phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ความนำและความในใจ

ความนำและความในใจ (11)

สยามรัฐรายวัน 30 มิถุนายน 2553

 

     บอกให้ถอยหลังไปตั้งหลัก รัฐบาลไหนก็ทำใจยาก เพราะคำว่าถอยหลังยังหมายถึงความล้มเหลว หมายถึงปัญหาร้อยแปดที่ตามมา แต่ถ้าคิดจะปฏิรูปสังคมไทยอย่างจริงจัง ไม่ถอยหลังสักนิด เพื่อหยุดคิดสักหน่อย แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไปทางไหนและทางที่ไปเป็นทางที่ถูกต้อง          

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขอให้ “ถอยหลังไปตั้งหลัก” พร้อมแล้วค่อยออกมา เพราะพายุยังแรงเกินไป แต่คนก็ไม่ค่อยฟัง คิดแต่จะไปตายเอาดาบหน้า และหลายคนก็ตายสมความตั้งใจ ไม่ได้หยุดคิด ไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิด คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ก็แก้ปัญหาไม่ได้เหมือนเดิม          

     อยากเสนอให้ถอยหลังสัก 4 ก้าว ก้าวแรก คือ “คืนสู่ธรรม” อันเป็นต้นธารชีวิต (Back to the Source) กลับไปค้นหาหลักแห่งความถูกต้องดีงาม แยกให้ออกระหว่างดีกับชั่ว ถูกกับผิด จริงกับเท็จ ไม่สับสนระหว่างทางไปสวรรค์กับลงนรก ไม่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว          

     ต้องถอยก้าวแรกเช่นนี้ เพราะสังคมไทยป่วยไข้ทางจิตวิญญาณ เป็นโรคภูมิคุ้มกันทางจิตวิญญาณบกพร่อง เป็นสังคมที่อ่อนแอ ถูกครอบงำจากกระแสโลกจนไม่อยู่ในสถานะที่จะคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ทำอะไรตามๆ กันไป เป็นมวลชนที่ถูกสั่งให้กิน ให้อยู่โดยคนที่กุมอำนาจอย่างธุรกิจยา ธุรกิจอาหาร ธุรกิจเครื่องอุปโภคบริโภคอำนวยความสะดวกทั้งหลาย กลายเป็นปัจจัย 5 ปัจจัย 6  ปัจจัย 7  ทำให้คนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นความต้องการ อะไรเป็นความจำเป็นสำหรับชีวิต

มติชนสุดสัปดาห์ 9-15 ธ.ค. 2554 

 

     สังคมไทยใช้อำนาจมากกว่าใช้ความรู้ในการบริหารจัดการประเทศ เห็นได้ชัดจากกรณีน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ การใช้อำนาจแก้ปัญหาไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ต้องแก้ด้วยการปิดถนน โดยชุมชนที่ทนไม่ได้ลุกขึ้นมารื้อกระสอบทราย รื้อบิ้กแบ็ค และเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำ จนกำลังกลายเป็นจราจลที่ขยายวงไปทั่ว          

      ถ้าใช้ข้อมูลความรู้ ก็จะรู้ว่า ฝกตกมากขนาดนี้ พายุเข้ามากมายปานนี้ จะบริหารจัดการเขื่อน การกักเก็บ การปล่อยน้ำอย่างไร จะแก้ตัวแบบไหนก็ฟังได้ยากที่บอกว่าไม่ใช่เทวดาที่จะหยั่งรู้ฟ้าดินวันนี้เทคโนโลยีมีมากพอที่จะบริหารจัดการได้

      ถ้าย้อนหลังไปดูสถิติในอดีต เรียนรู้จากการบทเรียนที่สั่งสมมานานนับร้อยปีก็น่าจะสรุปได้ว่า ควรรับมือกับฝนและพายุที่เข้ามาในปริมาณมากขนาดนี้ได้อย่างไร ถ้าถูกนักการเมืองบีบบังคับไม่ให้ปล่อยน้ำตามที่ควรทำก็เปิดเผยให้สังคมได้รู้

      ถ้าใช้ข้อมูลความรู้ ก็จะรู้ว่า มีเวลาเป็นเดือนๆ กว่าน้ำเหนือจำนวนมหาศาลจะไหลมาถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้บริหารที่รับผิดชอบตั้งแต่ล่างไปถึงบนไม่ได้ใช้ความรู้ในการเตรียมรับมืออย่างเหมาะสม ไม่มีการประสานงาน ไม่มีความร่วมมือ ไม่มียุทธศาสตร์ สุดท้ายก็ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

 

     ปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี มีความคิดดีๆ ได้ทำสิ่งดีๆ ได้รับสิ่งดีๆ ได้พบคนดีๆ ได้เรียนรู้เรื่องดีๆ สำหรับชีวิต

      ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ คำพูดดีๆ การกระทำดีๆ ที่เป็นกำลังใจให้ผมได้ทำงานอย่างที่ทำอยู่ เขียนหนังสืออย่างที่เขียนอยู่ ให้สู้กับปัญหาอุปสรรคได้โดยรู้ว่าไม่ได้สู้คนเดียวโดยลำพัง ให้ยิ้มได้ยามมีปัญหา ให้ปล่อยวางด้วยปัญญาเมื่อได้ทำเต็มความสามารถแล้ว สวัสดีปีใหม่ครับ

      (ด้านซ้ายมือ คลิกที่ “มองย้อนไปในปี 54” อ่านข้อเขียนความในใจขนาดยาวของผม เป็นข้อคิดจากปีเก่าเข้าปีใหม่)

Page 2 of 2