phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 15 May 2019 08:34

โลกที่เราตามไม่ทัน Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 15 พฤษภาคม 2562

โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก มีเทคโนโลยี มีนวัตกรรมเกิดขึ้นทุกวันนับพันอย่าง มาจากหลักคิดหลักวิชาใหม่ที่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้บริหารนโยบาย หน่วยงานของภาครัฐถ้าไม่สนใจ ก็จะหลงยุคตกสมัย ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลง จึงมักตั้งกรอบกรงขังตัวเองในแนวคิดที่ล้าสมัย

            รถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดใหญ่ก็ไม่เท่าไร แต่รถยนต์ไร้คนขับมาเร็วกว่าที่คิด และอีกหลายอย่างก็กำลังตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เรื่องของประเทศร่ำรวย เรื่องคนรวย การเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีผลกระทบต่อชีวิตของทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน

            ใครจะคิดว่า ในเวลาไม่กี่ปี ผู้คนจะมีมือถือสมาร์ทโฟนเกือบทุกคน และกำลังจะเข้าสู่ยุค 5G ที่อะไรๆ ก็สัมพันธ์กันอย่างคาดไม่ถึง ข้าวของเครื่องใช้เชื่อมต่อและสั่งการได้หมดไม่ว่าอยู่ที่ไหน

            ข่าวดี โจรขโมยคงจะเข้าบ้านยากขึ้น อาชญากรรมก็น่าจะลดลง รถยนต์ไร้คนขับคงจะช่วยให้อุบัติเหตุบนถนนลดลงจนเกือบเป็นศูนย์

            คาดการณ์ว่า ในอีก 2-3 ปีนี้ความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงไปเรื่อยๆ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าออกมาสู่ตลาดใหญ่ รถยนต์ใหม่ทุกคันจะเป็นรถไฟฟ้าในอีก 5 ปี และอีก 10 ปีข้างหน้า รถไฟฟ้าจะครองเมือง

            ทุกวันนี้ ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดเดิม แต่เป็นบริษัทที่ทำมือถือ ทำสื่อ อย่างแอบเปิล กูเกิ้ล หรือไดสัน ที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ไปตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าที่สิงคโปร์ วันนี้มีผู้ผลิตรถไฟฟ้าเป็นร้อยราย รวมไปถึงรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเป็นเหมือน “คอมพิวเตอร์ติดล้อวิ่งได้” เท่านั้น

            รถยนต์ไฟฟ้าใครๆ ก็ซื้อได้ เพราะค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันถึง 10 เท่า รถราคาก็ถูกลงเพราะแบตเตอรี่ราคาลดลงปีละ 20% และกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำลายล้าง (disrupt) ระบบไฟฟ้าสายแบบเดิม อย่างที่รถยนต์ไฟฟ้าทำลายอุตสาหกรรมน้ำมัน

            แบตเตอรี่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและผลิตกันใหญ่โตในหลายประเทศ รวมทั้งไทยก็กำลังชวนใครต่อใครมาลงทุน จะรวมถึงแบตที่เก็บไฟฟ้าจากแสงแดดใช้ในบ้าน อาคาร สำนักงาน และทั่วไป จนการผลิตไฟฟ้าแบบเดิมที่แพงกว่าจะหมดไป ไม่ว่าถ่านหิน น้ำมัน หรือนิวเคลียร์

            ใครที่คิดว่าเรื่องเหล่านี้ไกลตัว ก็ขอให้ดิดถึงสมาร์ทโฟนในมือชาวบ้านในหมู่บ้านชนบท ที่ ไม่ได้เพียงรับเข้าโทร.ออก แต่ดูหนังฟังเพลง ดูละคร ส่งไลน์ก็ทำได้อีกต่างหาก

            เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ผู้นำประเทศ คนที่เกี่ยวกับนโยบาย มักตามไม่ทัน ทำให้บ้านเมืองหล้าหลัง เพราะเชื่อเทคโนเครตและนักวิชาการหัวโบราณที่คิดคำนวณทุกอย่างเป็น “เส้นตรง” (linear) ที่ไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะมาเร็ว จึงมีแต่กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนา

            หรือไม่ก็เพราะถูกทุนใหญ่ครอบงำ มีผลประโยชน์ร่วม ต้องการขาย “ของเก่าตกค้าง” ไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะยื้อไม่อยู่จึงยอมให้กระแสโลกไหลเข้ามา อย่างเรื่องพลังงานถ่านหิน เรื่องสารเคมีอันตรายในการเกษตร หรือรถยนต์ใช้น้ำมัน ที่มีโรงงานผลิตอะหลั่ยและชิ้นส่วนใหญ่ในไทย

            การเปลี่ยนแปลงมาแบบ “ตัว S” เริ่มช้าแต่แล้วก็พุ่งขึ้นไปเร็วมาก เรียกการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ที่คนมักตามไม่ทันว่า “เปลี่ยนแบบทำลายล้าง” (disruptive) แบบที่ทำให้บริษัทโกดักเจ๊งไปเพราะเขาเลิกใช้ฟิล์มไปถ่ายรูปแบบดิจิตัลทางมือถือและกล้องสมัยใหม่กันหมด

            ประเทศไทยยังวุ่นวายเรื่องการเลือกตั้ง การตั้งรัฐบาล การแบ่งเก้าอี้ ก็ยังดีที่มีพรรคที่ประกาศว่า จะนำนโยบายที่ประกาศไว้มาทำให้ได้ อย่างเรื่องกัญชา เรื่องการเกษตร เพิ่งจะรู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรจะเสียประโยชน์

            วันนี้วิทยาศาสตร์เขาพูดกันเป็น 11 มิติ ที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน อนาคตเป็นหนึ่ง เชื่อมจักรวาลทั้งหมดเข้าด้วยกันด้วยทฤษฎีทางฟิสิกส์ใหม่อย่าง String Theory ที่มีผลต่อทัศนะว่าด้วยความเป็นจริง โลกและชีวิต

            บ้านเรายังพูดกันแค่ 3 มิติ ที่จริงก็มีมิติที่ 4 สัมผัสที่ 6 หรือมากกว่านั้น แต่ต้องไปที่สำนักเจ้าเข้าทรง หรือเข้าวัด โดยไม่เข้าใจว่า เหล่านี้วิทยาศาสตร์ยุคใหม่เขากำลังค้นหาค้นพบ หลายอย่างก็มีอยู่ในหลักพุทธศาสนา เรื่องจิต เรื่องสมาธิ เรื่องพลังที่มาจากจิตของคน ที่เป็นตัวขับเคลื่อนชีวิต ไม่น้อยไปกว่าพันธุกรรม

            เรื่องของโลกแห่งวิญญาณ การเวียนว่ายตายเกิด และอื่นๆ ก็อยู่ในวิถีวัฒนธรรมของไทย แต่เราไม่ได้สนใจ นึกว่าเป็นเรื่องงมงายไสยศาสตร์ ขณะที่โลกเขากำลังสนใจศึกษาเป็นวิทยาศาสตร์ อย่างสิ่งที่ปรัชญาและศาสนาเรียกว่า “อุตรภาวะ” (transcendence) คือภาวะในมิติที่สูงขึ้นของจิตสำนึก ที่ผู้ปฏิบัติธรรมสัมผัสได้

            ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมืองไทยก็ยังมีดิน มีน้ำ มีแดด ปัจจัยสำคัญเพื่อผลิตอาหารและพลังงานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถ้ารัฐบาล คนทำนโยบายเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและตามโลกทัน ก็จะจัดจุดยืนของประเทศไทยให้เหมาะสมได้ แม้อาจจะไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด

ก็ไม่ได้แปลว่าจะให้คนไทยไปเป็นเพียงแรงงานถูกๆ เพื่อผลิตแบตเตอรี่ ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟฟ้า แต่จะพัฒนาจุดแข็งของไทยให้พึ่งพาตนเองได้ด้วยปัจจัย 4 และผลิตยา อาหารและพลังงานให้โลกได้ด้วย