phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 18 กันยายน 2556

ปัญหายางพารามีความซับซ้อน แต่ถ้าศึกษาให้ดี มีข้อมูลรอบด้านก็จะเข้าใจว่า ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ มียุทธศาสตร์ ชุมชนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่รอแต่ให้รัฐช่วย ถึงจุดที่รอไม่ได้ ทนไม่ไหวก็ไปปิดถนน 

สิ่งที่ลุงประยงค์ รณรงค์แนะนำเรื่องการแก้ปัญหายางพาราวันนี้ สำหรับรัฐบาล คือ ๑) การจำกัดปริมาณการปลูกยางพารา ไม่ว่าจะด้วยวีธีการทำโซนนิ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ การโค่นยางเก่า และเสนอทางเลือกอย่างอื่นให้เกษตรกร ๒) การพัฒนาคุณภาพยาง พันธุ์ยาง การพัฒนาดิน ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ๓) การแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ๔) พัฒนาความร่วมมือจริงจังกับประเทศปลูกยางโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน

ประเทศมาเลเซียลดพื้นที่ปลูกยางลง เน้นการแปรรูป การวิจัยและพัฒนา ทำให้มูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทำการเกษตรอย่างอื่นแทนยางพารา ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างที่ไทยกำลังเผชิญ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไล่หลังในด้านปริมาณการผลิต ได้เปรียบไทยที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ไม่มีพ่อค้าประเทศไหนจะเลือกซื้อของแพงอย่างยางไทยเป็นอันดับแรก 

สยามรัฐรายวัน 11 กันยายน 2556

ลุงประยงค์ รณรงค์ ได้รับรางวัลแมกไซไซในฐานะผู้นำชุมชนเมื่อปี 2547 เป็นผู้รอบรู้เรื่องยางพาราดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย รู้เพราะทำมากับมือ เรียนรู้ปัญหาและหาวิธีแก้ไขร่วมกับชุมชนมาตลอด ตั้งแต่ทำโรงงานยางชุมชนแห่งแรกเมื่อปี 2527 จนถึงการวิจัยและพัฒนาแผนแม่บทยางพาราไทยเมื่อปี 2540

     วันนี้มีคนไปขอสัมภาษณ์ ขอความเห็นเรื่องปัญหายางพารา ไม่ว่าสื่อมวลชน นักการเมือง ผู้นำชุมชน ลุงประยงค์บอกว่า ไม่ค่อยอยากพูดอะไรอีก นอกจากเหตุผลด้านสุขภาพที่อยู่ในระยะพักฟื้น ก็มีเหตุผลที่ว่าได้พูดไปมากแล้วในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครฟัง ไม่ว่ารัฐบาลหรือชุมชน

     ลุงประยงค์บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้นจำเป็นต้องกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน การจับมือกันของ 3 ประเทศอย่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไม่เพียงพอ ต้องจับมือกับประเทศที่กำลังเริ่มปลูกยางใหม่ๆ อย่างลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ชวนมาเป็นสมาชิกก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นขู่แข่ง

สยามรัฐรายวัน 4 กันยายน 2556

เมื่อปี 2523 พลเอกหาญ ลีลานนท์ปิดเขาศูนย์ ที่ผู้คนหลายพันจากทั่วประเทศพากันไปขุดแร่ ซึ่งค้นพบและเริ่มขุดกันตั้งแต่ปี 2513 ร่ำรวยกันถ้วนหน้า เงินสะพัดตลาดทานพอ หรือตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

     เมื่อเขาศูนย์ปิด ชาวบ้านก็ต้องกลับไปทำมาหากินตามความถนัดของแต่ละคน ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา แต่ปัญหา คือ จะอยู่ได้อย่างไร เพราะยางพาราราคาไม่ดี ที่ไม่ดีอาจเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับรายได้จากการขุดแร่ ขายแร่  

     วิกฤติสร้างผู้นำชื่อประยงค์ รณรงค์ ชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการอะไร ร่วมกับผู้นำชาวบ้านอีก 12 คนพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ ว่าจะแก้ปัญหาราคายางตกต่ำได้อย่างไร พบว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่ราคาที่พ่อค้าจะให้ยางแผ่นชาวบ้านเป็นเกรด 3 เกรด 4 แต่ให้ของรัฐและเอกชนเกรด 1 เกรด 2  

     เหตุผลที่พ่อค้ารับซื้อยางทำเช่นนั้น ก็เพราะยางแผ่นของชาวบ้านคุณภาพต่ำ ประเภท "ทำมือ" คือ กรีดเอง รีดเอง ผลผลิตจึงออกมาไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ของรัฐและของเอกชนมาจากโรงงาน มีกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักร มีโรงอบ ไม่ใช่เอาไปตากแดดแขวนราวไม้ไผ่ไว้ยังกับผ้าอ้อมหน้าบ้าน