phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ดร.เสรี

ดร.เสรี

สยามรัฐรายวัน 12 มิถุนายน 2556

หนังเรื่อง Network (1976) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 10 รางวัล ได้มา 4 รางวัล ที่น่าสนใจคือบทภาพยนต์ที่คมมาก สะท้อนวัฒนธรรมอเมริกันที่เป็นอำนาจนำวัฒนธรรมโลกว่า อยู่ภายใต้ อำนาจของ “ทีวี” มากเพียงใด 

     เรื่องเกิดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งที่เรตติ้งไม่ดี พยายามปรับปรุงกิจการที่ขาดทุน หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาคือปลดนายบีล คนวิจารณ์ข่าวที่เรตติ้งตก นายบีลจึงประกาศในรายการของเขาว่า เขาถูกปลดออกจากงานนี้ในอีกหนึ่งสัปดาห์ ในวันสุดท้าย เขาจะระเบิดสมองตัวเองให้ดูกันสดๆ

     คำประกาศดังกล่าวทำให้เรตติ้งนายบีลและทีวีช่องนี้ดีขึ้น นายบีลได้อยู่ต่อ จากนั้นเขาก็มามุกใหม่ วิจารณ์ไปด่าไป ใช้ภาษาต่ำๆ ดิบๆ ซึ่งเรียกเรตติ้งได้พักหนึ่ง ไม่นานคนก็เบื่อ

     เรื่องราวของหนังเริ่มจริงๆ เมื่อ “นางเอก” (เฟย์ ดันนาเวย์) เริ่มค้นหาวิธีการเรียกเรตติ้งอีกหลายอย่างที่ทำแล้วได้ผล เพราะเธอเดาใจคนดูได้ว่าอยากเห็นอะไร ชอบอะไร เธอเห็นว่าสังคมมีปัญหา มีความกดดัน ต้องการผ่อนคลายหายเครียด ต้องการอะไรที่ตอบสนองความฝัน ความใฝ่ฝัน อุดมคติ ต้องการคำตอบสำหรับอนาคต

     ซิดนีย์ ลูเมต ทำหนังเรื่องนี้เพื่อประชดสังคมได้อย่างยอดเยี่ยม เขาได้มือเขียนบทที่เฉียบคมมาก หนังต้องการวิพากษ์สื่อโทรทัศน์อย่างรุนแรงว่ากำลังครอบงำและกำหนดชีวิตของผู้คน และกระทำโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องศีลธรรมอะไรทั้งนั้น คิดถึงแต่เพียงธุรกิจและเรตติ้งเท่านั้น นายบีลบอกว่า

 

สยามรัฐรายวัน 5 มิถุนายน 2556

แม่ค้าในตลาด คนทำร้านอาหาร คนขับแท็กซี่หลายคนพูดเหมือนกันว่า ปีนี้เศรษฐกิจแย่ รายได้ไม่ดีไม่ใช่แต่เฉพาะช่วงเปิดเทอม แต่เป็นมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว

ไปกินข้าวที่ร้านยอดฮิตที่เขาใหญ่ เจ้าของบอกว่า ปีกลายช่วงสงกรานต์ ช่วงหยุดเทศกาล คนแน่นร้าน เก็บจานแทบไม่ทัน ปีนี้มีประปรายจนถึงเงียบ ไม่รู้คนหายไปไหน คนขายผลไม้ก็พูดเหมือนกัน ไปด่านเกวียนก็ทำนองเดียวกัน บ่นว่าเงียบจนเหงา ไม่รู้จะเอาอะไรกินเพราะไม่มีรายได้

แท็กซี่คนหนึ่งบอกว่า ค่าแรงวันละ 300 บาทเป็นปัญหา ข้าวของขึ้นราคาหมด 300 บาท วันนี้น้อยกว่า 200 บาทปีก่อน เพราะวันนี้ได้ 300 บาทแล้วไม่มี "โอที" เพราะนายจ้างก็มีปัญหา เมื่อจ่ายรายวันมาก ไม่มีโอที หลายหน่วยงานก็อยู่ไม่ได้ เพราะผลผลิตน้อยลง คนทำงานอาศัย 300 บาทอย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะข้าวของ อาหารการกินแพงขึ้นมาก

แท็กซี่บอกว่า "ผมเช่ารถวันละ 900 บาท ขับวันละ 15-16 ช.ม. ค่าแก็สประมาณ 300 บาท วันหนี่งได้ 1,500 บาทก็ไม่พอกินไม่พอใช้ เพราะผมต้องให้ลูกสาวเรียน ม.2 ไปโรงเรียนวันละ 150 บาท" ถามว่าทำไมมากจัง เขาบอกว่า ค่ารถสองต่อไปกลับ ค่าอาหารเช้า-เที่ยง-เย็น 150 นี่ประหยัดแล้ว ตัวเขาเองและภรรยาก็ต้องกินต้องใช้ ไหนจะค่าเช่าที่พัก ถ้าไม่ได้ 1,800-2,000 ก็ต้องไปกู้

 

 

สยามรัฐรายวัน 29 พฤษภาคม 2556

 

เรียนรู้อย่างไรให้พัฒนาจิตสำนึก เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นโจทย์พื้นฐานของปรัชญาการศึกษา การเรียนรู้ที่ดี เป็นโจทย์ของการทำงานพัฒนาสังคมในทุกด้าน ทุกเรื่อง  

เมื่อ 20 ปีก่อน คนไทยกว่าร้อยละ 90 รู้เรื่องเอดส์ รู้ว่าเอดส์คืออะไร ติดต่อกันอย่างไรได้กี่ทาง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นๆ จากไม่กี่คนกลายเป็นแสนและเป็นล้าน  

คนทั่วไปรู้ว่าบุหรี่เป็นสิ่งเสพติด เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเองและผู้อื่น รู้ทั้งรู้ มีเขียนเตือนเขียนห้ามทั่วไป รวมทั้งบนซองบุหรี่ แต่ก็ยังเลิกไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะได้เสพจนติด การเลิกไม่ใช่เรื่องง่าย ประเภท ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้

 ที่สำคัญ คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสูบแต่เริ่มสูบบุหรี่ อันนี้เป็นปัญหาซับซ้อน เป็นเรื่องค่านิยม ความหลงผิด เข้าใจผิดคิดว่าเท่ คิดว่าดี คลายเครียด เห็นโฆษณาในลักษณะแอบแฝงที่ยังมีอยู่ทั่วไป เมื่อก่อน อเมริกันใช้หนังฮอลลีวู้ดเป็นสื่อโฆษณา วันนี้มีรูปแบบอื่นๆ ที่มาแบบแนบเนียนและแอบอิง

สยามรัฐรายวัน 22 พฤษภาคม 2556

โรงเรียนเปิดแล้ว จราจรจลาจลในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ รถตู้ รถสองแถว วิ่งขวักไขว่จากหมู่บ้านเข้าอำเภอ เข้าจังหวัด นำเด็กนักเรียนไปโรงเรียนในเมือง พร้อมกับข่าวการปิดโรงเรียนเล็ก โด่งดังในสื่อและโลกไซเบอร์ และค่อยๆ เงียบหายไป

น่าศึกษาเหตุผลของการดิ้นรนให้ลูกไปเรียนในเมืองของคนชนบท วันนี้หมู่บ้าน-ชนบทไทยแทบไม่ได้ต่างจากเมือง มีเหมือนกันเกือบทุกอย่าง ไฟฟ้า น้ำประปา ทีวี โทรศัพท์ ถนนลาดยาง ร้านสะดวกซื้อ ตลาด ร้านอาหาร รวมทั้งโรงนวด อินเทอร์เน็ต

 ขณะที่หมู่บ้านเปลี่ยนไป แต่โรงเรียนไม่ได้เปลี่ยน ส่วนใหญ่ยังเป็นตึกไม้เก่าๆ โทรมๆ ประตูหน้าต่างบางแห่งปิดไม่ได้ ฝนสาดแดดส่อง งบประมาณสนับสนุนต่อหัวอันน้อยนิดไม่เหลือเผื่อการซ่อมแซมที่กลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนไม่ถึงร้อยคน 

ครูใหญ่ในอดีตกลายเป็นผู้อำนวยการด้วยการเปลี่ยนชื่อ แต่งบประมาณไม่ได้เปลี่ยน วิธีคิดของคนไม่ได้เปลี่ยน ของกระทรวงไม่ได้เปลี่ยน ยังเป็นการศึกษารวมศูนย์ ทั้งการบริหารจัดการ ทั้งการจัดสรรงบประมาณ ทั้งหลักสูตรที่เคยอยากกระจายแต่กลับมาระจุกเหมือนเดิม 

 

สยามรัฐรายวัน 15 พฤษภาคม 2556

ปัญหาสำคัญสองอย่างของโลกวันนี้ คือ อาหารกับพลังงาน คนที่โชคดี คือ คนมีที่ดิน ปัจจัยการผลิต สองอย่างนี้ คนโชคร้ายไม่ใช่คนที่ไม่มีดิน แต่เป็นคนมีที่ดินแต่ไม่มีความรู้ เพราะไม่นานก็อาจไม่เหลืออะไรเลย เพราะถูกเขาโกง ถูกเขาหลอก หรือขายไปเพื่อเอาเงินไปใช้จ่ายกับใช้หนี้

     ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานสำหรับเกษตรกรและคนมีที่ดิน จึงหมายถึงความมั่นคงด้านอาชีพ รายได้ ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวม คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าหากไม่มีการเรียนรู้ ไม่มีการวางแผน ไม่มีการจัดการ

     ในโลกที่เปลี่ยนไปแล้วนี้ มีเกษตรกรที่ปรับตัวและอยู่รอดได้จำนวนไม่น้อย มีคนที่ประกอบอาชีพอื่น หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพบว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงกว่า มีรายได้ดีกว่า มีอาหารที่ผลิตได้เอง พลังงานที่ทำได้เอง มีความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อองค์กรหรือเจ้านายไหน

     คนที่หันมาเป็นเกษตรกรเหล่านี้ไม่ได้มาเป็น ชาวไร่ชาวนาŽ ในความหมายเดิม ไม่ได้ย้อนยุคไปอยู่กระท่อมน้อยปลายนาอย่างโรแมนติค แต่มาเป็น ผู้ประกอบการŽ (entrepreneur) ที่ทำเกษตรกรรมอย่างมีเป้าหมาย มีแบบมีแผน ใช้ความรู้ใช้ปัญญา

 

ครูชบ ยอดแก้ว

Wednesday, 08 May 2013 20:09 Published in ปรับฐานคิด

สยามรัฐรายวัน 8 พฤษภาคม 2556

เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ครูชบ ยอดแก้ว ครูใหญ่โรงเรียนวัดน้ำขาว ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ชวนเด็กนักเรียนประถมให้ทำการออมทรัพย์วันละบาท เรียกชื่อกลุ่มนี้ว่า กลุ่มสัจจะออมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต
 
     จุดมุ่งหมายของครูชบไม่ใช่เพียงเรื่องการออมเพื่อจะได้มีเงินใช้ แต่เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาคนอย่างรอบด้าน หรือที่ชอบเรียกวันนี้ว่า บูรณาการ นั่นเอง บูรณาการของครูชบเป็นของจริง ที่ไม่ได้เพียงพูดให้ฟังดูดี แต่มีการปฏิบัติอย่างชัดเจน 

     ครูชบลงมือทำและทำได้จริงตามเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพื่อปลูกฝังคนให้มีนิสัย 7 ประการ คือ

     ๑. เพื่อให้เกิดนิสัยพึ่งตนเอง มีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม            ไม่เห็นแก่ตัว
     ๒. เพื่อให้เกิดวินัยในตนเอง มุ่งมั่นการทำงานให้สำเร็จ
     ๓. เพื่อให้เกิดนิสัยขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทน
     ๔. เพื่อให้เกิดนิสัยรู้จักคิด วิจารณ์และตัดสินใจอย่างมีหตุผล
     ๕. เพื่อให้เกิดขันติธรรมต่อการวิจารณ์ รู้ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล           หรือหมู่เหล่า
     ๖. เพื่อให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักยกย่องผู้อื่น
     ๗. เพื่อให้เกิดนิสัยทำงานกับผู้อื่นได้ โดยรู้จักเป็นผู้ให้ ผู้รับ ผู้นำ และ             เป็นผู้ตามที่ดี

     ด้วยความมุ่งมั่น ชัดเจนในหลักคิด ครูชบทำกลุ่มออมทรัพย์ในโรงเรียนได้สำเร็จ โดยให้เด็กออม ให้ครูกู้ นำดอกผลมาเป็นสวัสดิการให้นักเรียนเวลาเจ็บป่วย ไปโรงพยาบาล เป็นทุนการศึกษา และเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน

 

สยามรัฐรายวัน 1 พฤษภาคม 2556

หนี้สินเป็นปัญหาเมื่อไม่สามารถจัดการได้ ดูเหมือนว่าวันนี้ ปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะเงินในอนาคตถูกนำมาใช้จนหมด รายได้ไม่ทันรายจ่าย เงินใช้หนี้มีไม่พอ เพราะแม้จะกินก็ยังไม่มี จะเอาอะไรไปใช้หนี้

    หนี้เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนความไม่สามารถปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลงของผู้คน ระบบโครงสร้างสังคมไม่ได้ช่วย ไม่ได้เอื้อให้คนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้  ส่วนใหญ่เป็นคนจน คนชายขอบ คนที่เป็นฐานหนุนให้นักการเมืองได้รับเลือก คนที่ถูกซื้อด้วยโครงการประชานิยม

    หนี้สินส่วนหนึ่งมาจากโครงการประชานิยม ที่อำนวยความสะดวก หาเงินให้กู้ เพิ่มกองทุน ออกบัตรสารพัดรูปแบบ อีกด้านหนึ่ง ทุนนิยมก็กระหน่ำซ้ำเติมกระตุ้นการบริโภคแบบไร้ขอบเขต โฆษณาบ้าเลือด สร้างค่านิยมผิดๆ ให้คนอยากมี อยากได้ ไม่สนใจว่าจะกินเกินได้ ใช้เกินมี เป็นหนี้เป็นสินเท่าไร

    นักธุรกิจเป็นหนี้ร้อยล้านพันล้านหมื่นล้าน สถาบันการเงินประนอมหนี้ ให้มีแผนฟื้นฟูหนี้  คนจนเป็นหนี้ไม่กี่หมื่นบาทไม่มีวิธีช่วยเหลือ ปล่อยให้ดอกเบี้ยบานจนจากหมื่นกลายเป็นแสน เป็นหลายแสน ซึ่งสำหรับคนจนส่วนใหญ่เป็นอะไรที่เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

 

สยามรัฐรายวัน 24 เมษายน 2556

         ปัญหาหมาที่ถูกจับไปทำเนื้อ ส่งออกไปต่างประเทศ ถูกประท้วงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดบรีจิตต์ บาร์โด ดาราชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังในอดีตได้ออกโรงขอให้นายกรัฐมนตรีไทยไปดูยูทูบที่คนไทยทำเองและโพสท์ให้คนทั่วโลกได้เห็นการทารุณกรรมหมาในประเทศไทย

          ความจริง การกินเนื้อหมาแพร่หลายในหลายประเทศ อย่างจีน เวียดนาม เกาหลี ฟิลิปปินส์ ที่ทำกันอย่างเป็นธุรกิจก็ที่เวียดนามและที่เกาหลี มีร้านขายอาหารเนื้อหมาอยู่ทั่วไป ตอนกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก มีการประท้วงจากหลายกลุ่มในหลายประเทศ ขู่บอยคอตไม่ไปชมกีฬา คนเกาหลีบอกว่า ไม่อยากดูก็ไม่ต้องมา แต่พวกเขาจะไม่ปิดร้านอาหารเนื้อหมา และไม่เลิกกิน

          ความแตกต่างของเกาหลีกับของไทยอยู่ที่การจัดการ เกาหลีมีการออกกฏหมายให้เลี้ยงหมา ทำฟาร์มหมาเพื่อเป็นอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ถูกอนามัย และถูกหลัก “มนุษยธรรม”

          เกาหลีไม่มีหมาจรจัด เร่ร่อน ไม่มีปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เพราะมีการจัดการ มีการทำหมัน ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบไทยๆ แล้วเอาไปปล่อยวัด หรือปล่อยให้จรจัดตามเวรตามกรรม  ไม่ทำหมันหมา ปล่อยให้ออกลูกออกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง เลือกเอาแต่ตัวผู้ไปเลี้ยง ตัวเมียก็เร่ร่อน

 

สยามรัฐรายวัน 17 เมษายน 2556

สงกรานต์ปีนี้มีคนไปเที่ยวตลาดน้ำ ตลาดเก่าแก่โบราณกันมาก ไม่ว่าตลาดน้ำอัมพวา สามชุก เชียงคานและอีกหลายแห่งที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ใช่ทุกแห่งที่เกิดแล้วโต ตายไปก็มาก ไม่โตก็มี
 
     ใครที่รู้ประวัติของตลาดน้ำสามแห่งที่กล่าวถึงตอนต้นก็จะเข้าใจว่า ทำไมทั้งสามแห่งถึงโด่งดังและเติบโตจนแทบไม่มีที่เดินในวันหยุดเทศกาล
 
     ทั้งสามแห่งมีประวัติศาสตร์ มีความเป็นมา มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สืบทอดและฟื้นฟูวิญญาณของท้องถิ่นนั้นๆ ให้กลับมีชีวิต มีเสน่ห์ มีคุณค่า เพราะเรียบง่าย ไม่เสแสร้าง ไม่ตบแต่งจนเกินจริง ขนมก็ดี อาหารก็ดี ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่นำมาแสดงมาขาย ส่วนใหญ่ก็มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
 
     มีตลาดน้ำอีกหลายแห่งที่อยู่ได้ไม่นานก็ล้มหายตายจาก คนไปเที่ยวครั้งเดียวก็เข็ด แล้วยังบอกต่อๆ ไปว่า อย่าไปให้เสียเวลา เพราะไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ที่ไปถ่ายรูปบ้าง ไปซื้อของแบบตามตลาดนัดตลาดคลองถมบ้าง อาหารการกินก็หาซื้อหากินที่ไหนก็ได้ แถมแพงอีกต่างหาก ยังเก็บค่าจอดรถอีก ค่าห้องน้ำอีก

 

ผมเคยขึ้นเวทีกับอภิเดช ศิษย์หิรัญ ไม่ใช่ขึ้นไปชกมวย แต่สัมภาษณ์เขาเรื่องมวยไทย เมื่อค่ำวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือมหาวิทยาลัยชีวิต สมุทรสงคราม เขาไปถึงสถาบันตั้งแต่บ่ายเพื่อรอรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเปิดสถาบันอย่างเป็นทางการ
 
     ตอนแรกคิดจะให้เขาลองแสดงพลังเตะให้อาจารย์ นักศึกษาและผู้คนที่ไปร่วมงานหลายพันคนได้ชม และได้ยืมอุปกรณ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงมาให้แล้ว รวมทั้งได้เชิญครูมวยคนดัง อาจารย์โพธิสวัสดิ์ แสงสว่าง มาร่วมเป็นคู่ซ้อม แต่คุณอภิเดชขอตัว เข้าใจว่าคงไม่สบายหรือไม่อยู่ในสภาพของจอมเตะบางนกแขวกผู้โด่งดังเมื่อครั้งกระโน้น
 
     บ้านเกิดของคุณอภิเดชอยู่ที่บางนกแขวก ใกล้ๆ กับสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน แม้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ก็แวะเวียนไปบ้านอยู่บ่อยครั้ง ไปร่วมงานและไปช่วยแนะนำเรื่องการสอนมวยไทยให้โรงเรียนบ้าง 
 
     ที่วัดเจริญ ติดกับบ้านของคุณอภิเดช มีห้องที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ก็คงไม่ผิด ที่เก็บเรื่องราวและอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณอภิเดชมาแสดงให้ผู้คนได้รำลึกถึงนักมวยไทยผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ที่ได้กลายเป็นตำนานและทำให้บางนกแขวก ตำบลเล็กๆ ของจังหวัดเล็กๆอย่างสมุทรสงครามเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว