phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

คำและความหมาย

คำและความหมาย (10)

Saturday, 27 June 2009 00:00

วิสัยทัศน์

Published in คำและความหมาย Written by

     (เขียนขึ้นมาตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งได้ฟังผมพูดถึงคำคำนี้ แล้วรู้สึกว่า คำว่า "วิสัยทัศน์" ที่เราแปลกันจากคำว่า vision ดูจะอ่อนเกินไป ท่านคงอยากให้ช่วยกันหาคำแปลใหม่ที่มีพลังมากกว่าคำว่าวิสัยทัศน์) 

     คำว่า “วิสัยทัศน์” ใช้กันมากในการทำยุทธศาสตร์พัฒนาในแทบทุกภาคส่วนวันนี้ แปลมาจากภาษาฝรั่งว่า “vision” ซึ่งมีรากศัพท์ภาษาละติน videre เป็นคำกริยาที่แปลว่า มองเห็น ซึ่งมีรากภาษาเดียวกันกับคำว่า “วิสัย” ในภาษาบาลี (สันสกฤต)  

     คำนี้ใช้มาหลายพันปีแล้ว แต่เดิม vision เป็นประสบการณ์ทางศาสนาของบุคคลบางคนที่มีคุณธรรม เป็นผู้นำ เป็นผู้แทนของพระเจ้า เช่น ในพระคัมภีร์ไบเบิลมีประกาศก (prophet) ที่ทำหน้าที่ประกาศ “พระวาจาของพระเจ้า” (the Words of God) เป็นผู้ตักเตือนมนุษย์ให้ปฏิบัติตามบัญญัติ ไม่ทำผิด ทำบาป คนเหล่านี้มักจะเห็น vision ที่แปลว่า“นิมิต” หรือ “ภาพนิมิต” “ภาพเหมือนฝันที่คนธรรมดามองไม่เห็น”   

     เป็นภาพที่เกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เกี่ยวกับพระเจ้า เกี่ยวกับคุณธรรม เกี่ยวกับอุดมคติ หรือเป้าหมายบางประการที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริง ภาพที่พระเจ้าทรงเปิดเผยทางบุคคลบางคนที่ทรงอนุญาติให้เห็นภาพนิมิตนั้น

 

 

     เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา เป็นหลักคิด หลักการ เพื่อให้เกิดผลต้องมี "กรอบ เกณฑ์ ตัวชี้วัด" มาเป็นตัวช่วย เป็นแนวทาง เป็นเครื่องมือเพื่อทำให้เรานำเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติอย่างได้ผล สอดคล้องกับชีวิตของเรา งานที่เราทำ องค์กร สถาบัน ที่เราอยู่

     ผมทำให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น อ่านแล้วเอาไปประยุกต์ ปรับ ใช้กับตัวเอง ครอบครัว หน่วยงาน ชุมชน ก็ได้ ทำกันหลายคนจะได้อะไรดีๆ เป็นแนวปฏิบัติที่ทุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ ที่เราเรียกกันว่า "ร่วมใจ ร่วมไม้ ร่วมมือ" 

     ขอฝากคำพูดของคุณหมอประเวศ วะสี ซึ่งขยายความเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า "ถึงใช้คำว่าเศรษฐกิจก็จริง แต่มันเป็นเศรษฐกิจในความหมายที่ใหญ่กว่าที่เราเข้าใจ เราอาจเข้าใจเศรษฐกิจในความหมายของเงินทอง แต่ "เศรษฐ" แปลว่า ความเจริญ เศรษฐกิจคำนี้มีความหมายกว้างกว่าเงินทอง มันหมายถึงความพอเพียงทางจิตใจ ความพอเพียงทางปัญญา ความพอเพียงทางสิ่งแวดล้อม ทางสังคมพร้อมกันหมด มันจึงจะนำไปสู่การแก้ความยากจนได้"

 

กระบวนทัศน์พัฒนาใหม่

     "อยู่เย็นเป็นสุข" เป็นเรื่องปรัชญาชีวิต เรื่องวิธีคิดก่อนวิธีทำ เรื่องสัมมาทิฐิก่อนสัมมาอาชีวะ ไม่ใช่การค้นหาเทคนิกวิธีการเหมือน "วิธีแก้ทุกข์และสร้างสุข" ของเดล คาร์เนกี ที่ให้สูตรสำเร็จตามปรัชญาปฏิบัตินิยมของสังคมอเมริกัน

     อยากอยู่เย็นเป็นสุขต้องพูดกันเรื่องฐานคิด ถ้า "คิดถูก ทำดี" คนต้องมีความสุข เหมือนที่ท่านพุทธทาสสอนว่า "ขึ้นต้นไม้ให้ขึ้นทางต้น อย่าขึ้นทางปลาย" หมายความว่า ให้จับหลักคิดให้แม่นก่อนที่จะวิ่งไปแสวงหาเทคนิควิธีการ  ให้ถามว่า "ทำไปทำไม" ก่อนถามว่า "ทำอย่างไร"

     ภูฏานถูกจัดให้เป็นประเทศด้อยพัฒนา เพราะตัวชี้วัดการพัฒนาที่ประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้กำหนด แต่ถ้าวัดกันด้วย "ตัวชี้วัดความสุข" ภูฏานอาจจะอยู่ในอันดับต้นๆ ก็เป็นได้ 

     ภูฏานไม่ได้ปฏิเสธความรู้จากภายนอก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัวเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ก้าวกระโดด ไม่รีบเร่งเพื่อให้มีการลงทุนจากภายนอก ไม่ได้เร่งการพัฒนาการท่องเที่ยว แม้ภูฏานจะมีศักยภาพสูงมาก และใครๆ ก็อยากไปเที่ยวประเทศเล็กๆ นี้

Thursday, 15 June 2006 00:00

GDP vs GDH

Published in คำและความหมาย Written by

จีดีพี (GDP ตัวชี้วัดเศรษฐกิจ) จีดีเอช (GDH ตัวชี้วัดความสุข)

     จีดีพี (GDP Gross Domestic Product) แปลเป็นไทยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งหมายถึงมูลค่าตลาดทั้งหมดของสินค้าและการบริการในประเทศในหนึ่งปี ตัวเลขดังกล่าวได้มาจากตัวเลขการบริโภค, การลงทุน, การใช้จ่ายของรัฐบาล บวกตัวเลขการส่งออกลบด้วยตัวเลขการนำเข้า

     GDP รวมมูลค่าตลาดทั้งหมดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือดำเนินการโดยบริษัทของประเทศใด ขณะที่ GNP (Gross National Product) วัดโดยใช้มูลค่าตลาดของสัญชาติตนเองทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน จึงนิยมใช้ GDP มากกว่า

     วันนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกว่า การวัดความเจริญด้วยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบนี้ไม่ได้แสดงการเติบโต "จริงๆ " หรือเติบโตในคุณภาพชีวิต มีชีวิตดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น เพราะได้มีหลักฐานทั่วโลกที่ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ การมีทรัพย์สินเงินทองมากไม่ได้แปลว่ามีคุณภาพชีวิตและมีความสุขมากขึ้นตามไปด้วยเสมอไป  มีหลายประเทศที่มีจีดีพีอยู่ระดับเดียวกัน แต่แตกต่างกันอย่างมากในเรื่องสุขภาพและการศึกษาแห่งชาติ ประเทศยากจนบางประเทศมีตัวเลขคุณภาพชีวิตดีกว่าประเทศร่ำรวยกว่าบางประเทศ เช่น อายุยืนกว่า เด็กตายน้อยกว่า คนมีสุขภาพจิตดีกว่า ความเครียดน้อยกว่า และมีตัวชี้วัดการอยู่ดีมีสุขอีกหลายตัวดีกว่า            

     มีการวิพากษ์วิจารณ์เกณฑ์การวัดจีดีพีเองด้วยว่าไม่สมบูรณ์และไม่ตรงกับความเป็นจริง แม้การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมยังถูกรวมเข้าไปอยู่ในจีดีพี แทนที่จะลบออก  จีดีพีไม่ได้แยกระหว่างอะไรเป็นที่พึงปรารถนาอะไรไม่พึงปารถนา นักวิจารณ์บางคนเปรียบจีดีพีเหมือนคนทำบัญชีที่รู้จักบวกอย่างเดียว ลบไม่เป็น สายตาสั้นมองเห็นแค่ปลายจมูกตัวเอง  จีดีพีจึงเป็นเพียงการบวกตัวเลขการใช้จ่ายของประชาชน แล้วเรียกมันว่าการเติบโต แล้วอ้างว่าการเติบโตนี่ดี โดยไม่เคยสนใจว่าเงินไปไหนและทำไม ยิ่งจ่ายค่ายาค่าหมอ จ่ายค่าอาหารขยะ นั่งอยู่ในรถติดเป็นชั่วโมงๆ  ค่าธรรมเนียมแบบซ่อนเร้นที่สถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตเขาเก็บสูงเท่าไรก็ยิ่งดี ทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจดี ตัวเลขโตขึ้น

Page 1 of 2