phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ดร.เสรี

ดร.เสรี

ครูชบ ยอดแก้ว

Wednesday, 08 May 2013 20:09 Published in ปรับฐานคิด

สยามรัฐรายวัน 8 พฤษภาคม 2556

เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ครูชบ ยอดแก้ว ครูใหญ่โรงเรียนวัดน้ำขาว ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ชวนเด็กนักเรียนประถมให้ทำการออมทรัพย์วันละบาท เรียกชื่อกลุ่มนี้ว่า กลุ่มสัจจะออมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต
 
     จุดมุ่งหมายของครูชบไม่ใช่เพียงเรื่องการออมเพื่อจะได้มีเงินใช้ แต่เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาคนอย่างรอบด้าน หรือที่ชอบเรียกวันนี้ว่า บูรณาการ นั่นเอง บูรณาการของครูชบเป็นของจริง ที่ไม่ได้เพียงพูดให้ฟังดูดี แต่มีการปฏิบัติอย่างชัดเจน 

     ครูชบลงมือทำและทำได้จริงตามเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพื่อปลูกฝังคนให้มีนิสัย 7 ประการ คือ

     ๑. เพื่อให้เกิดนิสัยพึ่งตนเอง มีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม            ไม่เห็นแก่ตัว
     ๒. เพื่อให้เกิดวินัยในตนเอง มุ่งมั่นการทำงานให้สำเร็จ
     ๓. เพื่อให้เกิดนิสัยขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทน
     ๔. เพื่อให้เกิดนิสัยรู้จักคิด วิจารณ์และตัดสินใจอย่างมีหตุผล
     ๕. เพื่อให้เกิดขันติธรรมต่อการวิจารณ์ รู้ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล           หรือหมู่เหล่า
     ๖. เพื่อให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักยกย่องผู้อื่น
     ๗. เพื่อให้เกิดนิสัยทำงานกับผู้อื่นได้ โดยรู้จักเป็นผู้ให้ ผู้รับ ผู้นำ และ             เป็นผู้ตามที่ดี

     ด้วยความมุ่งมั่น ชัดเจนในหลักคิด ครูชบทำกลุ่มออมทรัพย์ในโรงเรียนได้สำเร็จ โดยให้เด็กออม ให้ครูกู้ นำดอกผลมาเป็นสวัสดิการให้นักเรียนเวลาเจ็บป่วย ไปโรงพยาบาล เป็นทุนการศึกษา และเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน

 

สยามรัฐรายวัน 1 พฤษภาคม 2556

หนี้สินเป็นปัญหาเมื่อไม่สามารถจัดการได้ ดูเหมือนว่าวันนี้ ปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะเงินในอนาคตถูกนำมาใช้จนหมด รายได้ไม่ทันรายจ่าย เงินใช้หนี้มีไม่พอ เพราะแม้จะกินก็ยังไม่มี จะเอาอะไรไปใช้หนี้

    หนี้เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนความไม่สามารถปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงของผู้คน ระบบโครงสร้างสังคมไม่ได้ช่วย ไม่ได้เอื้อให้คนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้  ส่วนใหญ่เป็นคนจน คนชายขอบ คนที่เป็นฐานหนุนให้นักการเมืองได้รับเลือก คนที่ถูกซื้อด้วยโครงการประชานิยม

    หนี้สินส่วนหนึ่งมาจากโครงการประชานิยม ที่อำนวยความสะดวก หาเงินให้กู้ เพิ่มกองทุน ออกบัตรสารพัดรูปแบบ อีกด้านหนึ่ง ทุนนิยมก็กระหน่ำซ้ำเติมกระตุ้นการบริโภคแบบไร้ขอบเขต โฆษณาบ้าเลือด สร้างค่านิยมผิดๆ ให้คนอยากมี อยากได้ ไม่สนใจว่าจะกินเกินได้ ใช้เกินมี เป็นหนี้เป็นสินเท่าไร

    นักธุรกิจเป็นหนี้ร้อยล้านพันล้านหมื่นล้าน สถาบันการเงินประนอมหนี้ ให้มีแผนฟื้นฟูหนี้  คนจนเป็นหนี้ไม่กี่หมื่นบาทไม่มีวิธีช่วยเหลือ ปล่อยให้ดอกเบี้ยบานจนจากหมื่นกลายเป็นแสน เป็นหลายแสน ซึ่งสำหรับคนจนส่วนใหญ่เป็นอะไรที่เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

 

สยามรัฐรายวัน 24 เมษายน 2556

         ปัญหาหมาที่ถูกจับไปทำเนื้อ ส่งออกไปต่างประเทศ ถูกประท้วงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดบรีจิตต์ บาร์โด ดาราชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังในอดีตได้ออกโรงขอให้นายกรัฐมนตรีไทยไปดูยูทูบที่คนไทยทำเองและโพสท์ให้คนทั่วโลกได้เห็นการทารุณกรรมหมาในประเทศไทย

          ความจริง การกินเนื้อหมาแพร่หลายในหลายประเทศ อย่างจีน เวียดนาม เกาหลี ฟิลิปปินส์ ที่ทำกันอย่างเป็นธุรกิจก็ที่เวียดนามและที่เกาหลี มีร้านขายอาหารเนื้อหมาอยู่ทั่วไป ตอนกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก มีการประท้วงจากหลายกลุ่มในหลายประเทศ ขู่บอยคอตไม่ไปชมกีฬา คนเกาหลีบอกว่า ไม่อยากดูก็ไม่ต้องมา แต่พวกเขาจะไม่ปิดร้านอาหารเนื้อหมา และไม่เลิกกิน

          ความแตกต่างของเกาหลีกับของไทยอยู่ที่การจัดการ เกาหลีมีการออกกฏหมายให้เลี้ยงหมา ทำฟาร์มหมาเพื่อเป็นอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ถูกอนามัย และถูกหลัก “มนุษยธรรม”

          เกาหลีไม่มีหมาจรจัด เร่ร่อน ไม่มีปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เพราะมีการจัดการ มีการทำหมัน ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบไทยๆ แล้วเอาไปปล่อยวัด หรือปล่อยให้จรจัดตามเวรตามกรรม  ไม่ทำหมันหมา ปล่อยให้ออกลูกออกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง เลือกเอาแต่ตัวผู้ไปเลี้ยง ตัวเมียก็เร่ร่อน

 

สยามรัฐรายวัน 17 เมษายน 2556

สงกรานต์ปีนี้มีคนไปเที่ยวตลาดน้ำ ตลาดเก่าแก่โบราณกันมาก ไม่ว่าตลาดน้ำอัมพวา สามชุก เชียงคานและอีกหลายแห่งที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ใช่ทุกแห่งที่เกิดแล้วโต ตายไปก็มาก ไม่โตก็มี
 
     ใครที่รู้ประวัติของตลาดน้ำสามแห่งที่กล่าวถึงตอนต้นก็จะเข้าใจว่า ทำไมทั้งสามแห่งถึงโด่งดังและเติบโตจนแทบไม่มีที่เดินในวันหยุดเทศกาล
 
     ทั้งสามแห่งมีประวัติศาสตร์ มีความเป็นมา มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สืบทอดและฟื้นฟูวิญญาณของท้องถิ่นนั้นๆ ให้กลับมีชีวิต มีเสน่ห์ มีคุณค่า เพราะเรียบง่าย ไม่เสแสร้าง ไม่ตบแต่งจนเกินจริง ขนมก็ดี อาหารก็ดี ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่นำมาแสดงมาขาย ส่วนใหญ่ก็มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
 
     มีตลาดน้ำอีกหลายแห่งที่อยู่ได้ไม่นานก็ล้มหายตายจาก คนไปเที่ยวครั้งเดียวก็เข็ด แล้วยังบอกต่อๆ ไปว่า อย่าไปให้เสียเวลา เพราะไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ที่ไปถ่ายรูปบ้าง ไปซื้อของแบบตามตลาดนัดตลาดคลองถมบ้าง อาหารการกินก็หาซื้อหากินที่ไหนก็ได้ แถมแพงอีกต่างหาก ยังเก็บค่าจอดรถอีก ค่าห้องน้ำอีก

 

ผมเคยขึ้นเวทีกับอภิเดช ศิษย์หิรัญ ไม่ใช่ขึ้นไปชกมวย แต่สัมภาษณ์เขาเรื่องมวยไทย เมื่อค่ำวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือมหาวิทยาลัยชีวิต สมุทรสงคราม เขาไปถึงสถาบันตั้งแต่บ่ายเพื่อรอรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเปิดสถาบันอย่างเป็นทางการ
 
     ตอนแรกคิดจะให้เขาลองแสดงพลังเตะให้อาจารย์ นักศึกษาและผู้คนที่ไปร่วมงานหลายพันคนได้ชม และได้ยืมอุปกรณ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงมาให้แล้ว รวมทั้งได้เชิญครูมวยคนดัง อาจารย์โพธิสวัสดิ์ แสงสว่าง มาร่วมเป็นคู่ซ้อม แต่คุณอภิเดชขอตัว เข้าใจว่าคงไม่สบายหรือไม่อยู่ในสภาพของจอมเตะบางนกแขวกผู้โด่งดังเมื่อครั้งกระโน้น
 
     บ้านเกิดของคุณอภิเดชอยู่ที่บางนกแขวก ใกล้ๆ กับสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน แม้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ก็แวะเวียนไปบ้านอยู่บ่อยครั้ง ไปร่วมงานและไปช่วยแนะนำเรื่องการสอนมวยไทยให้โรงเรียนบ้าง 
 
     ที่วัดเจริญ ติดกับบ้านของคุณอภิเดช มีห้องที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ก็คงไม่ผิด ที่เก็บเรื่องราวและอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณอภิเดชมาแสดงให้ผู้คนได้รำลึกถึงนักมวยไทยผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ที่ได้กลายเป็นตำนานและทำให้บางนกแขวก ตำบลเล็กๆ ของจังหวัดเล็กๆอย่างสมุทรสงครามเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว

สยามรัฐรายวัน 3 เมษายน 2556

เมื่อหลายปีก่อนมีเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจากเมืองโออิตะมาเมืองไทย นักข่าวถามเขาว่า ในฐานะที่โออิตะเป็นต้นแบบของโอทอป โอทอปของโออิตะกับของไทยต่างกันอย่างไร เขาตอบว่า ที่ญี่ปุ่น เขาใช้เวลา 20 ปีพัฒนาคน ผลิตภัณฑ์และการจัดการ แต่ของเรา ใช้เวลาเพียง 3 ปี พัฒนาผลิตภัณฑ์

          เขาคงไม่ได้ชมไทยแน่ แต่อยากวิจารณ์ว่า เราพัฒนาแต่ผลิตภัณฑ์แต่ไม่พัฒนาคน ไม่พัฒนาการจัดการ ไม่มีการเรียนรู้รอบด้าน แล้วจะมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

                คนไทยคงเถียงว่า วันนี้เรามีโอทอปมากมาย ดูดีสี่ดาวห้าดาวกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในโอทอปเหล่านี้จะพบว่า ที่สุดแล้ว เราได้พัฒนาแต่เพียงผลิตภัณฑ์จริงๆ ไม่ได้พัฒนาคน ไม่ได้พัฒนาการจัดการเลยก็ว่าได้

                เพราะโอทอปทั้งหลายส่วนใหญ่ยังเข้าประเภทรวยกระจุก จนกระจายเหมือนเดิม คนที่เป็นเจ้าของไม่ใช่ชาวบ้านชุมชน แต่เป็นนายทุน ซึ่งมีทุน มีเทคโนโลยี มีเครือข่าย มีตลาด คนเหล่านี้ใช้ชาวบ้านเป็นคนผลิตตามที่ตนเองออกแบบและจัดหาทุนให้ วัตถุดิบให้ ตลาดให้ แถมให้ไปออกงานในนามวิสาหกิจชุมชนอีกต่างหาก

 

สยามรัฐรายวัน 27 มีนาคม 2556

วัฒนธรรมเป็นทุนอยู่แล้ว เพียงแต่ในยุคทุนนิยม คนคิดถึงทุนที่เป็นตัวเงิน เป็นอะไรที่กินได้ เราถึงได้พูดเรื่องการ “ขาย” วัฒนธรรมในการท่องเที่ยว การขายวัฒนธรรมในผลิตภัณฑ์โอทอป และอื่นๆ 
 
     ททท.ถึงได้ไปยุ่งกับบุญบั้งไฟ แห่เทียนพรรษา ผีตาโขน จนกลายเป็นเรื่องสนุกขบขันทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นของจริงจัง ไม่ใช่เรื่องหลอกเด็ก แต่การท่องเที่ยวไม่เคยถอดรหัสภูมิปัญญาเหล่านี้ เพื่อจะได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าและความหมายต่อชีวิตของชาวบ้านและชุมชน
 
     ทุนทางวัฒนธรรมไม่ได้มีแต่เฉพาะประเพณีที่ปรากฏอย่างชัดเจน แต่รวมถึงวิถีชุมชน ระบบคุณค่าซึ่งแสดงออกในชีวิตประจำวันในลักษณะต่างๆ หรือบางอย่างไม่ได้แสดงออกตรงๆ แต่เป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตของชุมชน เช่น ความเชื่อศรัทธาในศาสนา ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเคารพต่อบรรพบุรุษ พ่อแม่ปู่ย่ายาตาย ความเป็นพี่เป็นน้องตามสายเลือด หรือเป็นคนบ้านเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน
 
     เคยมีรายงานว่า คนไทยทำบุญติดอันดับต้นๆ ของโลกถ้าเทียบกับรายได้ของประชากร ดูแค่วัดวาอาราม กฐิน ผ้าป่า และการทำบุญในโอกาสต่างๆทั้งปีก็น่าเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง 
 

สยามรัฐรายวัน  20 มีนาคม 2556

พระสันตะปาปาองค์ใหม่เป็นชาวอาร์เจนตินาชื่อพระคาร์ดินัลฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ เป็นชาวละตินอเมริกาคนแรก ที่ได้รับเลือกเป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักรโรมันคาทอลิกซึ่งมีอยู่กว่าพันล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทยมีอยู่เพียงประมาณ 300,000 กว่าคน
 
     ศาสนจักรโรมันคาทอลิกมีแนวทางอนุรักษ์นิยม จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งกับสังคมอย่างชัดเจนหลายเรื่อง เช่น การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน การคุมกำเนิด การทำแท้ง บทบาทสตรีในศาสนจักร การแต่งงานของบาทหลวง
 
     แต่ที่เป็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียและความขัดแย้งอย่างรุนแรง คือ เรื่องการละเมิดทางเพศของบาทหลวงและผู้นำศาสนาระดับสูงกว่านี้บางคนต่อเด็ก เรื่องราวต่างๆ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมาอย่างครึกโครม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
 
     เมื่อเกิดเรื่องเหล่านี้ ศาสนจักรก็หาทางเยียวยาผู้ถูกละเมิด มีการชดเชยเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท ในสหรัฐฯแห่งเดียวมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งบางมณฑลคาทอลิกยื่นขอล้มละลายจากศาลเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าสินไหม
 

 

โพลหรือโพย

Thursday, 14 March 2013 20:58 Published in ปรับฐานคิด

สยามรัฐรายวัน 13 มีนาคม 2556

คำอธิบายหรือคำแก้ตัวความผิดพลาดของการทำโพลการเลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา น่าจะสรุปบทเรียนเพราะโพลเหล่านี้เป็นของสถาบันอุดมศึกษา จะมาอ้างว่าถูกชาวบ้านหลอกบ้าง ทำผิดที่ผิดเวลาบ้าง ตามพรรคการเมืองไม่ทันบ้าง หรือคนให้คำตอบมั่ว แท้ที่จริงแล้ว น่าจะเป็นคนทำโพลที่มั่วมากกว่า
 
     สถาบันการศึกษาไม่เพียงแต่ควรยอมรับว่า ทำผิดพลาดเอง ทำไม่ถูกหลักวิชา แต่คนรับผิดชอบควรลาออก  แสดงความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นคงห้ามไม่ได้ที่คนเขาจะสงสัยว่า คุณทำโพลแบบทำโพยเพื่อรับใช้การเมือง

     สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากทำโพล ทำการสำรวจความเห็น สำรวจสถานการณ์ ทำการวิจัยให้ภาคธุรกิจ เขาจ้างให้ทำเพื่อนำผลไปใช้ในธุรกิจของเขา อันนั้นพอเข้าใจ แต่ถ้าหากไปรับจ้างพรรคการเมือง หรือทำโพลเพื่อเอาใจพรรคการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางตรงทางอ้อม อันนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา

     นี่เป็นคำอธิบายว่า ทำไมใครๆ เขาข้องใจและเบื่อพวกทำโพล โทร.ไปถามความเห็นก็ด่ากลับ ขอถามตามถนนก็ไล่ให้ไปไกลๆ ไปกดกริ่งประตู่บ้านก็ไม่ออกมาพบ หรือตะโกนสวนเมื่อรู้ว่ามาทำโพล

 

สยามรัฐรายวัน 6 มีนาคม 2556

โลกเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัยของการใช้สารเคมีในการเกษตรกำลังหมดไป ใครที่ยังคิดว่า สารเคมีมีอนาคตเป็นความหลงผิดหลงยุคอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ยังถูกครอบงำจากการโฆษณา เพราะผลประโยชน์มหาศาลจากสารเคมีที่ตกค้างในโกดังและที่กำลังเข้ามามีมากมายนัก จึงไม่เห็นมีนโยบายอะไรที่จริงจังจากภาครัฐและรัฐบาลที่ส่งเสริมการเลิกใช้สารเคมีและหันมาใช้อินทรีย์ชีวภาพ

      คนจำนวนมากจึงยังคงใช้สารเคมีกันต่อไปประหนึ่งว่าเป็นทางเดียวที่จะทำการเกษตรที่ได้ผลและคุ้มการลงทุน ยังเป็นเกษตรแบบเดิมๆ ที่ทำนาทำไร่ทำสวนโดยใช้ข้อมูลจากถุงปุ๋ย เลี้ยงสัตว์เลี้ยงปลาโดยใช้ข้อมูลจากถุงอาหารสำเร็จรูป

      เมื่อยังคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ก็คงเป็นหนี้เหมือนเดิมกันต่อไป เวียนว่ายอยู่ในวงจรอุบาทว์ของหนี้สินที่หาทางออกไม่ได้ เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ สารเคมีในเลือดที่สูงเกิน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ได้ขวนขวายหาข้อมูลหาความรู้และหาทางเลือกที่ดึกว่า

      นวเกษตร คือ เกษตรแนวใหม่ ที่ตั้งอยู่บนฐานคิดใหม่ เกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ ไม่ข่มขืนขูดรีดเอาจากดิน น้ำ ป่า เหมือนที่ผ่านมา เป็นเกษตรที่ทำให้ธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช่เลวลง ดินดีขึ้น น้ำสะอาดขึ้น ป่าเพิ่มขึ้น สิ่งแวดล้อมและอากาศบริสุทธิ์ขึ้น