเกษตรอย่างอื่นแทนยางพารา ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างที่ไทยกำลังเผชิญ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไล่หลังในด้านปริมาณการผลิต ได้เปรียบไทยที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ไม่มีพ่อค้าประเทศไหนจะเลือกซื้อของแพงอย่างยางไทยเป็นอันดับแรก