Black Ribbon

phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 21 ธันวาคม 2559

ประเทศไทยกำลังจะมีมหาวิทยาลัยกีฬาในแต่ละภาค โรงเรียนกีฬา วิทยาลัยกีฬาหรือพละศึกษาก็มีอยู่แล้ว แต่ก็ยังดูจะไม่ใหญ่พอตามแนวคิดของผู้เกี่ยวข้องที่มักคิดว่า ถ้าได้ชื่อ “มหาวิทยาลัย” แล้วจะยิ่งใหญ่และมีอะไรต่อมิอะไรมากกว่า

          อาจจะจริง เพราะได้งบประมาณมากกว่า มีคนสนใจเข้าเรียนมากกว่า เพราะคนไทยชอบชื่อใหญ่ๆ วิทยาลัยครูก็ขอเป็นสถาบันราชภัฏ ไม่พอขอเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ คุณภาพดีขึ้นใหญ่ขึ้นมากขึ้นตามชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรียนจบแล้วตกงาน ชื่อใหญ่ๆ ก็ช่วยไม่ได้

เช่นเดียวกับชื่อโรงเรียนเตรียมอุดม เทพศิรินทร์ สวนกุหลาบ สตรีวิทย์ และอื่นๆ ที่ “ขายได้” ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่จะได้ชื่อนั้น ครูแทบจะไหว้ผู้ปกครองให้นำเด็กมาเรียน พอเปลี่ยนชื่อกลายเป็นว่าผู้ปกครองต้องไปไหว้ครูขอให้รับ หรือไม่ก็ฝากหรือติดสินบนเพื่อให้ลูกได้เข้าเรียน คุณภาพของโรงเรียนสูงขึ้นตามชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางแห่งครูบางคนบอกว่าแย่กว่าเดิม

ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะให้ตั้งมหาวิทยาลัยกีฬา ผมจะตั้งเงื่อนไขอย่างน้อย 2 ข้อ ถ้าทำได้ดีอาจจะมีหรือไม่มีหาวิทยาลัยกีฬาก็ได้ คือ

สยามรัฐรายวัน 14 ธันวาคม 2559

นับแต่มีคาราโอเกะ ดูเหมือนว่าใครๆ ก็ร้องเพลงได้ วงดนตรีน้อยใหญ่ที่รับเชิญรับจ้างไปในงานบวช งานแต่ง งานวันเกิด งานเลี้ยงต่างๆ มักได้ร้องเพลงสองเพลงแล้วถูกแย่งไมค์ไล่ลงเวที เพราะมีนักร้องกิตติมศักดิ์และสมัครเล่นเข้าคิวจองร้องเพลงจนจบงาน

ยิ่งเข้ายุคดิจิตอล ก็ยิ่งได้ยินได้ฟังเพลงมากมายจากรายการประกวดร้องเพลงทางทีวี ซึ่งมีแทบทุกช่อง บางช่องมีถึง 8 รายการ รวมทุกช่องคงหลายสิบ จนดูไม่หวาดไม่ไหว

         หลายรายการก็ดี นอกจากได้ความสุขสนุกสนานแล้วยังได้ความรู้จากกรรมการ แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ให้ความเห็นเป็นแก่นสาร มีหลักการประเทืองปัญญาผู้ฟัง

         ในขณะที่ “เหตุผล” อาจจะเข้าถึง “สมอง” ดนตรีเข้าถึง “หัวใจ” เข้าถึงจิตวิญญาณ ผู้คนทั่วไปจึงชอบฟังเพลง ร้องเพลง คนหนุ่มสาวเยาวชนคลั่งไคล้นักร้องนักดนตรีที่มีชื่อเสียง ทีวีที่ต้องการเรตติ้งจึงเฮใส่รายการเพลงเต็มไปหมด

          ความจริง ในอดีต ดนตรีเป็นศาสตร์เป็นศิลป์ชั้นสูงของปราชญ์ ของพระราชา ของผู้มีรสนิยม ในยุโรป ดนตรีคลาสสิกพัฒนาจากดนตรีศักดิ์สิทธิ์ มาจากในโบสถ์ แล้วเติบโตโดยการอุปถัมภ์ของบรรดาเจ้าและผู้สูงศักดิ์ ที่มักมีวงแชมเบอร์วงเล็กวงใหญ่เล่นในวัง โด่งดังในยุคบาร็อค ก่อนที่จะพัฒนามาสู่ซิมโฟนีวงใหญ่เต็มอัตราในเวลาต่อมา

สยามรัฐรายวัน 7 ธันวาคม 2559

“ไม้ล้มต้นเดียว ดังกว่าป่าทั้งป่าเติบโต” ภาษิตอินเดียนำมาอธิบายได้หลายอย่าง คนทำอะไรดีๆ ทั้งชีวิต ผิดพลาดครั้งเดียวกลายเป็นคนดังในทางไม่ดี ได้ยินได้เห็นแต่ไม้ล้มต้นเดียว ไม่ได้ยินและไม่ได้เห็นป่าทั่งป่าเติบโต หรือคุณงามความดีที่ทำมาทั้งชีวิต

                กรณีหนุ่มดาราหน้าตาดี ได้รางวัลคนดี พอคลิป “กราบรถกู” ออกไป พระเอกกลายเป็นผู้ร้ายไปในบัดดล เช่นเดียวกับนักพูดสาววัยผ่านเบญจเพสมาไม่นาน ที่สื่อบางช่องยกยอด้วยฉายาที่น่าทึ่ง คลิปที่ถูกตัดตอนออกไปกลายเป็นเรื่องร้อนทำให้คนที่น่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง กลายเป็นดังบั้งไฟที่ระเบิดก่อนขึ้นฟ้า

                คนหนุ่มสาวเหล่านี้และอีกหลายคนล้วนเป็นคนมีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ ให้สังคม ผิดพลาดครั้งเดียวถูกถล่มด้วยสื่อสังคมแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด นับเป็น “ศาลเตี้ย” ที่ทรงพลังยิ่งนัก พิพากษาทันทีทันใด เป็น “การลงโทษโดยสังคม” (social sanction) ที่รุนแรง แต่ “ยุติธรรม” และ “แฟร์” แน่หรือ

       แม้แต่คนที่ประกาศว่า “ผมจะเป็นคนดี” ก็รุมกระหน่ำเรียกร้องให้สังคมต่อต้าน “ไม่ให้มีที่ยืนในสังคม” ถ้าหากสังคมทำกับ “เขา” เมื่อก่อนเช่นนี้ วันนี้เขาจะมีที่ยืนในสังคมหรือ