phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Tuesday, 16 August 2005 00:00

ตลาดสดน่าซื้อ

Rate this item
(0 votes)

     "ตลาดดี มีผักปลอดสาร อาหารปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย มีน้ำใจให้กัน"

     เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ไปพูดในงานสัมมนาเรื่อง "ภาคีเครือข่ายการดำเนินงานพัฒนาตลาดน่าซื้อ เขต 1" ที่โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์ พระนครศรีอยุธยา จัดโดยงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

     รู้สึกแปลกใจตอนได้รับเชิญ ยังถามคนเชิญว่า แน่ใจหรือว่าเชิญถูกคน ไม่ใช่ "เสรี วงศ์มณฑา" หรือ คนเชิญยืนยันว่าเชิญ "เสรี พงศ์พิศ" และขอนัดมาพบเพื่ออธิบายว่างานนี้เป็นมาอย่างไร และจัดเพื่ออะไร จัดอย่างไร เพื่อให้ผมได้เตรียมตัวไปพูดเรื่อง "การสร้างเครือข่ายชุมชนคนรักตลาด" 

     เรื่องตลาดนี่ผมก็รู้มีความน้อย เขาคงไม่ได้ต้องการให้ผมไปพูดเรื่องตลาด แต่ให้พูดเรื่องเครือข่าย การสร้างเครือข่าย การสร้างพันธมิตร ประเด็นฮิตในทุกวงการวันนี้

 

     วันนี้แม้จะมีซุปเปอร์มาร์เก็ต หลายคนก็ยังไปตลาดสด เพราะตลาดสดมีหลายอย่างที่หาซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือรถสองแถวไม่ได้ เช่น ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองที่ขายให้คนเฉพาะกลุ่ม อย่างไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น อีลอก ดอกกะเจียว ผักติ้ว ผักเม็ก หอยขม ปลาน้ำจืดแดดเดียว ตากแห้ง เห็ดธรรมชาติอย่างเห็ดเผาะ เห็ดโคน เห็ดผึ้ง ซึ่งตลาดห้วยขวางมีขายตามฤดูกาล ไปถูกที่ถูกเวลาก็ได้ของดีๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (บ้านผมอยู่เขตห้วยขวาง)

     ผมอาจจะรู้จักตลาดในกรุงเทพฯ น้อย เพราะมีคนที่บ้านทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว แต่ตลาดต่างจังหวัด ไม่ว่าในตัวจังหวัด อำเภอ ตำบล ไปบ้านไหนเมืองไหนไหนผมต้องแวะไปค้นหาให้ได้ อยากไปสำรวจอาหารการกินของคนในท้องถิ่นนั้น อยากซื้อผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองบางอย่างมารับประทาน เอากลับมากรุงเทพฯ ได้ก็จะเอากลับมาด้วยเสมอ

     ผมว่าวันนี้คนที่โชคดีเป็นคนชนบท เพราะมีโอกาสได้รับประทานผักพื้นบ้าน ได้กินไก่นา ปลาแม่น้ำ เมื่อก่อนนี้ชาวบ้านรู้สึกว่า คนที่กินผักป่าผักทุ่งเป็นคนจน ไม่มีเงินซื้อผักตลาดกิน วันนี้โลกหมุนกลับ กลับไปหาธรรมชาติ คนกินผักป่าผักทุ่งกลายเป็นคนฉลาด มีปัญญาหาของดีๆ รับประทาน ผักบ้านหลายชนิดเริ่มเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่างผักหวาน อีกไม่นานหลายๆ ชนิดคงตามกันเข้าไป

     ปัญหาใหญ่ของตลาดวันนี้ ไม่ว่าตลาดสดแบบเดิม หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต คือปัญหาการปนเปื้อนในอาหาร ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ยเคมี สารฟอกชนิดไฮโดรซัลไฟต์ สีอาหาร สารเคมีต่างๆ โดยเฉพาะบอแรกซ์ และฟอร์มาลีน สารเร่งเนื้อแดง

     ปัญหาก็คือ ผู้บริโภคอย่างเราท่านไม่มีทางรู้ด้วยตาเปล่าได้เลยว่า มีสารตกค้างเหล่านี้ในผัก ปลา อาหารต่างๆ ที่วางขายในตลาดหรือไม่

     ที่ติดป้ายหรูๆ ว่า "ผักปลอดสาร" เชื่อถือได้หรือ เพราะ ดร. พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เคยเอาผักจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไปตรวจหลายปีก่อนพบว่า กว่าร้อยละ 70 ไม่ปลอดสารจริง สองสามปีที่แล้ว กระทรวงเกษตรฯ ก็ตรวจพบว่า ผักในตลาดทั่วไปร้อยละ 37 มีสารตกค้างเกินขีดมาตรฐาน 

     อย่างนี้กระมังที่โรคร้ายแรง เรื้อรัง และรักษายากทั้งหลายจึงแพร่กระจายไปทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่ามะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคตับ โรคไต และสารพัดโรค อาการเหล่านี้มาจากอาหารที่เรากินเข้าไปอย่างสำคัญ ฝรั่งบอกว่า "You are what you eat." แปลอ้อมๆ ได้ว่า คุณจะสุขกายสบายดีหรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกินเข้าไป

     ตั้งใจจะเขียนเพียงเกริ่นนำ แต่ร่ายเสียยาวเพื่ออยากแนะนำให้ท่านรู้จักโครงการดีๆ ของกรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการในจังหวัดเป้าหมาย คือ นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา  

     โครงการดีๆ ที่ว่านี้คือ "โครงการตลาดสดน่าซื้อ" ซึ่งผมเห็นว่าน่าสนใจและน่าจะได้ผล เพราะไม่ใช่โครงการฉาบฉวยแบบไฟไหม้ฟาง มีงบก็ทำ ไม่มีงบก็เลิก ตอนนี้คงเลิกไม่ได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ "ยุทธศาสตร์" ของกระทรวงและของกรมที่เน้นอาหารปลอดภัย และประกาศว่า "เราคือครัวของโลก" และต้องทำต่อเนื่องจนกว่าจะได้มาตรฐานถ้วนหน้า ไม่ใช่ดีบางแห่ง ดีบางครั้ง แต่ให้ดีทุกแห่งและตลอดไป

     กรมอนามัยมีกรอบการทำงานสร้างมาตรฐานตลาดสด สรุปรวมความว่า "ตลาดสดน่าซื้อมีสถานที่สะดวก สะอาด บรรยากาศดี โครงสร้างอาคารมีสภาพแข็งแรง มีการจัดแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน มีสาธารณูปโภคครบครัน ผู้ขายมีสุขภาพอนามัยดี แต่งกายสะอาดถูกสุขลักษณะ อาหารสะอาด สด ใหม่ ปลอดภัย ปลอดสารพิษ สินค้าที่นำมาจำหน่ายมีคุณภาพดี ราคาเหมาะสมไม่แพง สินค้าสำเร็จรูปจะต้องระบุฉลากชัดเจน เน้นมาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และที่สำคัญจะต้องถูกใจผู้บริโภค"

     ที่น่าสนใจ คือ ในตลาดสดทั่วไป มีชมรมผู้ประกอบการค้าในตลาดต่างๆ อยู่มากมาย นอกนั้นยังมีชมรมเจ้าของตลาด ซึ่งหมายถึงทั้งตลาดเทศบาลและตลาดเอกชน

     ตลาดเหล่านี้มีการปรับปรุงการดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งการบริหารจัดการให้เป็นระบบระเบียบ ทั้งความปลอดภัย ปลอดสารในอาหารทุกชนิด เพราะเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องต่างก็รู้ดีว่า วันนี้คู่แข่งของตลาดสดมีมากและล้วนแต่ระดับอินเตอร์ทั้งนั้น ถ้าบริการไม่ดี ไม่มีมาตรฐาน ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ปลอดภัย วันหนึ่งตลาดคงร้าง

     บางคนบอกว่า ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคงหลงภาพภายนอก อยากซื้อผักสดๆ สีเขียวๆ ใบงามๆ โดยไม่สนใจว่ามีสารเคมีตกค้างหรือไม่ ไม่สนใจอันตรายที่เกิดจากสารพิษดังกล่าว ซึ่งก็คงจะจริง แต่กระแสใหม่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกับสำนึกใหม่ในเรื่องสุขภาพ "สร้างดีกว่าซ่อม" ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกระแสหลักไปทั่วโลกและทั่วประเทศ  

     สถิติตัวเลขยืนยันว่า ผู้คนสนใจดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกซื้ออาหารการกิน อีกไม่นานคนที่ยังสนใจแต่ผักสดๆ สีสวยๆ จะกลายเป็นคนตกยุคตกสมัย เพราะใครๆ เขาเลือกกินแต่ผักปลอดสารมากกว่า ดูแต่ฉลากข้างขวด ข้างกล่องที่ต้องติดกันละเอียด คนซื้อส่วนใหญ่จะอ่านกันทั้งนั้น อย่างน้อยอ่านว่าหมดอายุเมื่อไร อ่านว่ามีสารกันบูดหรือไม่ มีน้ำตาลเท่าไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง 

     ผมนั่งฟังการรายงานของจังหวัดต่างๆ ว่ามีการดำเนินการพัฒนาตลาดของตนเองอย่างไร แล้วรู้สึกประทับใจหลายตลาด คาดไม่ถึงว่าจะมีอะไรอย่างนี้ เช่น ตลาดรังสิต ซึ่งชนะเลิศระดับเขต เป็นตลาดที่เน้นความสะอาด ความเป็นระบบระเบียบ คุณภาพอาหาร มีห้องแล็ปของตลาดเอง มีการสุ่มตัวอย่างสินค้าไปตรวจสารตกค้างทุกสัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่า ทางตลาดเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ และต้องการให้ลูกค้าสบายใจ มั่นใจว่าได้สินค้าปลอดภัยจริง

     ตลาดบางใหญ่น่าประทับใจที่คณะกรรมการชมรมนอกจากช่วยกันดูแลระเบียบ ความสะอาดปลอดภัยของสินค้าอาหารต่างๆ แล้ว ยังช่วยเหลือผู้ค้าหน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ให้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ให้ค้าขายเป็น ไม่ปล่อยให้เรียนรู้เองตามบุญตามกรรม ลองผิดลองถูกเอาเอง

     ผมดีใจที่ได้ยินอะไรดีๆ ที่แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการต่อผู้บริโภค เพราะเคยได้ยินแต่เรื่องร้ายๆ หลายรูปแบบ ของผู้ค้าบางคนในบางตลาด ซึ่งทำได้แม้กระทั่งเอาบุ้งตัวเขียวๆ เป็นๆ (ที่ซื้อกันกิโลละเป็นร้อยบาท) เอาไปใส่เข่งผักเพื่อให้ดูว่าปลอดสารเคมี  หวังว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นเพียงนิทาน ถ้าแม้นว่าเคยเกิดขึ้นจริงก็ขออย่าได้เกิดขึ้นอีก บาปกรรมครับที่ทำให้ผู้คนตายผ่อนส่ง

     ผมคิดว่า จุดแข็งของตลาดสดที่จะแข่งกับซุปเปอร์มาร์เก็ตยังมีมาก ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกํบผู้ซื้อ ถ้ามีความจริงใจและซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่เอาเปรียบกัน ปรารถนาดีต่อกัน ไม่ทำร้ายกันโดยขายของที่ปนเปื้อนสารพิษ  ความสัมพันธ์แบบนี้ผมเคยเห็นที่เชียงใหม่ ที่ "กาดอิ่มบุญ" ซึ่งขายของปลอดสารมานานกว่า 10 ปีแล้ว ขายวันพุธกับวันเสาร์เท่านั้น คนซื้อคนขายรู้จักกัน คนขายเป็นคนจากหมู่บ้านเอาของที่ปลูกเองเลี้ยงเองทำเองมาขายคนในเมือง เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

     ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า "เครือข่าย" ซึ่งเป็นแบบธรรมชาติ และทำให้คนที่รู้จักมักคุ้นกันสัมพันธ์กันไม่ใช่เชิงธุรกิจ แต่แบบพี่แบบน้องเหมือนในอดีต แม้ว่ามีการซื้อขาย แต่ก็เป็นการแลกเปลี่ยนแบบหนึ่ง บางครั้งชาวบ้านเอาของมาฝากชาวเมือง ชาวเมืองเอาของไปฝากชาวบ้าน

     เรื่องแบบนี้ไม่มีในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีในร้านสุกี้ที่มีสาขาเต็มบ้านเต็มเมือง ที่ประกาศว่าผักของตัวเองปลอดสาร จริงไม่จริงเราไม่มีเครื่องมือพิสูจน์ ด้วยความสัตย์จริงก็ไม่ค่อยเชื่อ และไม่แน่ใจว่าทางราชการเคยสุ่มตัวอย่างและตรวจตราบ่อยแค่ไหน รวมทั้งบรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ซึ่งคงปล่อยให้ทางราชการทำคนเดียวคงลำบาก ผู้บริโภคน่าจะมีองค์กรและกลไกในการตรวจสอบด้วย มีมาตรการบอยคอตได้ถ้าหากตรวจพบอะไรที่ไม่รับผิดชอบ

     นอกจากจุดแข็งของตลาดสดที่เรื่องความสัมพันธ์และเครือข่ายระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ยังมีจุดแข็งของเครือข่ายระหว่างชมรมผู้ประกอบการ ผู้ขาย กับชมรมผู้บริโภค และอาจรวมถึงชมรมเจ้าของตลาดด้วย เพื่อทั้งสามส่วนจะได้ร่วมมือกันพัฒนาตลาดสดให้น่าซื้อจริงๆ ตามมาตรฐานที่ร่วมกันร่าง ร่วมกันรับรอง

     ของอย่างนี้ไม่มีในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งให้ความสะดวกสบาย ได้แอร์เย็นๆ แต่ความสัมพันธ์ก็เย็นเหมือนแอร์ ทุกอย่างเป็นกลไก เป็นการค้า ที่เอาราคาถูกเข้าว่า โฆษณากระหน่ำทุกรูปแบบ

     ผมไปร่วมสัมมนาเพื่อช่วยให้เกิดเครือข่ายระหว่างตลาดสดในแต่ละจังหวัด และระหว่างจังหวัด ไม่ทราบว่าจะเกิดหรือไม่อย่างไร เครือข่ายหมายถึงการเชื่อมสัมพันธ์กันโดยที่สมาชิกไม่ได้สูญเสียความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อกัน ยังทำงานตามแผนของตนเองได้ เพียงแต่เครือข่ายน่าจะทำให้ทำงานได้ดีขึ้น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ได้ทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน

     ถ้าหากเครือข่ายช่วยทำให้ตลาดต่างๆ พัฒนาคุณภาพได้จริงๆ ผมว่าจะเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ เพราะตลาดคือผู้กุมชะตากรรมของผู้คน เป็นตายร้ายดีก็ขึ้นอยู่กับอาหารการกินที่ซื้อจากตลาดเป็นสำคัญ

     ผมเห็นว่า บทบาทของศูนย์อนามัยที่ 1 ที่ช่วยเหลือตลาดต่างๆ ให้พัฒนาคุณภาพอาหาร การบริการ การจัดระเบียบต่างๆ รวมทั้งประสานให้ได้สินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ เป็นเรื่องดี จะมีวิธีอะไรในท้ายที่สุดที่ทำให้เครือข่ายเหล่านี้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ และอนามัยเข้าไปเสริมไปเติมเต็มให้ ให้พวกเขาดำเนินการเองให้มากที่สุด

     ผมเชื่อว่า การช่วยให้เกิดการเรียนรู้สำคัญกว่าการออกระเบียบและไปตรวจไปควบคุมมาตรฐาน เพราะถ้าผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้มแข็ง พวกเขาจะสร้างมาตรฐานที่ดีกันเอง และจะเป็นอะไรที่มั่นคงกว่าที่ราชการตั้งไว้และให้พวกเขาทำตาม