Black Ribbon

phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 9 พฤศจิกายน 2559

โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเกือบทั้งหมดเป็นการส่งเสริมการเกษตร ทรงเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ

          ทรงส่งเสริมให้รวมกลุ่มกันทำงาน เพราะหลายอย่างทำคนเดียวไม่ได้ ทรงเห็นด้วยกับการมีกลุ่มเล็กๆ ทำเรื่องการออม เรื่องเลี้ยงสัตว์ เช่น กลุ่มเลี้ยงโค กระบือ กลุ่มอาชีพในชนบท เช่น กลุ่มแม่บ้านที่ทำการผลิต การแปรรูป การจัดการขายร่วมกัน

          และที่สำคัญ ทรงส่งเสริมสหกรณ์ ทรงสอนว่า ความจริง คนไทยเราร่วมมือกันทำงานแต่ไหนแต่ไรมา เพียงแต่ไม่ได้เรียกสหกรณ์เท่านั้น และทรงสนับสนุนสหกรณ์ในระบบสากลว่า

“ควรที่จะมีการแพร่ขยาย ให้ใช้ระบบสหกรณ์ขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากวิธีการสหกรณ์นั้นเอง เป็นรากฐานที่ดีของระบบประชาธิปไตยอย่างสำคัญ สอนให้คนรู้จักรับผิดชอบร่วมกันให้มีการเลือกตัวแทนเข้าไปบริหารสหกรณ์ ตลอดจนให้รู้ถึงคุณค่าของประโยชน์อันจะได้ร่วมกันเป็นส่วนรวม” (พระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ ณ ศาลาดุสิดาลัย 12 พฤษภาคม 2520)

เขียนลงในเวปนี้ 8 พฤศจิกายน 2559

“ถ้าเปิดคลิปนี้ดู ผมเข้าใจว่า นี่คือบัญญัติแห่งความรักในศาสนาคริสต์ ที่สำคัญที่สุดมีเพียง 2 ข้อ คือ ให้รักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง และเหมือนกับพรหมวิหารสี่ในพุทธธรรม เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เพราะถ้าทำได้ ตัวเราและผู้อื่นจะอยู่เย็นเป็นสุข ไม่สับสนอลหม่านวุ่นวาย แก่งแย่งเบียดเบียนกัน เบียดเบียนธรรมชาติ เป็นทุกข์ คล้ายที่พิสูจน์ได้ทางเคมีวิทยาศาสตร์”

ฌอน บูรณะหิรัญ ทำคลิปเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ผลการทดลองของ ดร.อิโมโต ชาวญี่ปุ่น ที่ความปรารถนา-ความคิดร้ายหรือดี มีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยการทดลองกับน้ำ แล้วมีคนนำไปทดลองต่อกับข้าว และสิ่งอื่นๆ

ใครไม่ทราบส่งคลิปนี้มาให้ผมทางไลน์กลุ่ม ผมได้ส่งต่อไปให้อีกหลายคน พร้อมกับเขียนข้อความข้างต้น กัลยาณมิตรท่านหนึ่งขอให้ผมเขียนเพิ่มเติมและลงชื่อผู้เขียน ท่านอยากส่งต่อไปให้คนอื่นๆ

ความจริง ผมแค่หาวิธีใส่ชื่อตนเองลงไปแล้วส่งกลับไปให้ท่านก็จบ แต่มาคิดดูอีกที ประเด็นนี้น่าขยายได้อีก เลยตัดสินใจมาเพิ่มเติมตรงนี้ (ที่น่าจะยาวกว่าที่ตั้งใจ)

ที่สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา ท่านพุทธทาสได้ทำสระน้ำมีเกาะเล็กๆ อยู่ตรงกลาง มีต้นมะพร้าวขึ้นต้นหนึ่ง เป็นเครื่องมือสอนผู้คนโดยเพลงกล่อมเด็ก “มะพร้าวนาฬิเก ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง ถึงแต่คนพ้นบุญเอย” ท่านสอนว่า ถ้าจะไปสู่นิพพาน ต้องก้าวไปให้พ้นทั้งบาปและบุญ ซึ่งเป็น “ขั้วตรงกันข้าม” ที่คนยังแบ่งแยกอยู่ ยังหา “เอกภาพชีวิต” ไม่ได้

ท่านพุทธทาสสอนไว้ในปาฐกถาวันมาฆบูชา 2523 (ที่ผมได้ถอดเทปและนำมาตีพิมพ์ตามคำข้อร้องของท่าน) ตอนหนึ่งว่า “หัวใจของพุทธศาสนาอยู่ในหน้าแรกของคัมภีร์ไบเบิล” คนฟังอาจจะตกใจ ไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร ท่านบอกว่า การกินผลไม้ต้องห้ามในสวนเอเดน ทำให้อาดัมและอีฟรู้ดีรู้ชั่ว เริ่มแบ่งแยก บาปทำให้แปลกแยก ถ้าอยากหลุดพ้นก็ต้องก้าวข้ามการแบ่งแยกกลับไปสู่สภาพที่อยู่เหนือการแบ่งแยกเหล่านี้ ก้าวพ้นความแปลแยก (alienation) ไปสู่เอกภาพของชีวิตและสรรพสิ่ง

สยามรัฐรายวัน 2 พฤศจิกายน 2559

วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติมีการประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้นำสำคัญต่างๆ ขึ้นไปกล่าวถวายสดุดี นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกิดบ่อยนัก

โดยเฉพาะบทสดุดีที่มีเนื้อหาที่แน่นด้วยการกล่าวถึงบทบาทและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในการพัฒนา การช่วยเหลือคนยากคนจน เกษตรกร คนชายขอบด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่มีการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก และทรงได้รับเกียรติยกย่องและรางวัลระดับโลกมากมาย

ที่มีการกล่าวถึงด้วยความชื่นชมมากคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพราะสหประชาชาติเองได้ยอมรับและนำไปเป็นกรอบเกณฑ์หนึ่งเพื่อการพัฒนา 15 ปีข้างหน้า (2015-2030) ที่เรียกว่า “เป้าหมายการพัฒนายั่งยืน” (SDGs : Sustainable Development Goals)

ในประเทศไทย ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาอ้างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็มีคำถามตลอดมาว่า แปลว่าอะไรจริงๆ จนทำให้สรุปกันว่า คงเป็นเพื่อให้ดูดีเท่านั้นกระมัง เพราะทั้งนโยบายและแนวปฏิบัติดูจะขัดกับปรัชญาอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีในตำรานี้ ทรงมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2542 ว่า

“เขาก็มาบอกว่า คำว่า Sufficiency Economy ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่ เป็นตำราใหม่ ถ้ามีอยู่ในตำราก็หมายความว่าเราก๊อปปี้มา เราลอกเขามา เราไม่ได้ลอก ไม่อยู่ในตำราเศรษฐกิจ เป็นเกียรติที่เขาพูดอย่างที่เขาพูดอย่างนี้ว่า Sufficiency Economy นั้นไม่มีในตำรา”