phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 16 November 2011 00:00

เหลือแต่ตัวกับหัวใจ

Rate this item
(0 votes)

     น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้มีผลกระทบต่อคนไทยกว่าครึ่งค่อนประเทศ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบากมากน้อยต่างกัน บางคนสูญเสียเกือบทุกอย่าง “เหลือแต่ตัวกับหัวใจ” ซึ่งถือว่าโชคดีมาก เพราะนอกจากจะเอาชีวิตรอดมาได้ยังเอาหัวใจมาด้วย ไม่ถอดใจ ไม่สิ้นหวัง          

     ท่านมหาตมะ คานธีบอกว่า เมื่อใดที่ท่านท้อแท้ ท่านจะนึกถึงคนที่ลำบากกว่า  หรือใครอีกคนหนึ่งเล่าว่า ตอนที่เธอยังเด็ก ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอยากได้รองเท้าคู่ใหม่ จนกระทั่งแม่ชี้ให้ดูเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่เท้าจะเดิน เธอจึงได้หยุดร้องไห้และหยุดร้องขอรองเท้าคู่ใหม่          

     เราได้ยินได้ฟังได้เห็นภาพของคนที่ “พิการ” หรือขาดอวัยวะบางส่วนที่คนทั่วไปเขามีกัน เช่น ตาบอด แขนขาขาด มีมากมายหลายคนที่แสดงให้เห็นว่า การขาดอวัยวะเหล่านั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต ตรงกันข้าม ทำให้หลายคนพบคุณค่าและความหมายอันยิ่งใหญ่ของการมีช่วิตอยู่          

     ชีวิตของคนอย่างนิค วูจีชิช ชาวออสเตรเลียที่ไม่มีแขนไม่มีขาเหมือนคนทั่วไป เขาบอกว่า “ไม่มีแขน ไม่มีขา ไม่มีปัญหา” เขาบอกเล่าเรื่องราวของตนเองแบบ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด” (Life without Limits) นิคเป็นนักพูดที่เดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

         

     เขาบอกว่า ผมไม่มีแขนไม่มีขา แต่ผมก็ทำอะไรได้มากมายหลายอย่าง แล้วเขาก็แสดงให้ดูว่าทำอะไรได้บ้างอย่างน่าทึ่ง (ดูในยูทูบได้) จากนั้นเขาบอกว่า ชีวิตของคนเราหลายครั้งก็มีปัญหา เราล้มลง ถ้าหากล้มแล้วไม่พยายามลุก เราก็อยู่ตรงนั้นตลอดไป          

     ว่าแล้วนิคก็ล้มลงกับพื้นให้ดู แล้วก็พูดว่า ถ้าผมล้มลงแล้วพยายามลุกขึ้น พยายามเท่าไรก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ถ้าผมเลิกพยายาม ผมก็จะอยู่ตรงนั้น แต่ผมไม่เลิก ถ้าต้องพยายามร้อยครั้งผมก็จะทำ แล้วเขาก็พบวิธียกตัวเองขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่มีแขนไม่มีขา โดยค่อยๆ พาตัวไปใกล้กองหนังสือ ยกศีรษะขึ้นหนุนหนังสือ แล้วผลักตัวเองให้ลุกขึ้นได้อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง 

     คนไม่มีแขนขาอย่างไคล์ เมย์นาร์ด นักมวยปล้ำชาวอเมริกันที่เอาชนะคู่ต้อสู้ที่มีแขนขาได้  พ่อแม่เลี้ยงดูเขามาอย่าง “คนปกติ” ให้ช่วยตัวเองจนเติบโตและอยู่อย่างปกติ กลายเป็นนักพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย เขาบอกว่า เราไม่มีข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวใดๆ ถ้าไม่สามารถยืนหยัดมีชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุข

     ในหนังสือ “หัวใจไร้ข้ออ้าง” เขาอยากบอกว่า คุณไม่มีเหตุผลที่จะหมดหวัง สิ้นหวัง ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ สู้ต่อไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วคุณก็จะบรรลุจุดหมาย เข้าถึงความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ คือการเคารพตนเอง เคารพคนอื่น เคารพชีวิต ไม่ดูถูกตนเอง ไม่ดูถูกพลังชีวิตที่มีอยู่เหลือเฟือ          

     หลิว เหว่ย คือ หนุ่มไร้แขนชาวจีนที่คนครึ่งค่อนเมืองจีนและอีกหลายร้อยล้านทั่วโลกรู้จัก เขาชนะเลิศ China Got Talent  โดยการเล่นเปียโนด้วยเท้า และเล่นได้ไพเราะแบบที่คนมีมือสองข้างและสิบนิ้วต้องอาย เขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน ไม่ให้จมอยู่แต่กับความทุกข์เพราะการขาดแคลน เพราะความไม่ปกติ 

     เขาบอกว่า เขาไม่อยากทุกข์กับความคิดเหล่านี้ เขาจะเข้านอนแบบปล่อยวางเพื่อจะได้มีแรงตื่นขึ้นมาเดินหน้าต่อไป เขาไม่มีแขนแต่เขาก็มีขามีอะไรอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เขามีความสุขได้          

     เช่นเดียวกับโนวัค โจโควิช นักเทนนิสชาวเซอร์เบีย ปีที่แล้วเขาแพ้ราฟาแอล นาดาลในนัดชิงแชมป์วิมเบิลดัน ซึ่งถือกันว่าเป็นสุดยอดของการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ เขาบอกว่า เขาผิดหวังมาก เพราะเขาก็อยากชนะ แต่เขาจะไม่ร้องไห้ฟูมฟายกับความพ่ายแพ้ 

     เขาจะสงบจิตใจและเข้านอน เพื่อพรุ่งนี้จะได้เชิดหน้าฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้ชัยชนะสักวันหนึ่ง ท่าทีเช่นนี้สร้างพลังให้โจโควิช เขาชนะมาเกือบทุกรายการที่ลงแข่งขันในปีนี้ ได้แชมป์แกรนด์สแลมมาเกือบครบ รวมทั้งวิมเบิลดันที่เขาใฝ่ฝัน จนกลายเป็นมือหนึ่งของโลกไปแล้ว          

     คิดถึงบุรุษผู้พิการสายตาที่ชื่อ อันเดรอา โบแชลลี หนุ่มใหญ่ชาวทอสกาน่า อิตาลีที่สูญเสียสายตาอย่างถาวรมาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ แต่เขาก็เรียนรู้และปรับตัวได้ จนเรียนจบปริญญาเอกทางกฏหมายที่มหาวิทยาลัยปาดัว ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยโด่งดังอันดับต้นๆ ของอิตาลี          

     โบแชลลี มีชื่อเสียงวันนี้ในฐานะนักร้องโอเปร่าที่ร้องได้ทั้งเพลงคลาสสิกและเพลงสมัยใหม่ เขาคือเจ้าของเพลง Time to Say Goodbye อันโด่งดัง (เพลงที่คนร้องชนะเลิศไทยแลนด์ก็อดทาเล้นท์ปีนี้) อันเดรอา โบแชลลีบอกว่า การมองไม่เห็นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของเขาเลย เขาทำให้มันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาไปแล้ว           

     คนเหล่านี้ทำให้วิกฤตเป็นโอกาส ทำให้ปรับตัวไม่เพียงแต่ให้อยู่รอดเท่านั้น แต่ให้อยู่ดีมีสุขด้วย มีชื่อเสียงอีกต่างหาก เพราะในความธรรมดามีความไม่ธรรมดา ในความไม่ธรรมดาจึงมีความธรรมดา ในสิ่งสามัญมีขั้นสูงสุดของชีวิต ในสิ่งสูงสุดมีสิ่งสามัญ ถ้าหากเรารู้จักมอง รู้จักใช้และพัฒนาตนเอง          

     เราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ เลือกที่จะไม่ให้มีเหตุการณ์หลายอย่างไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะอยู่ให้รอด อยู่ให้ได้ อยู่ให้ดี และมีความสุขได้