phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 28 November 2018 15:08

มวยไทย มวยเด็ก Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 28 พฤศจิกายน 2561

ผมไม่เคยชกมวย แต่เคยสอนนักศึกษาปริญญาเอกหลักสูตรมวยไทยที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงในหัวข้อ “ภูมิปัญญามวยไทย” จึงมีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นครูมวย นักมวย ผู้จัดการ โปรโมเตอร์ คนที่เกี่ยวข้องกับวงการมวยหลายคน

            เมื่อประมาณ ๑๕ ปีก่อน ก่อนที่สถาบันราชภัฎจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎ ผมเป็นกรรมการสภาสถาบันราชภัฎ และสภาวิชาการของสถาบันราชภัฎทั้งหมดซึ่งรวมกันมี ๑ สภาสถาบันฯ และ ๑ สภาวิชาการ ได้มีการนำเสนอขอเปิดหลักสูตรประกาศนิยบัตรบัณฑิตมวยไทยของสถาบันราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง

            คนที่นำเสนอ คือ ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ อาจารย์วิชิต ชี้เชิญ และรศ.ดร.สุจิตรา สุคนธทรัพย์ ปริญญาเอกด้านพลศึกษา อาจารย์จากจุฬาฯ ผมประทับใจแนวคิดหรือปรัชญามวยไทยที่อาจารย์ทั้ง ๓ ท่านช่วยกันนำเสนอมาก และได้บอกในที่ประชุมว่า เสียดายที่สิ่งที่ได้พูดนั้นไม่อยู่ในเอกสาร มีเพียงแค่สั้นๆ เท่านั้น ซึ่งผมถือว่านั่นคือหัวใจของมวยไทย จึงขอให้นำเนื้อหาทั้งหมดที่พูดนั้นใส่ลงไปในเอกสาร ยาวเท่าไรก็ไม่เป็นปัญหา

            และยังได้เสนอด้วยว่า ไม่น่าจะเปิดเป็นประกาศนิยบัตรบัณฑิต (ที่อยู่ระหว่างปริญญาตรีกับปริญญาโท) น่าจะเสนอเปิดปริญญาโท รวมทั้งปริญญาตรีและปริญญาเอกในขั้นต่อไป

            จากนั้น ผมได้เขียนบทความเรื่องมวยไทยในหนังสือพิมพ์หลายครั้ง โดยพยายามชี้ให้เห็นถึงคุณค่าและความหมายของมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญนี้ ซึ่งคนในวงการมวยหลายคนได้ขอบคุณผมที่ได้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนมวยไทยด้วยข้อเขียนเหล่านั้น

เมื่อได้รับเชิญไปสอนนักศึกษาปริญญาเอกที่มรภ.หมู่บ้านจอมบึง ผมได้พยายาม “ถอดรหัส” ภูมิปัญญามวยไทยให้เห็นว่า ความหมายลึกๆ ของศาสตร์และศิลป์แขนงนี้คืออะไร

ผมได้นำสารคดีการฝึกมวยเด็กที่วัดเส้าหลินของจีนมาให้นักศึกษาชม และวิเคราะห์วิจารณ์ เพื่อกลับมาดูมวยไทยของเรา จำได้ว่า ลูกศิษย์ของผมหลายคนบอกว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องเหล่านี้มาก่อน เพราะอยู่ในวงการนี้ก็เน้นการฝึกฝน การแข่งขัน รวมไปถึงการพนันขันต่อ ซึ่งด้วยพัฒนาการสื่อและโลกาภิวัตน์ มวยไทยแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.โพธิสวัสดิ์ แสงสว่าง หรือ “ครูโพธิ์” ปรมาจารย์มวยไทย ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งเดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกเพื่อ “รับรอง” มาตรฐานมวยไทย เล่าเรื่องราวดีๆ ให้ฟังว่า ในหลายประเทศ คนระดับผู้นำทั้งนั้นที่เรียนมวยไทย ใครนุ่งกางเกงกีฬาปักคำว่ามวยไทยไปตลาด คนจะชื่นชมมาก

ผมได้พยายามชี้ให้เห็นว่า ถ้าคนทั่วโลกชื่นชมมวยไทยและต่างก็สนใจเรียนศิลปะป้องกันตัวนี้ แสดงให้เห็นไม่เพียงแต่พิษสงของศิลปะแม่ไม้มวยไทย แต่ต้องมีอะไรลึกๆ กว่าที่ปรากฎภายนอก ที่เรียกว่าจิตวิญญาณ อันนั้นต่างหากที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกต้องค้นให้พบ และพัฒนาต่อยอดให้เป็นนวัตกรรม

อาจารย์ที่วัดเส้าหลินบอกในสารคดีชุดนั้นว่า มวยวัดเส้าหลินเป็นเครื่องมือพัฒนาคนให้เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พัฒนาทั้งสติ สมาธิและปัญญา พระจึง “เป็นมวย” สอนทั้งมวยและคุณธรรมให้เด็กๆ เพราะเห็นว่า การเรียนวิชามวยนั้นเป็นดาบสองคม อาจถูกนำไปใช้ในทางไม่ดีได้ถ้าหากไม่มีคุณธรรมกำกับ

ผมสอนนักศึกษาปริญญาเอกว่า ทำอย่างไรให้คนไทยเข้าถึงคุณค่าและความหมายของศิลปะมวยไทย ไม่เป็นเพียงความสนุกสนานหรือการพนัน ชดเชยความกดดันและสัญชาติญาณดิบของความรุนแรง แต่เป็นเครื่องมือสร้างคน สร้างเด็กเยาวชน สร้างชาติ

ผมชื่นชมอาจารย์ชาญชัย ยมดิษฐ์ อาจารย์วิชิต ชี้เชิญ และทุกท่านที่อุทิศตนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนมวยไทย อาจารย์วิชิตเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมโรงเรียนต่างๆ ให้นักเรียนได้ฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว นำมาประยุกต์เพื่อการออกกำลังกาย การแสดง นาฎมวยไทย ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเด็กให้มีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา จิตอาสา ช่วยเหลือปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ไม่ใช่ไปรังแกคนอื่น

เรื่อง “มวยเด็ก” ที่ถกเถียงกันวันนี้กำลังกลบเรื่องคุณค่าศิลปะป้องกันตัวมวยไทยที่คนทุกเพศทุกวัยควรเข้าถึง ได้เรียนรู้ นำไปใช้ออกกำลังกายและป้องกันตัวได้ และกำลังไปได้ดีทั้งในบ้านเราและทั่วโลก

พรบ.มวย 2542 ที่จะแก้ไขนี้คงอยากให้กีฬามวยไทยเป็นอะไรที่ “ปลอดภัย” “มีพลังสร้างสรรค์” เพื่อส่งเสริมและปกป้องเด็ก เยาวชน ลูกหลานเรา ซึ่งยังไม่โตพอที่จะคิดและตัดสินใจได้เอง

ด้านหนึ่ง คนไทยทั่วไปและคนทั่วโลกคงรับยาก ที่เด็กอายุต่ำว่า ๑๕ ขึ้นเวทีต่อมวยเหมือนผู้ใหญ่ ขัดต่อหลักสากลว่าด้วยสิทธิเด็ก การใช้แรงงานเด็ก โดยเฉพาะผลกระทบทางร่างกายทางสมองของเด็กที่มีผลการวิจัยที่ชัดเจน แต่อีกด้านหนึ่ง มวยเด็กโยงก็ไปถึงปัญหาสังคม ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ

แต่จนอย่างไรก็ไม่ควร “ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ” ในการแก้ปัญหาความยากจน เหมือนใช้เด็กไปขายบริการทางเพศ ไปขอทานและอื่นๆ ขนาดสัตว์ยังมีกฎหมายคุ้มครอง แล้วลูกหลานเราเองไม่คุ้มครองได้อย่างไร

            ถ้าเด็กต่ำกว่า ๑๒ ชกมวยไม่ได้ มวยไทยคงไม่สูญพันธุ์ ไปเรียนรู้ดูที่วัดเส้าหลินบ้างเถิดว่า วิทยายุทธของสำนักวัดแห่งนี้ตกทอดมาถึงปัจจุบันและแพร่หลายไปทั่วโลกเพราะอะไร วันนี้มวยไทยขึ้นแท่นเป็นศิลปะป้องกันตัวแนวหน้าของโลกไปแล้ว ประชาชนคนทั่วไปทั่วโลกเข้าถึงและนำไปใช้เพื่อสุขภาพ เพื่อการป้องกันตัว เพื่อฝึกสมาธิ พัฒนาความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ

            แทนที่จะให้เด็กอายุต่ำว่า ๑๒ ขึ้นเวที รัฐควรส่งเสริมให้เด็กไทยทุกคนเรียนรู้ ฝึกฝนศิลปะมวยไทย จน “เป็นมวย” เป็นคนดี มีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา จะแก้ปัญหานักเรียนนักเลงและปัญหาสารพัดของเด็กไทยวันนี้