Black Ribbon

phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 7 ธันวาคม 2559

“ไม้ล้มต้นเดียว ดังกว่าป่าทั้งป่าเติบโต” ภาษิตอินเดียนำมาอธิบายได้หลายอย่าง คนทำอะไรดีๆ ทั้งชีวิต ผิดพลาดครั้งเดียวกลายเป็นคนดังในทางไม่ดี ได้ยินได้เห็นแต่ไม้ล้มต้นเดียว ไม่ได้ยินและไม่ได้เห็นป่าทั่งป่าเติบโต หรือคุณงามความดีที่ทำมาทั้งชีวิต

                กรณีหนุ่มดาราหน้าตาดี ได้รางวัลคนดี พอคลิป “กราบรถกู” ออกไป พระเอกกลายเป็นผู้ร้ายไปในบัดดล เช่นเดียวกับนักพูดสาววัยผ่านเบญจเพสมาไม่นาน ที่สื่อบางช่องยกยอด้วยฉายาที่น่าทึ่ง คลิปที่ถูกตัดตอนออกไปกลายเป็นเรื่องร้อนทำให้คนที่น่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง กลายเป็นดังบั้งไฟที่ระเบิดก่อนขึ้นฟ้า

                คนหนุ่มสาวเหล่านี้และอีกหลายคนล้วนเป็นคนมีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ ให้สังคม ผิดพลาดครั้งเดียวถูกถล่มด้วยสื่อสังคมแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด นับเป็น “ศาลเตี้ย” ที่ทรงพลังยิ่งนัก พิพากษาทันทีทันใด เป็น “การลงโทษโดยสังคม” (social sanction) ที่รุนแรง แต่ “ยุติธรรม” และ “แฟร์” แน่หรือ

       แม้แต่คนที่ประกาศว่า “ผมจะเป็นคนดี” ก็รุมกระหน่ำเรียกร้องให้สังคมต่อต้าน “ไม่ให้มีที่ยืนในสังคม” ถ้าหากสังคมทำกับ “เขา” เมื่อก่อนเช่นนี้ วันนี้เขาจะมีที่ยืนในสังคมหรือ

สยามรัฐรายวัน 30 พฤศจิกายน 2559

นักปราชญ์ คือ คนที่มองเห็นเรื่องธรรมดาแบบไม่ธรรมดา เห็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่เห็น เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง ด้านหนึ่ง มิติหนึ่ง ซึ่งมีความลุ่มลึกอีกระดับหนึ่ง

                ด้วยเหตุดังนี้ ภาษาที่ใช้กันทั่วไปจึงไม่อาจ “บรรยาย” หรืออธิบายทั้งหมดได้ นักปราชญ์จึงเป็นผู้ที่ค้นคิดประดิษฐ์ภาษาและคำพูดใหม่ เพื่อสื่อสิ่งที่ต้องการให้คนเข้าใจ หรือให้เครื่องชี้ทางไปสู่ประสบการณ์ การสัมผัสได้ด้วยตนเอง จะได้ “เข้าใจ” ไม่ว่าจะด้วยสมองหรือด้วยหัวใจ ด้วยเหตุผลหรือด้วยญาณทัศนะ

                พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดชทรงเป็นนักปราชญ์ที่ทรงคิดคำพูดและวลีขึ้นมาเพื่อบอกสิ่งที่พระองค์ทรงรู้และรู้สึกอย่างลึกซึ้ง และทรงอยากให้คนอื่นได้รู้ด้วย ให้นำไปปฏิบัติเพื่อจะได้รู้และเข้าใจ ไม่เพียงจากคำอธิบายด้วยเหตุผล แต่ด้วยประสบการณ์ตรงที่บางครั้งเหตุผลก็อธิบายไม่ได้

                “เศรษฐกิจพอเพียง” “เกษตรทฤษฎีใหม่” “รู้รักสามัคคี” “ระเบิดจากข้างใน” “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” รวมถึงคำว่า “แก้มลิง” และคำที่ทรงเรียกสิ่งประดิษฐต่างๆ เช่น “กังหันลมชัยพัฒนา” เป็นต้น

                ควรศึกษาคำเหล่านี้ให้ถ่องแท้ถึงรากฐานทางความคิดของพระองค์ท่าน เพื่อเข้าใจ “กระบวนทัศน์” (paradigm) ของพระองค์ วีธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่า ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการมองโลกความเป็นจริงแบบหนึ่ง

สยามระัฐรายวัน 23 พฤศจิกายน 2559

ประชาธิปไตยในความหมายดั้งเดิมเมื่อ 2,400 กว่าปีก่อน ตอนที่ก่อเกิดในประเทศกรีกนั้นหมายถึง “ประชาชนปกครองตนเอง” มีสภาที่ “ประชาชน” เข้าไปนั่งประชุมเพื่อกำหนดนโยบายในเรื่องสำคัญต่างๆ               

          “ประชาชน” ตอนนั้นหมายถึงผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ มีที่ดิน ไม่เป็นทาส ซึ่งมีอยู่ประมาณสามสี่หมื่นคนจากประชากรสองสามแสน เป็นประชาธิปไตยทางตรงยุคแรกที่มีอยู่ในหลายนครรัฐ ที่เป็นต้นแบบคือของนครรัฐเอเธนส์ ศูนย์รวมของนักปรัชญา ซึ่งต่างก็ถกเถียงกันเรื่องสิทธิ เสรีภาพและอำนาจ

ที่โด่งดังน่าจะเป็นเพลโตที่ใช่ว่าจะเห็นด้วยนักกับ “ประชาธิปไตย” ที่ประชาชนปกครองตนเองแบบนี้ เพราะถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ไม่มี “ปัญญา” หลงผิด กิเลสมาก ก็จะได้สิ่งเลวร้ายตามมารัฐในอุดมคติหรืออุตมรัฐของเขาต้องปกครองด้วย “ราชาปราชญ์” (Philosopher King) ซึ่งมีผู้วิจารณ์ว่า เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเผด็จการอย่างสตาลิน ฮิตเลอร์ รวมทั้งโคไมนีในศตวรรษที่ 20