phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 6 มีนาคม 2556

โลกเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัยของการใช้สารเคมีในการเกษตรกำลังหมดไป ใครที่ยังคิดว่า สารเคมีมีอนาคตเป็นความหลงผิดหลงยุคอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ยังถูกครอบงำจากการโฆษณา เพราะผลประโยชน์มหาศาลจากสารเคมีที่ตกค้างในโกดังและที่กำลังเข้ามามีมากมายนัก จึงไม่เห็นมีนโยบายอะไรที่จริงจังจากภาครัฐและรัฐบาลที่ส่งเสริมการเลิกใช้สารเคมีและหันมาใช้อินทรีย์ชีวภาพ

      คนจำนวนมากจึงยังคงใช้สารเคมีกันต่อไปประหนึ่งว่าเป็นทางเดียวที่จะทำการเกษตรที่ได้ผลและคุ้มการลงทุน ยังเป็นเกษตรแบบเดิมๆ ที่ทำนาทำไร่ทำสวนโดยใช้ข้อมูลจากถุงปุ๋ย เลี้ยงสัตว์เลี้ยงปลาโดยใช้ข้อมูลจากถุงอาหารสำเร็จรูป

      เมื่อยังคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ก็คงเป็นหนี้เหมือนเดิมกันต่อไป เวียนว่ายอยู่ในวงจรอุบาทว์ของหนี้สินที่หาทางออกไม่ได้ เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ สารเคมีในเลือดที่สูงเกิน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ได้ขวนขวายหาข้อมูลหาความรู้และหาทางเลือกที่ดึกว่า

      นวเกษตร คือ เกษตรแนวใหม่ ที่ตั้งอยู่บนฐานคิดใหม่ เกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ ไม่ข่มขืนขูดรีดเอาจากดิน น้ำ ป่า เหมือนที่ผ่านมา เป็นเกษตรที่ทำให้ธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่เลวลง ดินดีขึ้น น้ำสะอาดขึ้น ป่าเพิ่มขึ้น สิ่งแวดล้อมและอากาศบริสุทธิ์ขึ้น

 

Sunday, 03 March 2013 05:58

ไฟดับก็ดี

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 27 ก.พ. 2556

เรื่องพลังงานมีความซับซ้อนเพราะเกี่ยวข้องกับการเมืองและเรื่องผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นเรื่องของคนมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้ ซึ่งก็คือคน 3 กลุ่มเดิมๆ นักการเมือง พ่อค้า ข้าราชการ
 
     อยู่ดีๆ ก็มีประเด็นเรื่องภาวะฉุกเฉินพลังงาน อ้างว่าพม่าจะปิดซ่อมแหล่งก๊าซ ทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีระบบการป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ พอมีปัญหาก็ถอดสูทถอดเนคไท ประกาศให้ประหยัดไฟ
 
     แสดงว่าประเทศไทยไม่มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง มีแต่แผนการใช้งบประมาณเป็นล้านล้านที่นักการเมืองใช้เวลาว่างคิดโครงการใหญ่ๆ ใช้เงินมากๆ อ้างว่าเพื่อการพัฒนาประเทศ คนจึงสงสัยว่าพออยากทำโครงการพลังงานที่ตนเองเป็นเจ้าของก็อ้างเรื่องภาวะฉุกเฉินหรือเปล่า
 
     ถ้ามียุทธศาสตร์ที่ต้องการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ก็คงจะทำเรื่องรถไฟมากกว่าทำถนนมานานแล้ว จะได้ระบบรถรางขนส่งคน ขนส่งสินค้าราคาถูกไม่รู้กี่พันกี่หมื่นกิโลเมตร แทนที่จะตั้งงบประมาณสร้างถนนซ่อมถนนปีหนึ่งเป็นแสนล้าน
 
     สร้างถนนคนได้ประโยชน์มากที่สุด คือ นักการเมืองที่คิดโครงการและให้พวกพ้องรับสัมปทาน ข้าราชการ พ่อค้า เจ้าของรถทัวร์ บริษัทผลิตรถยนต์ ขายรถยนต์ ขายอะไหล่ ขายน้ำมัน ประชาชนซื้อรถ ซื้อน้ำมัน ซ่อมรถ ชาวบ้านยากจน คนเกี่ยวข้องกับถนนร่ำรวย
 

Wednesday, 20 February 2013 21:01

พระสันตะปาปา

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 20 กุมภาพันธ์ 2556

 ข่าวพระสันตะปาปา ประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก “ลาออก” ช็อคโลกพอสมควร เพราะไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มากว่า 700 ปีแล้ว  
 
     พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขของศาสนจักรโรมันคาทอลิกองค์ที่ 265 ต่อจากเซนต์ปิเตอร์ พระสันตะปาปาองค์แรก นับเป็นการสืบทอดสถาบันทางสังคมที่ยาวนานที่สุดที่รักษาอำนาจและสถานภาพดั้งเดิมไว้ ผ่านการเปลี่ยนแปลงสังคมโลกมานานถึง 2000 ปี

     โลกแปลกใจที่พระสันตะปาปาลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เพราะดูภายนอกเหมือนว่าท่านยังน่าจะทำงานได้อีกสักระยะหนึ่ง เป็นบุคคลเข้มแข็งแบบเยอรมัน เป็นนักวิชาการ เคยเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเยอรมนี

     ทรงได้รับการยอมรับในเรื่องความปราดเปรื่องทางความรู้ วิชาการ แต่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการบริหารและการสื่อสารกับสังคม รวมทั้งท่าทีที่แข็งกร้าวต่อปัญหาต่างๆ ที่ดูจะโหมกระหน่ำพร้อมกันมากมายหลายเรื่อง สั่งสมมานานและทวีความรุนแรง

     ปัญหาอย่างเรื่องสิทธิสตรีในการบวชเป็นบาทหลวง สิทธิของเพศที่สามในการเป็นบาทหลวง การแต่งงานกับเพศเดียวกัน การละเมิดทางเพศของบาทหลวงต่อเด็ก รวมทั้งประเด็นเก่าๆ อย่างการแต่งงานของบาทหลวง การคุมกำเนิด เป็นต้น