phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ปรับฐานคิด

ปรับฐานคิด (598)

Wednesday, 08 February 2012 00:00

ประชาธิปไตยชุมชน

Published in ปรับฐานคิด Written by

     สยามรัฐรายวัน 8 กุมภาพันธ์ 2555

     ทำไมประชาธิปไตยจึงเกิดขึ้นที่กรุงเอเธนส์ เมื่อ 2,500 ปีก่อน ทำไมไม่เกิดขึ้นในสังคมอื่นในยุคนั้น อาจเป็นเพราะกรุงเอเธนส์ คือที่กำเนิดของปรัชญา ของวิธีคิดใหม่ของมนุษยชาติ ที่ต้องการหาคำตอบว่าโลกมาจากไหน เป็นอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร หาสาเหตุที่เป็น “ธรรมชาติ” โดยไม่ต้องอ้างอิงเทพเจ้า หรือตำนานเทพปรณัม อันเป็นเหตุผล “เหนือธรรมชาติ”

     ประชาธิปไตยเกิดในสังคมที่ใช้ความรู้ ใช้ปัญญา สังคมของอิสระชนที่ต้องการปกครองตนเอง ดูแลตนเอง ไม่มอบชะตากรรมของตนเองไว้ในมือของคนอื่น ประชาธิปไตยกรีกยุคแรกจึงเป็นประชาธิปไตยสายตรง คือ ประชาชนทุกคน (ยกเว้นสตรีและเด็ก) เป็นสมาชิกของ “สภา”

     คำว่าประชาธิปไตยจึงแปลว่า อำนาจอธิปไตยของประชาชน หรือประชาชนปกครองตนเอง ส่วนใครจะเข้าไปรับใช้สังคมประชาธิปไตยก็ให้แสดงจิตอาสาสมัครเข้าไปเอง สมัครมากเกินไปก็ให้จับสลาก จะได้มีจำนวนพอเหมาะ คนเหล่านี้ไม่ได้มีอำนาจ หรือทำตัวเป็นผู้มีอำนาจอย่าง “ผู้แทน” วันนี้

     อย่างไรก็ดี รูปแบบการปกครองในอุดมคติของเพลโต ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สุดในยุคนั้นไม่ใช่ “ประชาธิปไตย” แบบนี้ เขาเห็นว่า ถ้าคนหมู่มากไม่มีความรู้ก็จะเกิดปัญหา เกิดความขัดแย้ง โสคราติส อาจารย์ของเพลโตสอนว่า “คุณธรรม คือความรู้” สังคมในอุดมคติ (utopia) ของเพลโตจึงปกครองด้วยราชาปราชญ์ (philosopher king)

     สยามรัฐรายวัน 1 ก.พ. 2555

     ประเทศในแอฟริกาที่ปลดแอกจากอาณานิคมหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนใหญ่เลือกแนวทางสังคมนิยม เพราะพวกเขาเห็นว่า เสรีนิยมและทุนนิยมจะทำให้คนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจนลงไปอีก และเปิดโอกาสให้คนจำนวนน้อยที่รวยอยู่แล้วรวยมากยิ่งขึ้น และเปิดประเทศให้มหาอำนาจเก่าและใหม่ได้เข้าครอบครองประเทศของตนเองอีกในแบบอาณานิคมใหม่

     ในช่วงของสงครามเย็น การเลือกสังคมนิยมทำให้พวกเขาคบหาสมาคมกับสหภาพโซเวียตและจีน เป็นช่วงเวลาที่มหาอำนาจอย่างอเมริกาบอกให้ทั่วโลกรู้ว่า ถ้าคุณไม่อยู่ข้างผม คุณก็อยู่ตรงกันข้ามกับผม หรือถ้าคุณไม่เป็นมิตรกับผม คุณก็เป็นศัตรู

     ใครที่อาจหาญอยากเป็น “กลาง” อยากเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองก็ย่อมถูกจัดการ ดังกรณีของแทนซาเนียในยุคของประธานาธิบดีจูเลียส เยเรเร (1961-1985) ที่ถูกโดดเดี่ยวและถูกมาตรการต่างๆ ทำให้แทนซาเนียที่เคยอุดมสมบูรณ์และพึ่งตนเองได้ กลายเป็นประเทศยากจน

     แต่เยเรเรและอีกหลายประเทศในแอฟริกาก็ยืนหยัดที่จะเป็นตัวของตัวเอง ยอมใช้แนวทางสังคมนิยมมากกว่าทุนนิยม ยอมที่จะเฉลี่ยความยากจนดีกว่าปล่อยให้คนส่วนน้อยร่ำรวยบนความทุกข์และความยากจนของคนส่วนใหญ่ของประเทศ

Thursday, 26 January 2012 00:00

เปิดม่านแอฟริกา

Published in ปรับฐานคิด Written by

     สยามรัฐรายวัน 26 มกราคม 2555 

     การปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 2 ทำให้คนไทยได้รู้จักแอฟริกามากขึ้น เพราะรัฐมนตรีคนหนึ่งอยู่ในแบล็คลิสต์ของสหรัฐอเมริกาด้วยสาเหตุว่าไปเกี่ยวข้องการทำธุรกิจกับซิมบับเว ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกาและบางประเทศพันธมิตรบอยคอต

     โรเบิร์ต มูกาเบ เป็นนายกรัฐมนตรี (1980-1987) และประธานาธิบดีของซิมบับเว (อดีตโรดีเซีย) ตั้งแต่ 1987 จนถึงวันนี้ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำแอฟริกันรุ่นแรกๆ ที่มีส่วนในการปลดปล่อยประเทศต่างๆ ในแอฟริกาจากอาณานิคม และการครอบงำของคนผิวขาวทั้งในและนอกแอฟริกา 

     คนไทยคุ้นเคยกับชื่ออย่างเนลสัน เมนเดลา บิดาแห่งชาติแอฟริกาใต้  โรเบิร์ต มูกาเบ ก็รุ่นราวคราวเดียวกัน เช่นเดียวกับจูเลียส เยเรเร อดีตประธานาธิบดีผู้ได้ชื่อว่าบิดาแห่งชาติของแทนซาเนียตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1961 จนถึงปี 1985 ที่เขาได้เกษียณตัวเอง และถึงแก่อสัญกรรมในปี 1999

     ผู้นำรุ่นแรกที่โดดเด่น คือ เคนเนธ คาอุนดา แห่งซัมเบีย,  ควาเม ครูม่า แห่งฆานา,  ปาตริซ ลูมุมบา แห่งคองโก, และโยโม เคนเนตตา แห่งเคนยา บุคคลเหล่านี้ได้ต่อสู้เพื่อเอกราช จนถูกจับกุมคุมขัง ถูกทรมานจนถึงถูกฆ่าอย่างกรณีลูมุมบาของคองโก นายกรัฐมนตรีเพียง 4 เดือนหลังการประกาศเอกราชเมื่อปี 1960  

     สยามรัฐรายวัน 18 มกราคม 2555 

     ก่อนนี้ “จน เครียด กินเหล้า” ก็ถือว่ารุนแรงแล้วที่เอาความจน คนจนมาเป็นสื่อโฆษณา คราวนี้มารุนแรงอีกแบบ “ให้เหล้า = แช่ง”  เอาเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อมาว่ากันเลย ซึ่งทั้งสองวลีเป็นการสร้างตรรกะที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง ซึ่งสสส.ที่คิดวลีเหล่านี้จงใจใช้วิธีรุนแรงโดยเจตนาหรือไม่ไม่ทราบ

     ยี่สิบปีกว่าก่อนตอนที่เอดส์ระบาดแบบระเบิดเถิดเถิง มีการรณรงค์แบบรุนแรงทั่วไปว่า เป็นเอดส์แล้วตาย และอีกหลายวลีที่สร้างตราบาปให้คนติดเชื้อเอชไอวี ที่ถูกเหมาเอาว่าเป็นคนเลว และสมควรตาย ทุกคนหนีหน้าไม่คบหา แม้แต่พ่อแม่พี่น้องก็ทอดทิ้ง

     การรณรงค์เช่นนั้น แทนที่จะทำให้เอดส์ลดลง กลับมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้เอดส์ระบาดหนักขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครกล้าเปิดเผยตัวเอง และแพร่เชื้อไวรัสตัวร้ายไปทั่ว

     มีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเอชไอวี มีการเผยแพร่ไปทั่ว แจกฟรีแม้แต่ตามปั๊มและตามโรงแรม ทำให้คนจำนวนหนึ่งรับไม่ได้ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ แต่มีงานวิจัยที่แสดงผลอย่างชัดเจนว่า การส่งเสริมการใช้ถุงยางด้วยวิธีการดังกล่าวไม่ได้ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์มากกว่าตอนที่ไม่ได้มีมาตรการเหล่านี้เลย