phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

ดร.เสรี

ดร.เสรี

คนไทยไม่เคยฉลองวันเกิด มาฉลองเอาตอนที่เริ่มคบกับฝรั่ง ถึงร้องเพลงแฮปปี เบิร์ทเดย์ ทู ยู เป็นกันทุกคน เดิมทีวันเกิดของคนไทย คือ วันปีใหม่ ไม่ว่าปีใหม่ไทยหรือปีใหม่สากล เป็น “วันเกิดรวม” หรือวันเกิดร่วมกันทางสังคม เพราะมิติทางสังคมแยกไม่ออกจากความเป็นปัจเจกเหมือนทุกวันนี้

     ปีใหม่หรือสงกรานต์จึงสำคัญสำหรับคนไทย โดยเฉพาะคนชนบท ที่ต้องกลับบ้าน ไปกราบพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เข้าวัด ทำบุญ ไปคารวะผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิต ให้ความช่วยเหลือ ไปขอพร ไปสืบชะตา ขอต่อชีวิต ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไป “ชาร์ตไฟ” ให้กลับมามีพลัง

     วันเกิดแบบไทยๆ จึงเป็นวันรวมญาติ วันฉลองของครอบครัว ของชุมชน ฟื้นฟูความสัมพันธ์ ความเป็นพี่เป็นน้อง หลายคนพบกันปีหนึ่งครั้งเดียวก็ตอนไปฉลองปีใหม่นี่เอง ซึ่งก็ยังดีที่มีโอกาสได้พบพี่พบน้อง พบเพื่อนฝูงที่เคยเติบโตด้วยกัน ไปโรงเรียนด้วยกัน

     สังคมไทยได้กลายเป็นสังคมทันสมัย แต่ไม่ได้พัฒนาในด้านต่างๆอย่างสมดุล ทันสมัยเพราะใช้ไอโฟน เพราะใช้รถยนต์ที่ออกกันปีละเป็นแสนเป็นล้านคัน เพราะมีบ้านติดแอร์เย็น แต่เป็นสังคมนิรนาม ที่ไม่มีใครรู้จักใคร ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างทุกข์ ไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเหมือนในอดีต

 

สยามรัฐรายวัน 26 ธ.ค. 2555 

         สังคมวันนี้มีเรื่องแปลกแต่จริงอยู่มาก ยิ่งมีถนนหนทาง เครื่องมือสื่อสาร การไปมาหาสู่ ทั้งรวดเร็ว สะดวกสบาย แต่คนก็ยิ่งห่างเหินจากกัน อยู่อย่างโดดเดี่ยว คนรุ่นใหม่ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงเพื่อสื่อสารกับคนไม่กี่คน วันหนึ่งส่ง message กันเป็นพันครั้งก็มี ไม่สนใจใยดีกับคนรอบข้าง

          ยิ่งมีเครื่องสร้างความสุขสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ ทั้งดนตรี หนัง ละคร คาราโอเกะ แต่ดูเหมือนไม่มียุคไหนที่คนจะเหงา เครียด บ้า และฆ่าตัวตายเท่าวันนี้

วันที่ 18-19-20 ธันวาคม 2555 นี้ มีการประชุมที่เรียกกันว่า “สมัชชา” ว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติขึ้นที่ศูนย์ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เป็นการประชุมที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย ไม่เพียงแต่เรื่องสุขภาพ แต่เรื่องประชาธิปไตย เรื่องการพัฒนาโดยรวม

          แนวคิดเรื่องการจัดสมัชชามาจากกลุ่มแพทย์ผู้ทำงานด้านสังคมและผู้นำด้านสาธารณสุขที่เห็นว่า ถ้าจะให้สังคมมีสุขภาพดี การมีโรงพยาบาล มีหมอ มีพยาบาล มีหยูกยารักษาอย่างเดียวคงไม่พอ ประชาชนต้องดูแลสุขภาพของตนเอง ชุมชนต้องสร้างระบบสุขภาพของตนเอง

สยามรัฐรายวัน 7 พ.ย. 2555 

หนี้ครัวเรือนของคนรากหญ้าวันนี้หนักหนาสาหัสมากขึ้น พวกหัวปิงปองหรือหมวกกันน็อคเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนในชุมชน ไม่ใช่ตำรวจจราจร แต่เป็นคนทวงหนี้ที่ทั้งเอาเงินไปให้และไปทวงหนี้รับดอกร้อยละ 20 เป็นอย่างน้อย ต่อวัน ต่อสัปดาห์ ต่อเดือน ไม่ใช่ต่อปี

     ไม่มีอำนาจรัฐไหนไปจับคนเหล่านี้ แม้ว่าสิ่งที่ทำจะผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะที่สุดผู้รักษากฎหมายนั่นเองที่ไม่ยอมทำอะไร คงได้ประโยชน์และถูกฟาดหัวด้วยดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้ไปรีดเอาจากชาวบ้าน

Page 45 of 45