phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 29 มกราคม 2557

คนไทยในสายตาของนักท่องเที่ยว ของชาวโลก เป็นคนใจดี มีอัธยาศัยไมตรี เป็นมิตร ช่วยเหลือเผื่อแผ่คนแปลกหน้า คนต่างชาติ  นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ประสบภัยสึนามิ กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก มาเยี่ยมคนที่ได้ให้ความช่วยเหลือพวกเขา  เพื่อนยามยากคือเพื่อนแท้เป็นความจริงในโลก

          ในดีมีเลว ในแข็งมีอ่อน ในขาวมีดำ คนไทยก็เป็นเหมือนคนไม่ว่าเชื้อชาติใดที่อีกด้านหนึ่งก็มีสัญชาติญาณความรุนแรง เมื่อปัจจัยภายนอกประดังเข้าผสมรวม กระตุ้นต่อมความรู้สึกนึกคิด บวกสถานการณ์รุมเร้า คนไทยก็ลุกขึ้นต่อสู้ ประท้วง กบฏ เป็นความรุนแรง เลือดตกยางออก

          ในสมัยโบราณไทยรบเพื่อนบ้าน สู้กับอำนาจอาณานิคม รบกับคอมมิวนิสต์ ต่อสู้ขัดขืนและโค่นล้มอำนาจเผด็จการทหาร หลายปีมานี้ต่อสู้กับเผด็จการรัฐสภาที่มาพร้อมกับอำนาจทุน และกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นแบบที่คาดไม่ถึง สู้ด้วยความอดทน รอกันว่าเมื่อไร "มะม่วงจะหล่น”

 

สยามรัฐรายวัน 22 มกราคม 2557

ถนนในกรุงเทพฯ นอกจากเป็นที่รถวิ่งแล้ว ยังเป็นที่คนเดิน นั่ง กิน นอน เล่นดนตรี ตั้งเวทีปราศรัย เล่นตลก เล่นโขน เล่นงิ้ว และการแสดงต่างๆ เพื่อประท้วงรัฐบาลตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนับแต่ 14 ตุลาฯ 2516 มาจนถึงวันนี้

                บนเวทีที่ตั้งขึ้นมากลางสี่แยก กลางถนน หรือที่ไหนก็ได้ มีการพูดปลุกระดมผสมกับการให้ข้อมูล ให้ความรู้ประชาชน หลังๆ นี้มีการถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศโดยเคเบิ้ลทีวี ซึ่งบางช่องเรตติ้งสูงกว่าฟรีทีวีเสียอีก ไม่นับที่สื่อสารกันทางโซเซียลมีเดียซึ่งมีทุกรูปแบบ ทุกรสชาติ ดุเด็ดเผ็ดมัน ทั้งภาษาคนรุ่นใหม่และภาษาโบราณชนิดที่ห้ามออกสื่อสาธารณะ แต่สะท้อนอารมณ์ทั้งดิบและสุกของผู้คนได้ดีนัก

                ภาษาจำนวนมากไม่มีในพจนานุกรม สารานุกรม เพราะสังคมเปลี่ยนเร็ว ความรู้สึกนึกคิดของคนก็เปลี่ยนเร็ว คนต้องคิดภาษาใหม่ๆ เพื่อสะท้อนความรู้สึกและความในใจออกมา

 

Wednesday, 15 January 2014 09:17

สภาประชาธรรม

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 15 มกราคม 2557

การเมืองเป็นเรื่องอำนาจ เรื่องนโยบาย เรื่องการตัดสินใจ คนมีอำนาจมีแนวโน้มเหลิงอำนาจ ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าเพื่อส่วนรวม ยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งทำผิดได้มาก อย่างที่ลอร์ดเมาท์บัตตันบอก Power tends to corrupt; absolute power corrupts absolutely.

          เราจึงเห็นนักการเมืองลุแก่อำนาจ บ้าอำนาจ ตัดสินใจและกำหนดนโยบาย ออกกฎหมายตามอำเภอใจ ไม่เห็นหัวประชาชนที่เลือกตนเข้าไปทำหน้าที่แทน ทำตัวประหนึ่งว่าได้รับสัมปทานอำนาจแบบไร้ขีดจำกัด ไม่ถามความเห็นของประชาชน ไม่สนใจความเห็นของคนส่วนน้อย ไปสุดซอยแบบไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีจริยธรรม

          การนำหลักศาสนาเข้ามาประยุกต์ในการเมืองจึงเป็นเรื่องจำเป็นในหลายประเทศ เพื่อให้สังคมมีเข็มทิศนำทาง จะได้ไม่หลงทางเพราะได้ผู้นำ แกนนำที่สับสนในหลักจริยธรรมทางการเมือง ลุ่มหลงในกิเลส ลาภยศสรรเสริญ