phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ดร.เสรี

ดร.เสรี

วินัยชีวิต

Wednesday, 25 September 2013 08:11 Published in ปรับฐานคิด

สยามรัฐรายวัน 25 กันยายน 2556

การยึดติดรูปแบบ ละเลยเนื้อหาและกระบวนการ ทำให้ผู้คนคิดอะไรแบบผิวเผิน ลดทอนเรื่องที่ซับซ้อนลงมาเหลือเพียงเรื่องเดียวสองเรื่อง คิดว่าประชาธิปไตยหมายถึงการไปเลือกตั้ง คิดว่าการมีวินัย คือให้เด็กนักเรียนตัดผมเกรียน ให้นักศึกษาแต่งเครื่องแบบ

ถ้ารูปแบบเหล่านั้นสร้างวินัยให้คนได้ก็คงจะดี แต่หลายสิบปีที่ให้ตัดผมเกรียนเด็กไทยก็ไม่เห็นมีวินัยดีเด่อะไร หลายโรงเรียนยังตีกันฆ่ากันเหมือนนักเลงอันธพาล ทั้งๆ ที่ตัดผมสั้นแต่งเครื่องแบบนักเรียน มหาวิทยาลัยเคร่งครัดในเครื่องแบบ แต่คุณภาพการศึกษาไทยและสำนึกเพื่อสังคมของนักศึกษาก็ไม่ได้ดูดีเหมือนเครื่องแบบที่สวมใส่

คนในเครื่องแบบต่างๆ ก็ยังโกงบ้านกินเมือง คนมีสีทำหน้าที่รักษากฎหมายก็ละเมิดกฏหมายเสียเอง แม้แต่เครื่องแบบผ้าเหลืองยังเป็นข่าวในสื่อต่างๆ อย่างเหลือเชื่อว่า คนที่ถือศีล 227 ข้อ จะไร้วินัยได้ปานนั้น

 

สยามรัฐรายวัน 18 กันยายน 2556

ปัญหายางพารามีความซับซ้อน แต่ถ้าศึกษาให้ดี มีข้อมูลรอบด้านก็จะเข้าใจว่า ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ มียุทธศาสตร์ ชุมชนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่รอแต่ให้รัฐช่วย ถึงจุดที่รอไม่ได้ ทนไม่ไหวก็ไปปิดถนน 

สิ่งที่ลุงประยงค์ รณรงค์แนะนำเรื่องการแก้ปัญหายางพาราวันนี้ สำหรับรัฐบาล คือ ๑) การจำกัดปริมาณการปลูกยางพารา ไม่ว่าจะด้วยวีธีการทำโซนนิ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ การโค่นยางเก่า และเสนอทางเลือกอย่างอื่นให้เกษตรกร ๒) การพัฒนาคุณภาพยาง พันธุ์ยาง การพัฒนาดิน ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ๓) การแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ๔) พัฒนาความร่วมมือจริงจังกับประเทศปลูกยางโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน

ประเทศมาเลเซียลดพื้นที่ปลูกยางลง เน้นการแปรรูป การวิจัยและพัฒนา ทำให้มูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทำการเกษตรอย่างอื่นแทนยางพารา ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างที่ไทยกำลังเผชิญ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไล่หลังในด้านปริมาณการผลิต ได้เปรียบไทยที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ไม่มีพ่อค้าประเทศไหนจะเลือกซื้อของแพงอย่างยางไทยเป็นอันดับแรก 

สยามรัฐรายวัน 11 กันยายน 2556

ลุงประยงค์ รณรงค์ ได้รับรางวัลแมกไซไซในฐานะผู้นำชุมชนเมื่อปี 2547 เป็นผู้รอบรู้เรื่องยางพาราดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย รู้เพราะทำมากับมือ เรียนรู้ปัญหาและหาวิธีแก้ไขร่วมกับชุมชนมาตลอด ตั้งแต่ทำโรงงานยางชุมชนแห่งแรกเมื่อปี 2527 จนถึงการวิจัยและพัฒนาแผนแม่บทยางพาราไทยเมื่อปี 2540

     วันนี้มีคนไปขอสัมภาษณ์ ขอความเห็นเรื่องปัญหายางพารา ไม่ว่าสื่อมวลชน นักการเมือง ผู้นำชุมชน ลุงประยงค์บอกว่า ไม่ค่อยอยากพูดอะไรอีก นอกจากเหตุผลด้านสุขภาพที่อยู่ในระยะพักฟื้น ก็มีเหตุผลที่ว่าได้พูดไปมากแล้วในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครฟัง ไม่ว่ารัฐบาลหรือชุมชน

     ลุงประยงค์บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้นจำเป็นต้องกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน การจับมือกันของ 3 ประเทศอย่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไม่เพียงพอ ต้องจับมือกับประเทศที่กำลังเริ่มปลูกยางใหม่ๆ อย่างลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ชวนมาเป็นสมาชิกก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นขู่แข่ง

สยามรัฐรายวัน 4 กันยายน 2556

เมื่อปี 2523 พลเอกหาญ ลีลานนท์ปิดเขาศูนย์ ที่ผู้คนหลายพันจากทั่วประเทศพากันไปขุดแร่ ซึ่งค้นพบและเริ่มขุดกันตั้งแต่ปี 2513 ร่ำรวยกันถ้วนหน้า เงินสะพัดตลาดทานพอ หรือตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

     เมื่อเขาศูนย์ปิด ชาวบ้านก็ต้องกลับไปทำมาหากินตามความถนัดของแต่ละคน ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา แต่ปัญหา คือ จะอยู่ได้อย่างไร เพราะยางพาราราคาไม่ดี ที่ไม่ดีอาจเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับรายได้จากการขุดแร่ ขายแร่  

     วิกฤติสร้างผู้นำชื่อประยงค์ รณรงค์ ชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการอะไร ร่วมกับผู้นำชาวบ้านอีก 12 คนพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ ว่าจะแก้ปัญหาราคายางตกต่ำได้อย่างไร พบว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่ราคาที่พ่อค้าจะให้ยางแผ่นชาวบ้านเป็นเกรด 3 เกรด 4 แต่ให้ของรัฐและเอกชนเกรด 1 เกรด 2  

     เหตุผลที่พ่อค้ารับซื้อยางทำเช่นนั้น ก็เพราะยางแผ่นของชาวบ้านคุณภาพต่ำ ประเภท "ทำมือ" คือ กรีดเอง รีดเอง ผลผลิตจึงออกมาไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ของรัฐและของเอกชนมาจากโรงงาน มีกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักร มีโรงอบ ไม่ใช่เอาไปตากแดดแขวนราวไม้ไผ่ไว้ยังกับผ้าอ้อมหน้าบ้าน

 

สยามรัฐรายวัน 29 สิงหาคม 2556

เป็นการณรงค์ของกรีนพีซ เริ่มต้นเมื่อปี 2011 ด้วยการเปิดเผยงานวิจัยสารเคมีตกค้างในเสื้อผ้า 20 ยี่ห้อดังอย่าง Zara, Calvin Klein, Benetton, Giorgio Armani, the Gap และอีก 15 แบรนด์ดังระดับโลก พบว่ามีสารเคมีตกค้างจากการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในประเทศจีน เม็กซิโก และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ

สารเคมีเหล่านี้มีผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมในที่ที่มีการผลิต และที่บ้านที่เมืองที่ผู้คนอาศัยอยู่เมื่อทำการซักเสื้อผ้าและปล่อยน้ำที่ใช้แล้วลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกนั้น ยังมีสารบางชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็งที่ใช้ในอุตสาหกรรมทอผ้าและผลิตเสื้อผ้า เช่น กางเกงในสตรียี่ห้อ Victoria Secret ซึ่งหากสารพวกนี้อยู่ในเครื่องเล่นเด็กก็จะถูกแบนในยุโรป

สารเคมีที่เป็นอันตรายในกลุ่ม NPE ย่อยสลายยาก สะสมระยะยาว เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม พืช สัตว์น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ อีกส่วนหนึ่งมาจากสารฟอกย้อม (toxic amines) ที่น่าเป็นห่วง คือ เสื้อผ้ายี่ห้อดังที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ Zara

งานวิจัยบอกว่ามีสารเคมีตกค้างทั้งสองประเภท กรีนพีช รณรงค์ใช้ชื่อโครงการรณรงค์นี้ว่า ZDHC (Zero Discharge of Hazardous Chemicals ลดสารเคมีอันตรายให้เหลือศูนย์) และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ที่ผลิตเสื้อผ้าแก้ปัญหานี้ ลดเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านี้

 

คำ(แนะ)นำ

          การลดน้ำหนักต้องอาศัย 2 อย่างเป็นสำคัญ คือ

ก.      ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะลดให้ได้อย่างจริงจัง เพราะเหตุผลของสุขภาพ ความสวยงาม ความเชื่อมั่นในตัวเอง ชีวิตที่สมดุล ลงตัว

ข.      แบบแผนการลดน้ำหนักอย่างมีหลักวิชา  ไม่ใช่คิดว่าถ้าอดอาหารแล้วน้ำหนักจะลด บางคนบอกว่าลดไม่ได้ เพราะอดข้าวแล้วนอนไม่หลับ  ไม่ลดน้ำหนักด้วยการกินยาผ่าตัด ด้วยอาหารเสริม หรืออะไรที่เขาโฆษณา ไม่จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สราคาแพง  ลดน้ำหนักได้ผลจริงๆ มีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ อาหารและการออกกำลังกาย จัดการให้ดี มีแบบมีแผน มีข้อมูล มีความรู้ ทำได้สำเร็จ มั่นคงยั่งยืนอย่างแน่นอน 

 

สยามรัฐรายวัน 21 สิงหาคม 2556

ชีวิตคนเราหลายอย่างอธิบายไม่ได้ เข้าใจไม่ถูกว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ตำนานฝรั่งบางครั้งก็บอกว่าเป็น ชะตากรรม (destiny) หรือเรื่องต่างๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมาย แตกต่างไปจากที่คิดหรือที่คาดการณ์ ก็มักบอกว่า คนคำนวณมิอาจสู้ฟ้าลิขิต มนุษย์วาดฝัน สวรรค์กำหนด (Man proposes, God disposes) 

คนไทยบอกว่าเป็นเรื่องของบุญวาสนา แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญวาสนาแข่งไม่ได้ หรือไม่ก็อธิบายว่าเป็นบุญกรรม ถ้าเกิดรักใครชอบใครก็อธิบายว่า ได้ทำบุญร่วมกันแต่ปางก่อน

ในกรณีของคนอย่าง น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เป็นชีวิตที่บางคนยบอกว่าเหมือนฟ้าลิขิต เพราะไม่ได้เกิดในครอบครัวมีฐานะดีอะไร พ่อแม่เป็นคนงานจากร้อยเอ็ด ไปทำงานที่นครปฐม น้องเมย์เติบโตมาในบรรยากาศโรงงานทำขนม อยู่ใกล้ที่ไม่ปลอดภัย เขาเลยจับไปวิ่งเล่นในโรงยิมแบดมินตัน 

 

สยามรัฐรายวัน 14 สิงหาคม 2556

คนสองคน เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าด่าว่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีเหตุผล อาจลงท้ายด้วยการลงไม้ลงมือเหมือนกับที่เกิดทั่วไปแม้แต่ในสภาอันทรงเกียรติในหลายประเทศ รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป 

คนสองคนเถียงกัน ต่างคนต่างพูด ที่หยุดพูดก็เพียงเพื่อจะได้พักเหนื่อยและสรรหาคำพูดที่ดุเด็ดเผ็ดมันมาตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้ตั้งใจจะฟัง อาจจะได้ยินแต่ไม่ได้ฟังว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร มีเหตุผลอะไร 

คนเราไม่ได้อยู่กันด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่อยู่ด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ญาณทัศนะ ซึ่งนักจิตวิทยายกให้เป็นอีก 3 องค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยกว่าสิ่งที่เราเรียกว่า เหตุผล

ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นเมื่อปาสกัล นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสบอกว่า หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก หัวใจในที่นี้เป็นตัวแทนขององค์รวมของชีวิต ที่รวมเอามิติต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง เป็นตัวแทนของความรู้สึกนึกคิดและจิตวิญญาณ ของคน

นักวิชาการภาษาชาวเยอรมันเคยรวบรวมคำว่า ใจ ในภาษาไทยได้ 300 กว่าคำ เช่น ดีใจ เสียใจ ใจดี ใจดำ ใจเย็น ใจร้อน ร้อนใจ ใจเสาะ ใจถึง เข้าใจ ปลอบใจ เกรงใจ ประหลาดใจ สนใจ เอาใจใส่ฯลฯ 

 

สยามรัฐรายวัน 7 สิงหาคม 2556

สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนได้ต้องเปลี่ยนจากฐานราก ชุมชนคือฐานรากของสังคม ถ้าชุมชนเข้มแข็ง สังคมก็จะเข้มแข็ง วันนี้สังคมอ่อนแอเพราะชุมชนอ่อนแอ อยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ถูกครอบงำจากคนที่มีอำนาจมากกว่า มีความรู้มากกว่า มีทุนมากกว่า 

     มีชุมชนจำนวนหนึ่งที่เข้มแข็ง แม้จำนวนไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอเพื่อยืนยันว่า ชุมชนเข้มแข็งไม่มีใครไปครอบงำพวกเขาได้ พวกเขาพึ่งพาตนเองได้ พึ่งพาตนเองแปลว่า คิดเองได้ ตัดสินใจเองได้ เลือกเองได้ ว่าจะอยู่อย่างไร จะเดินไปทางไหน เงินกับอำนาจไม่อาจครอบงำชุมชนเข้มแข็งได้

     การเรียนรู้เท่านั้นทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ อำนาจกับเงินทำให้ชุมชนอ่อนแอ วิ่งหาแต่งบประมาณและโครงการและเงินช่วยให้เกิดการพัฒนาได้ แต่การพัฒนาที่เอาเงินเป็นเป้าหมาย ได้ทำลายชุมชนตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เริ่มต้นด้วยความคิดที่ผิด สิ่งที่ตามมาจึงผิดหมด สับสนเรื่องคุณค่า ความถูกต้อง ดี งาม

     การเรียนรู้ที่ดีทำให้เกิดการพัฒนาจิตสำนึก นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่การท่องตำรา ท่องหนังสือ แต่เป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตตนให้เป็นหนึ่งเดียว การเรียนรู้จึงเกิดผลต่อชีวิตในทันที เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

สยามรัฐรายวัน 31 กรกฎาคม 2556 

สหกรณ์เครดิตยูเนียนมีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนีเมื่อประมาณ 160 ปีมาแล้ว เริ่มจากการออมทรัพย์ในหมู่คนจนในเมือง แล้วมีการริเริ่มทำในชนบท แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป เครดิตยูเนียนไม่ใช่ชื่อเดิมที่เริ่มต้น มาได้ชื่อนี้ที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว ส่วนที่ยุโรปก็มีชื่อต่างๆ กันไปในแต่ละประเทศ เช่น ไรฟ์ฟายเซนแบงค์ในเยอรมนีและออสเตรีย ราโบแบ็งค์ในเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

เครดิตยูเนียนเป็นสถาบันการเงินที่ประชาชนที่เป็นสมาชิกเป็น เจ้าของ จึงถือว่าเป็น สหกรณ์ และแพร่หลายไปกว่า 100 ประเทศ กว่า 50,000 แห่ง มีสมาชิกเกือบ 200 ล้านคน เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีกว่า 90 ล้านคน ในประเทศไทยมีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน 

วิกิพีเดียบอกว่ามี 3.6 ล้านคน ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทยบอกว่ามี 1,281,184 คน อาจเป็นได้ที่ของวิกิพีเดียรวมเอาเครดิตยูเนียนที่ยังไม่เป็นสหกรณ์ และอาจเป็นเพราะปัจจุบันเกิดมีชุมนุมสหกรณ์ขึ้นมาอีก 2 แห่ง แห่งหนึ่ง คือ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพื่อการพัฒนา ซึ่งสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นที่กำลังเป็นข่าว เป็นแกนนำก่อตั้ง ส่วนอีกชุมนุมฯ อยู่ทางภาคอีสานตอนกลาง

จากข้อมูลของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย มีสหกรณ์เครดิตยูเนียนอยู่ 1,314 แห่ง มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2505 และเริ่มก่อตั้งเครดิตยูเนียนแห่งแรกเมื่อปี 2508 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาสงเคราะห์ซอย 24 หรือที่เรียกกันว่า ซอยศูนย์กลางเทวา เขตติดต่อระหว่างดินแดงกับห้วยขวาง กรุงเทพฯ