Logo
Print this page
Saturday, 09 February 2019 12:39

เส้นเลือดตีบต้น ป้องกัน-แก้ไข Featured

Rate this item
(0 votes)

9 กุมภาพันธ์ 2562

ข้อเขียนนี้มาจากประสบการณ์ จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง พีสาวเป็นอัมพาตนับสิบปี น้องชายก็เป็นอัมพฤกษ์มาหลายปี กำลังฟื้นฟู แต่ไม่น่าจะเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ น่าจะเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของแต่ละคนมากกว่า เพราะพ่อเสียอายุ 88 แม่อายุ 84 โดยไม่มีปัญหาเส้นเลือดในสมองหรือหัวใจ

ผมก็เคยเป็นความดัน ไขมันสูง เบาหวาน ไทรอยด์ แต่ก็ดูแลตัวเองจนหายหมดทุกโรค โดยไม่กินยา และไม่เคยป่วยเป็นอะไรมาจะ 20 ปีแล้ว สิ่งที่อยากเล่าให้ฟัง “โปรดใช้วิจารณญาณ” อาจจะลางเนื้อชอบลางยา แต่ก็ไม่คิดว่าว่าตนเองเก่งกล้า หรือเป็นความสามารถเฉพาะตัวอะไร ก็เรียนรู้มาจากคนอื่นทั้งนั้น

ผมได้เขียนหนังสือ 2 เล่มโตชื่อ “กินอยู่พอดีมีความสุข” พูดถึงรายละเอียดต่างๆ ไว้มากแล้ว หลังๆ นี้มีอะไรเพิ่มเติมเข้ามาบ้าง จึงสรุปดังนี้

เส้นเลือดตีบตัน การแพทย์ให้ความเห็นที่มาสาเหตุไปหลายอย่าง มาจากไขมันหรือ “ตะกรัน” อุดตันเส้นเลือดเหมือนท่อประปาที่ค่อยๆ ตีบตัน น้ำไหลไม่สะดวก ปั้มน้ำทำงานหนัก เหมือนหัวใจต้องปั้มเลือดแรงมาก กลายเป็นความดันโลหิตสูง และเส้นเลือดเองก็เปราะมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน ปั้มแรงไปก็ทำให้เส้นเลือดแตก

คนเรามีเซลล์สมองอยู่พันล้านเซลล์ ทุกวันมีจำนวนหนึ่งที่เสื่อมสลายและตายไป ต้องมีการสร้างใหม่ขึ้นมา ถ้าเลือดไปเลี้ยงไม่พอ อาหารไปเลี้ยงไม่พอ เซลล์สมองก็ไม่แข็งแรง ทำงานไม่ดี

การกินอาหาร นอนหลับพักผ่อน คือเวลาแห่งการสร้างเซลล์ใหม่ดีที่สุด นอนไม่พอ กินอาหารไม่เหมาะสมจึงไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเส้นเลือดตีบตัน หรือเป็นแล้วก็ฟื้นฟูยาก

แพทย์แนะนำให้ทานผักผลไม้มาก ลดหวาน มัน เค็ม โปรตีนเสื้อสัตว์และแป้ง ผมทำตามคำแนะนำของหมออู๋ นายแพทย์อเมริกันเชื้อสายจีน ที่เคยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายตอนอายุ 30 กว่า หายได้ด้วยการกินผักผลไม้ มีหนังสือ “ธรรมชาติคืนชีวิต” (แปลเป็นไทย สั่งซื้อได้จากซีเอ็ด) เขาให้ข้อมูลและสูตรต่างๆ ไว้มากมาย แล้วแต่โรคอะไร ควรกินอะไร หมออู่เคยมาเมืองไทยหลายปีก่อน ผมไม่ได้ไปฟัง

สูตร ๑ สูตรดิบ ผมมักใช้ 4 ตัวหลัก คือ แคร็อท มะเชือเทศ บีทรูท แอปเปิลเขียว ถ้าไม่มีก็คีวี หรือผลไม้อื่นไม่หวาน แล้วก็ใบหญ้านาง 10 ใบ ขิง 4 เงี่ยง ผักเขียวอะไรก็ได้ตามใจชอบ ผักบุ้ง คึ่นช่าย วอเตอร์เกรส ผักจีน ผักไทย อะไรที่หาได้ง่ายๆ เติมงา เม็ดแฟลกส์ เก๋ากี้ เกสรผึ้ง อัลมอนด์หรือถั่วชนิดอื่น เติมน้ำพอประมาณแล้วแต่ต้องการเข้มข้นขนาดไหน

ดูๆ อาจจะอลังการงานสร้างหน่อยและมีราคา แต่ผมว่าคุ้มกว่าค่าโรงพยาบาลวันละหมื่นนะครับ

จากนั้นเอาไปปั่นในเครื่องปั่น 3.5 แรงม้า ตอนนี้ราคาถูกลงแล้ว ประมาณหมื่นบาท ใช้มา 10 ปียังใช้ได้ ปั่น 2 นาที ทำให้สารอาหาร 450 ชนิด (phyto chemicals) ในผักผลไม้ออกมาเกือบ 100% ถ้าเครื่องปั่นแรงน้อยกว่านี้จะได้เพียง 60-70% เท่านั้น

ผมดื่มเช้าแก้วใหญ่ เอาไว้ในตู้เย็นดื่มเที่ยงและเย็นครั้งละแก้ว

สูตรที่ ๒ เป็นสูตรสุก เพื่อสับเปลี่ยนบ้าง เรียกว่า “สูตรป้าเจตน์” แคร็อท มะเขือเทศ เห็ด 3 อย่าง บางทีไม่มีเห็ดก็เอาหอมหัวใหญ่ บางทีก็ฟักทอง ข้าวโพด แล้วแต่อยากทานอะไร ไม่ต้องมีแคร็อท มะเขือเทศก็ได้ ใส่น้ำ ต้มให้พอสุก เติมผักเขียวลงไป ผักอะไรก็ได้ที่ชอบ ผักบุ้ง คะน้า บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน โดยไม่ต้องใส่ทุกอย่างก็ได้ เติมเกลือเล็กน้อย ต้มไม่ต้องสุกมาก

จากนั้นเอาลงหม้อปั่นกี่แรงม้าก็ได้ โดยเติมงา เก๋ากี้ เม็ดแฟลกส์ ก่อนปั่น ไม่ต้องละเอียดมาก แล้วเอากลับไปลงหม้อเดิม ตั้งไฟอีกสัก 1-2 นาที คนตลอดเดี๋ยวไหม้ อาจเติมไข่ เต้าหู้ มิโสะ ถ้าไม่มีมิโสะก็ซ้อสพอให้รสเค็มบ้าง ไม่ต้องผงชูรส เดี๋ยวได้อีกโรค ถ้าอยากให้ข้นก็เติมข้าวโอ้ต หรือผงข้าวกล้อง ถ้าอยากให้มีรสไทยก็ซอยต้นหอมและผักชีโรย น้ำมันงา พร้อมกับโรยพริกไทยนิดหน่อย อร่อย (จังฮู้)

แค่ 2 สูตรก็น่าจะพอกระมัง แต่ผมก็เติมอะไรอีกบางอย่างหลังๆ นี้ ซึ่งลดไขมันได้ดีที่สุด ล้างไขมันในเส้นเลือดในสมอง ที่หัวใจได้ดีมากๆ บำรุงร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ลดน้ำตาล คือ

มะระขี้นก ๑ กิโล ต้มในหม้อใหญ่ๆ ใส่น้ำ ๓ ส่วนให้ลดลงเหลือ ๒ ส่วน (ใส่น้ำขวดใหญ่ ๑.๕ ลิตร ๓ ขวด ให้ลดลงเหลือ ๒ ขวด) ทิ้งไว้ให้เย็น ใส่ขวดไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้แทนน้ำได้หลายวัน (ถ้าไม่มีคนแย่ง) ขมนิดหน่อย แต่ขมเป็นยา อันนี้สุดยอดมาก ศิลปินคนดังอายุ 60 กว่า ดื่มมาหลายสิบปี หน้าตายังหนุ่มและสุขภาพดีมาก ผมเองก็ดื่มเป็นประจำ (ทำให้ยังหนุ่มอยู่ Ha !)

มะระจีน สีเขียวอ่อนใหญ่ๆ เท่าแขน ผ่าครึ่งเอาเมล็ดดออก ลับมีดให้คม ซอยให้เล็กๆ บางๆ แช่น้ำเกลือ 2 น้ำ ล้างน้ำจืด 2 น้ำ เอาเข้ากล่องเก็บในตู้เย็นทานกับซุบตอนเช้า กับอาหารได้ทุกมื้อ ทุกชนิด อร่อยมาก และมีประโยชน์ที่สุด ต้านโรคและเชื้อหวัดได้ดีนัก

ของแถม ปลูกอัญชันไว้สักต้นสองต้น ม่วงกับขาว มีเอ็นโทซายานิน ดีที่สุดบำรุงตา ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง บำรุงเส้นผม แค่ต้นเดียวก็เก็บได้วันเป็นร้อยดอก ทานสดๆ กับอาหารดีกว่าไปต้มดื่ม

สุขภาพดีได้ด้วยการปล่อยวางอย่างมีปัญญา เรียกว่า อุเบกขา คนไม่เครียดมีชัยไปกว่าครึ่ง

อย่าไปเครียดกับการเมืองไทย อะไรจะเกิดก็ให้เกิด ทำอะไรดีๆ แม้เล็กน้อย (ด้วยหัวใจยิ่งใหญ่) จะดีกว่า แบบ “จุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม ดีกว่านั่งด่าความมืด” แล้วจะสบายใจเราเองด้วย

แบกโลกไว้คนเดียวเดี๋ยวหลังหักนะครับ ไม่สมัครเองก็อย่าไปลุ้นใครมากเกินไป

ขอให้ทุกท่านสุขภาพดี แข็งแรง ใส่ใจดูแลสุขภาพ สร้างดีกว่าซ่อม เหนื่อยหน่อย แต่คุ้มแน่นอน ขอให้ใจมา ปัญญาจะเกิด สุขภาพจะดี

 

ดร.เสรี

Latest from ดร.เสรี

Media