phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Monday, 06 June 2011 00:00

คน-สัตว์ที่มีเหตุผล

Rate this item
(0 votes)

  “คนคือสัตว์ที่มีเหตุผล” เป็นนิยามที่อริสโตเติ้ล ปราชญ์ชาวกรีก เมื่อ 2,400 ปีที่แล้วได้ให้ไว้ เขาเป็นศิษย์ของเพลโต นักปราชญ์ผู้วางรากฐานแนวคิดทางปรัชญาตะวันตก โดยการอธิบายว่า สิ่งที่ทำโลกให้เป็นโลกอย่างที่เราเห็น คือ ความคิดของคนนั่นเอง 

     ก่อนหน้านั้น สังคมกรีกมีคำอธิบายเรื่องโลกเหมือนกับอารยธรรมอื่นๆ อย่างอิยิปต์ อินเดีย จีน รวมทั้งไทย ซึ่งอธิบายด้วยตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าและสิ่งเหนือธรรมชาติ 

     ชาวกรีกเมื่อ 2,500 ปีที่แล้วเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า ถ้าไม่มีเทพเจ้า โลกเป็นโลกอย่างที่เห็นได้อย่างไร   เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบที่เป็น “ธรรมชาติ” ไม่ใช่ “เหนือธรรมชาติ” มีคนหนึ่งบอกว่า “น้ำ” คือสิ่งที่ทำให้โลกเป็นโลก อีกคนบอกว่า “ดิน น้ำ ลม ไฟ” อีกคนบอกว่า “อะตอม” และมาถึงเพลโตที่บอกว่า “idea” ที่อาจอธิบายแบบง่ายๆ ชาวบ้านๆ ว่า “ก็ความคิดไง”  

     อริสโตเติ้ลได้พัฒนาศาสตร์ต่างๆ ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ เป็นรากฐานวิชาการต่างๆ ของตะวันตกมาจนถึงยุคกลางและยุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม แยกแยะให้เป็นเรื่องฟิสิกส์ ตรรกวิทยา ภาษา การเมือง การปกครอง จริยศาสตร์ ชีววิทยา รวมไปถึงดนตรี ศิลปะการแสดง กวี  อริสโตเติ้ลเป็นอาจารย์ของอเล็กซันเดอร์มหาราช 

     จุดเด่นของวิชาการตะวันตกจึงอยู่ที่การพัฒนา “เหตุผล” หรือส่วนที่เป็นสมอง และที่กำเนิด “สติปัญญา” ของคน เน้นตรงนี้มากก็ก่อให้เกิดพัฒนาการด้านวิชาการ จนกระทั่ง “เหตุผล” ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของคน เป็นอะไรที่ทำให้คนแตกต่างจากสัตว์

 

     การเน้นดังกล่าวทำให้เลยเถิดไปสรุปเอาว่า คนเป็นคนเพราะมีเหตุผล ยิ่งมีเหตุผลมากเท่าไรก็เป็นคนมากขึ้นเท่านั้น ความเป็นคนจึงวัดกันที่ “ฉลาดหรือโง่” หรือ “ไอคิว” คนจึงเอาชนะกันด้วยเหตุผล และมักเน้นว่า ขอให้มีเหตุมีผล แม้แต่เวลาเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าด่ากันก็บอกให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเหตุมีผลบ้าง 

     เราลืมไปว่า คนเราไม่ได้มีแต่เพียงเหตุผล ยังมีอารมณ์ ความรู้สึก มีญาณทัศนะ และอื่นๆ ที่ผสานกันเป็นองคาพยพเดียว เป็นองค์รวมของชีวิตที่ไม่ได้แยกกันชัดเจน  

     เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า เขาเอาชนะภรรยาด้วยเหตุผลที่เหนือกว่า แต่ปรากฏว่า เขาต้องอดข้าวเย็นเพราะภรรยาไม่เรียกกินข้าว และเข้าห้องนอนไม่ได้เพราะประตูล็อค ต้องนอนในห้องรับแขก 

     ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าว่า ลูกสาวของท่านทะเลาะกับยายเป็นประจำ สุดท้ายก็ตกลงกันว่า จะไม่ทะเลาะกันแบบต่างฝ่ายต่างอ้างเรื่องเหตุผลมาเถียงกันอีก แต่จะรักกันให้มากๆ แบบอยากให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความสุขแค่นั้นพอแล้ว

     โลกวันนี้มีวิถีตะวันตกครอบงำไปเกือบหมด จนสิ่งที่เราเรียกกันว่า “สากล” ที่จริงก็คือตะวันตกนั่นเอง เพราะอิทธิพลของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิชาการต่างๆ ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไป แต่ก็เปลี่ยนไปในทางที่สุดขั้วสุดโต่งจนกระทั่งโลกสูญเสียความสมดุล  

     คนสามารถสร้างรถยนต์และยานพาหนะทันสมัยได้ แต่ป้องกันมลภาวะจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ป้องกันอุบัติเหตุไม่ได้ ยิ่งสื่อสารกันง่ายมากขึ้นเพียงใดก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น มีมือถือกันคนละหลายเครื่องหลายหมายเลข แต่ก็ยังเหงา บ้า และฆ่าตัวตายมากกว่าเดิม  อาหารการกินก็หลากหลายเต็มไปหมด อยากกินอะไรก็ได้ แต่โรคร้ายก็เกิดขึ้นแบบไม่เคยมีมาก่อน