phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ปรับฐานคิด

ปรับฐานคิด (567)

Saturday, 28 August 2010 00:00

คืนดีกับธรรมชาติ

Published in ปรับฐานคิด Written by

     สยามรัฐรายวัน 25 สิงหาคม 2553 

     น้ำท่วมใหญ่ที่ปากีสถานและเมืองจีนไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติที่หลายปีเกิดขึ้นครั้งอย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะไม่ได้มีแต่น้ำท่วม แต่มีปรากฎการณ์ธรรมชาติอื่นๆ ที่ “ผิดปกติ” ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่คนตายหลายแสน ความร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก จนเกิดไฟป่าขึ้นที่รัสเซียอย่างไม่เคยมีมาก่อน           

     ความจริง ปรากฎการณ์ในระดับท้องถิ่นมีให้เห็นนานแล้ว ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันที่ผู้คนไม่ทันตั้งตัวตั้งหลัก และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า คนคือผู้ทำลายความสมดุลของธรรมชาติ         

     ภาษาชาวบ้านเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า “ผิดผี” อันหมายถึงการละเมิดกฎระเบียบต่างๆ ในธรรมชาติ ที่คนโบราณมักใช้บุคลาธิษฐานเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของตนเองกับดิน น้ำ ต้นไม้ ทุ่งนา ป่า เขา

     จึงมีแม่ธรณี แม่น้ำ แม่โพสพ นางตะเคียน และอื่นๆรวมทั้งความสัมพันธ์กับคนที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จึงมีผีเหย้าผีเรือน ผีปูย่าตายาย ผีบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ไว้ในลูกหลายปฏิบัติตาม จะได้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าหากละเมิดกฎก็เป็นการ “ผิดผี” และอาจเกิด “อาเพศ” อันเป็นเหตุแห่งหายนะและความทุกข์

     สยามรัฐรายวัน 18 สิงหาคม 2553 

     ไม่ใช่ครั้งแรกและรัฐบาลแรกที่พยายามแก้ปัญหาหนี้สินด้วยวิธีการลดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนเจ้าหนี้ วิธีที่แล้วแต่จะเรียกให้ฟังดูดี วิธีที่ได้ผลทางการเมืองค่อนข้างแน่นอน แต่จะแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนได้อย่างเด็ดขาดหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง         

     ความจริง รัฐบาลไม่มีสิทธิไปทวงบุญคุณชาวบ้านที่เป็นหนี้ เพราะหนี้สินส่วนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ หรือทั้งหมดสำหรับหลายคนมาจากนโยบายการพัฒนาที่ผิดพลาดของรัฐเอง มาจากโครงสร้างระบบที่ไม่เป็นธรรม ที่ไม่เอื้อต่อคนจน แต่เอื้อต่อคนรวย

     ทำให้ชาวบ้านที่กระเสือกกระสนที่จะออกจากความยากจนต้องล้มแล้วล้มอีก เป็นหนี้ซ้ำซาก กู้เขาไปทั่ว กู้คนนี้ไปคืนคนโน้น กู้กองนี้ไปคืนกองโน้น กู้นายทุนไปคืนธนาคาร กู้ธนาคารไปคืนนายทุน ชาตินี้มีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยเขาอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าชาติหน้าจะหมดหรือไม่

     ในขณะที่คนรวย ซึ่งส่วนหนึ่งรวยมาเพราะการโกง กินใช้สิบชาติก็ไม่หมดแต่แก้ปัญหาหนี้สินแบบนี้จะช่วยคนเป็นหนี้ให้หลุดพ้นจากหนี้สินได้จริงๆ สักกี่คน เพราะปัญหาที่มาของหนี้สินมีความซับซ้อน ไม่ใช่แค่ไปกู้เขาแล้วไม่มีปัญญาใช้คืน แต่เป็นเรื่องของวงจรอุบาทว์ของชีวิต การทำมาหากิน ความไม่มั่นคง การไม่มีหลักประกัน ความเสี่ยงสารพัดรูปแบบ

     สยามรัฐรายวัน11 สิงหาคม 2553

     เคยสอนมหาวิทยาลัยและไปทำงานกับชุมชน พบว่าเมื่อไปทำงานกับชาวบ้าน ชาวบ้านได้ความรู้แต่ไม่ได้ปริญญา กลับมาสอนมหาวิทยาลัย นักศึกษาได้ปริญญาแต่ไม่ได้ความรู้ เพราะมหาวิทยาลัยตายแล้ว 

     เป็นวาทกรรมว่าด้วยความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทยที่วัดได้ด้วยการพัฒนา ประเทศทั่วโลกเจริญก้าวหน้าเพียงใดดูได้ที่ระบบการศึกษา ระบบที่มีไว้เพื่อสร้างคน สร้างความรู้ สร้างปัญญา ขาดสิ่งเหล่านี้ การพัฒนาก็ล้าหลัง ล้มเหลว ก้าวไม่ทันโลก หยุดอยู่กับที่ 

     อะไรที่หยุดอยู่กับที่ ถ้าเป็นน้ำก็เน่าสนิท ยุงก็ชุม สังคมไทยจึงเต็มไปด้วยยุง แมลงวัน เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลของการพัฒนาที่ไม่ได้มาด้วยปัญญา แต่มาด้วยความโลภ ความอยาก การโกงกิน การคอร์รัปชั่น 

     ประเทศไทยอ่อนแอทางปัญญา ใช้แต่เงินและอำนาจในการบริหารประเทศ ใช้เพื่อหาประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าเพื่อส่วนรวม

     สยามรัฐรายวัน 4 สิงหาคม 2553

     ถอยหลังไปตั้งหลักเพื่อเดินหน้าต่อก้าวที่ 3 คือ การคืนสู่สามัญ สู่  “ความเป็นธรรมดา” (back to basics) ความเป็นธรรมชาติ ตามกฎเกณฑ์ความเป็นไปที่ไม่ปรุงแต่งจนทำให้ชีวิตกลายเป็นสิ่งวิสามัญ ผิดธรรมชาติ เพราะความเป็นธรรมชาติ คือ “ธรรมะ” ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น คือ “ตถตา”       

     น้อยกว่านี้เป็นความขัดสน ความขาดแคลน มากกว่านี้เป็นความฟุ่มเฟือย เกิดจากความโลภ ความอยาก แยกไม่ออกระหว่างความต้องการและความจำเป็น คือความไม่ลงตัว ไม่พอดี          

     หลายปีก่อน ถ้าเดินทางขึ้นไปอีสาน ก่อนถึงอำเภอพลไม่นาน จะเห็นวัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ริมถนนชื่อวัดป่าธรรมดา มีป้ายติดอยู่ที่ประตูที่เรียบง่ายทางเข้าวัดว่า “ธรรมดา ธรรมดา ธรรมดา” ขณะนั้นมีเจ้าอาวาสชื่อพระอาจารย์บัญญัติ อนุตโร ซึ่งถึงแก่มรณภาพแล้ว ท่านเป็นศิษย์ท่านพุทธทาส เคยอยู่ที่สวนโมกข์และได้เรียนรู้การปฏิบัติธรรม “แบบเซ็น” จากทางพุทธทาส

     ภาพหลอดยาสีฟันหลอดนั้นที่ถูกใช้จนบีบไม่ได้อีกต่อไป เรื่องราวของช่างซ่อมรองเท้าที่ราชวัตรผู้โชคดีที่ได้ซ่อมรองพระบาท ซึ่งทรงนำกลับไปใช้อีก เป็นเรื่องราวของ “สูงสุดคืนสู่สามัญ” โดยแท้