phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ปรับฐานคิด

ปรับฐานคิด (581)

     สยามรัฐรายวัน 18 พฤษภาคม 2554 

     ข้อมูลกศน.บอกว่า ยังมีประชาชนในวัยแรงงาน 21 ล้านคนที่ไม่ได้เรียนถึงระดับอุดมศึกษา และกว่าครึ่งหนึ่งปรารถนาจะเรียนแต่ไม่มี “โอกาส” ไม่มี “ทุน” หรือโดยรวมแปลว่า ไม่มี “ปัญญา” ซึ่งไม่ได้แปลว่าโง่ แต่ขาดทั้งโอกาส ทุนและปัจจัยเงื่อนไขต่างๆ มากกว่า

     ไม่มีพรรคการเมืองไหนสนใจให้โอกาสคนเหล่านี้ มีตาดีสองตากันทุกคน แต่วิสัยทัศน์สู้คนตาบอดอย่างนายเดวิด บลังเคตต์ อดีตรัฐมนตรีศึกษาของสหราชอาณาจักรในยุคแรกของรัฐบาลโทนี แบลร์ไม่ได้ เขาเป็นคนที่เดินโดยมีหมานำ แต่เดินไปถูกทิศถูกทาง ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสหราชอาณาจักร

     เดวิด บลังเคตต์บอกนายโทนี แบลร์ว่า สหราชอาณาจักรรั้งท้ายของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 12 ประเทศเป็นเพราะการศึกษาภาคประชาชนไม่ดีพอ เขาจึงเสนอแผนการปฏิรูปการศึกษาให้รัฐบาลโดยของบประมาณหลายแสนล้านเพื่อทำให้ผู้ใหญ่ในวัยแรงงานที่ยังไม่ได้เรียนถึงระดับอุดมศึกษาให้กลับมาเรียนให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

     รัฐบาลโทนี แบลร์อนุมัติเงินจำนวนมากเพื่อการปฏิรูปครั้งนั้น ซึ่งมีปรัชญาการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญอยู่เบื้องหลัง ดังคำกล่าวของนายเดวิด บลังเคตต์ในปาฐกถาของเขาว่า

     สยามรัฐรายวัน 11 พฤษภาคม 2554 

     ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามมีรากเหง้าเดียวกัน พระคัมภีร์ส่วนหนึ่งของทั้งสามศาสนามีเนื้อหาคล้ายกัน เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน แม้จะเรียกต่างกัน มีบรรพบุรุษคนเดียวกันชื่อ  “อาบราฮัม” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “บิดาของประชาชาติ”

     เชื่อว่าอาบราฮัมมีถิ่นกำเนิดเมื่อเกือบสี่พันปีก่อนแถวๆบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซนในอิรักปัจจุบัน เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและมอบหมายภารกิจสำคัญในการเป็น “ประกาศก” (prophet) ของศาสนาที่มีพระเจ้าเดียว (monotheism)

     พระคัมภีร์และพงศาวดารพูดถึงเรื่องราวของอาบราฮัมและลูกหลานที่ได้ไปอาศัยแผ่นดินอียิปต์ในยามลำบาก ขาดแคลนอาหาร ส่วนหนึ่งก็อาศัยอยู่ที่นั่นจนเพิ่มจำนวนประชากร กลายเป็นอันตรายต่อ “ความมั่นคง” ของสังคมอียิปต์จนเกิดตำนาน “โมเสส” ขึ้นมา

     โมเสสได้รับบัญชาจากพระเจ้าให้นำชาวอิสราแอลที่ถูกกดขี่ในอียิปต์กลับไปยังแผ่นดินที่อุดมไปด้วย “น้ำนมและน้ำผึ้ง” เรื่องราวที่เราคุ้นเคยจากหนังเรื่อง “บัญญัติ 10 ประการ”

     สยามรัฐรายวัน 3 พฤษภาคม 2554

     ข่าวโอซามา บินลาเดนมาเหมือนมีการกำหนด ถ้ามาในวันศุกร์ที่ 29 เมษายนคงทำให้พิธีเสกสมรสของเจ้าชายเจ้าหญิงที่กรุงลอนดอนลดความตื่นเต้นลงไปไม่น้อย เพราะ “ตำนาน” สองเรื่องมาพบกันพอดี

     พิธีแต่งงานของชายหญิงคู่นี้กลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เพราะถูกยกให้อยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกของจินตนาการ ความฝัน เหนือจริง ไม่ไกลจาก “สมมุติเทพ” และ “เทพปรกรณัม” (mythology) ซึ่งไม่ใช่แค่วรรณกรรมหรือศิลปะของคนโบราณ แต่เป็นรากฐานอารยธรรมของมนุษย์

     ไอน์สไตน์บอกว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” และใครอีกบางคนบอกว่า “ตำนานสำคัญกว่าความจริง” (Myth is more important than truth) และเป็นเช่นนี้เสมอมาในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่คนเราอยู่กันด้วยสิ่งที่เราเชื่อมากกว่าสิ่งที่เรารู้ อยู่ด้วยจินตนาการมากกว่าด้วยความรู้

     ประวัติศาสตร์ของเราก่อนนี้จึงเป็น “พงศาวดาร” และเรื่องเล่าที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ประวัติศาสตร์จึงหมายถึงสิ่งที่ผู้คนเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง ส่วนจะจริงแค่ไหน อย่างไร ก็ให้นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการเขาถกเถียงกันไป แต่ก็ต้องไม่เลยขอบเขตหรือคุกคามความเชื่อของผู้คน อย่างกรณี “คุณหญิงโม” ที่ใครบางคนตั้งคำถามว่ามีตัวตนจริงหรือ แต่ต้องถอยเมื่อคนโคราชยอมไม่ได้

     สยามรัฐรายวัน 27 เมษายน 2554 

     สังคมไทยมีคนที่ห่วงใยการใช้ภาษาของคนไทย ทั้งราชบัณฑิตยสถาน ทั้งอาจารย์ภาษาไทย และผู้หลักผู้ใหญ่ที่อายุมากและอายุน้อย เป็น “เบรก” ที่คอยช่วยไม่ให้ไถลไปไกลเกินไป เร็วเกินไปเท่านั้น แต่รถยนต์คันนี้ต้องวิ่งไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

     คนคิดเป็นภาษา ถ้าไม่รู้ภาษาก็คิดไม่ได้ คิดไม่ออก คนพูดในใจ ในสมองตนเองก่อนจะพูดออกมา บางคนพูดแบบไม่คิดก็ผิดพลาดได้มาก เพราะไม่ได้กลั่นกรองออกมาจากเหตุและผล แต่มาจากอารมณ์ ความรู้สึกที่อาจจะยังดิบๆ อยู่

     เมื่อภาษาเป็นวิธีคิด จึงมีตรรกะหรือหลักเหตุผลของตนเอง มี “ไวยากรณ์” ที่แตกต่างจากภาษาอื่น อย่างหลักภาษาไทยก็แตกต่างจากหลักภาษาอังกฤษ คนเรียนภาษาอังกฤษแต่ “คิดแบบไทย” เรียนให้ตายก็พูดอังกฤษไม่เป็น เพราะเสียเวลา “แปล” ในใจเสียนาน คนที่พูดเป็น คือ คิดเป็นอังกฤษได้ (จนนอนยังอาจฝันและละเมอเป็นอังกฤษได้)

     “ภาษาเป็นรูปแบบชีวิต (form of life)” เป็นแนวคิดของวิตเกนสไตน์ นักปรัชญาชาวออสเตรีย ที่บอกว่า ภาษาเปลี่ยนไปตามรูปแบบการดำเนินชีวิต เหมือนเมืองเก่าที่ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นเมืองใหม่ มีถนนสายใหม่ มีบ้านเรือนใหม่ๆ เกิดขึ้น ที่เก่าๆ ก็ผุพัง หรืออาจคงอยู่บ้าง