phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Saturday, 18 June 2011 00:00

วันเปิดเรียน "ม.ชีวิต"

Rate this item
(0 votes)

     วันนี้ (18 มิถุนายน) วันดีเป็นศรีวัน วันเปิดเรียนสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษา อาจารย์ทุกท่าน ขอให้เราทุกคนจับมือกันก้าวเดินไปบนหนทางชีวิต ที่มีมากมายหลายอย่างให้ได้เรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังและเสน่ห์ชวนหลง ผมจึงได้เรียนทุกท่านผ่านการถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเช้านี้ว่า เรียนอย่างไรจึงจะได้ 5 อย่างเป็นอย่างน้อย

     ๑. ได้วิธีคิด  สังคมไทยไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากร ไม่ได้ขาดแคลนแรงงานหรือแม้แต่เงิน แต่ขาดวิธีคิด เรียนอย่างจึงได้เครื่องมือให้คิดเป็น แยกแยะได้ เชื่อมโยงได้ สรุปได้ ถ้าคิดเป็นก็จะตัดสินใจเป็นและเลือกเป็น ไม่ตกเป็นเหยื่อของสังคมบริโภคและผู้คนที่ครอบงำความคิด วิถีชีวิตของเราวันนี้ จนคิดไม่ออก ตัดสินใจไม่ได้ เลือกไม่ได้ สังคมและคนเหล่านั้นกำหนดหมดทุกอย่างให้เราแล้ว

     ๒. ได้วิธีเรียนรู้  ซึ่งไม่ใช่การท่องหนังสือแล้วไปสอบ แต่เรียนการสร้างความรู้ใหม่ด้วยตัวเอง ที่เราเรียกกันในมหาวิทยาลัยชีวิตว่า ความรู้มือหนึ่ง เรียนการจัดการความรู้ การจัดการประสบการณ์ของตนเอง เรียนจากการปฏิบัติ เรียนอย่างมีความสุข ได้วิธีการเรียนรู้เช่นนี้จะทำให้เรียนรู้เป็น และรักที่จะเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

     ๓. ได้วิธีการจัดการชีวิต จัดการอาชีพ จัดการการเงิน จัดการสุขภาพ เมื่อก่อนนี้เรามีวิธีการจัดการชีวิตแบบหนึ่ง เป็นยุคเกษตร ยุคอุตสาหกรรม วันนี้เราอยู่ในยุคใหม่ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าไม่เรียนรู้การจัดการให้ได้อย่างน้อย 4 อย่าง ก็จะเอาตัวรอดได้ยาก ชีวิตมีปัญหา อาชีพไม่ก้าวหน้า เป็นหนี้เป็นสินเพราะไม่มีแผนการออม แผนการใช้เงินที่ดี สุขภาพก็ไม่ดีเพราะไม่รู้จักอยู่ ไม่รู้จักกิน

 

     ๔. ได้เพื่อน นักศึกษาไม่ได้เรียนที่ศูนย์ที่บ้านของตนเองเท่านั้น แต่ไปเรียนที่จังหวัด ได้พบเพื่อนอีกหลายร้อยคน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง ทำให้เกิดเครือข่าย ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันและได้ช่วยเหลือกัน เพราะที่นี่เราไม่ได้เรียนแบบแข่งขัน แต่เรียนด้วยกัน จบด้วยกัน และเป็นเพื่อนกันตลอดไป และจะได้เพื่อนได้พี่ได้น้องทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก เป็นพันเป็นหมื่น

     ๕. ได้ปริญญา 2 ใบ ใบหนึ่งคือปริญญาวิชาการที่เป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง อีกใบหนึ่ง คือ ปริญญาชีวิต เรียนแล้วชีวิตดีขึ้นตั้งแต่ขณะที่เรียน เพราะที่นี่เรียนด้วยการปฏิบัติจริง เอาของดีมาพัฒนา เอาปัญหามาแก้ เรียนแล้วพึ่งตนเองได้และมีความสุขคือปริญญาชีวิต

     ในนามผู้บริหารสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ผมขอขอบคุณคณะกรรมการศูนย์ อาจารย์ ผู้นำท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานราชการ เอกชน และภาคประชาชน ที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่ “โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต” มาจนถึง “สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน” หวังว่าเราจะร่วมมือกันต่อไปเพื่อปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปสังคมไปสู่ชุมชนเรียนรู้ สังคมเรียนรู้

     ผมขอขอบคุณอาจารย์และนักศึกษาที่มีความอดทนสูงยิ่งตลอดสองสามปีที่ผ่านมา ท่านได้รอและเป็นเพื่อนกับพวกผม และเข้าใจพวกผมที่รอการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ จนกระทั่งวันที่ 31 สิงหาคม 2553 จึงได้รับอนุมัติ แต่ก็ต้องรอกระบวนการขั้นตอนอีกยาวนานกว่าจะเปิดได้ ในวันนี้ (18 มิถุนายน 2554) รวมเวลา 3 ปี 3 เดือน !

     สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อชุมชน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จึงอยู่ในท้องถิ่นทั่วประเทศใน 25 จังหวัด ด้วยระบบโครงสร้างคล้ายกับวิทยาลัยชุมชนที่ดำเนินการโดยรัฐเอง  

     สถาบันแห่งนี้ต้องการสร้างมาตรฐานเทียบเคียง (benchmark) ของการศึกษาเพื่อชุมชน ขอให้พวกเราทุกคน สมาชิกของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ทั้งนักศึกษา อาจารย์ คณะกรรมการ และทุกท่านที่เกี่ยวข้องผนึกพลังกันทำให้สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อปวงชน เพื่อชุมชนที่ดีที่สุด มีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากสังคมมากที่สุด ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่จากทั่วโลก 

     เหมือนกับที่ชุมชนอย่าง “ไม้เรียง” และเครือข่ายชุมชนอย่าง “อินแปง” อันเป็นที่มาหรือแหล่งกำเนิดสำคัญของ “มหาวิทยาลัยชีวิต” และ “สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน” ได้ทำเป็นแบบอย่าง และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นต้นแบบของชุมชนเรียนรู้ ชุมชนข้มแข็ง ซึ่งสามารถอยู่รอด พึ่งตนเอง และมีความสุขในยุคโลกภิวัตน์อย่างวันนี้