phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 31 October 2018 11:04

บทเรียนหมูป่าอะคาเดมี Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 31 ตุลาคม 2561

ทีมฟุตบอลเด็กหมูป่าอะคาเดมียังเป็นข่าวที่คนสนใจติดตามแม้เวลาจะผ่านไปกว่าสามเดือน เริ่มเดินสายไปต่างประเทศตามคำเชิญของเจ้าภาพ อย่างกีฬาโอลิมปิกเยาวชนที่อาร์เจนตินา และไปอังกฤษ ตามคำเชิญของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

                คนไทยส่วนใหญ่คงชื่นชมกับข่าว แต่ก็มีบางคนที่เกิดอาการหมั่นไส้ ไม่เห็นด้วยที่ใครๆ ให้ความสำคัญกับเด็กเหล่านี้ บอกว่าทำให้บ้านเมืองเสียหาย เสียเวลาเสียงบประมาณไปมากมายเพื่อช่วยพวกเขาออกจากถ้ำ

                เป็นความเห็นต่างที่สามารถคิดได้ ถ้าดูแต่ด้านเดียวคือความเสียหายทางงบประมาณ เวลา รวมไปถึงระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมในถ้ำนอกถ้ำ ก็พอจะเข้าใจ

                แต่ถ้าใจกว้างสักนิดและมองภาพใหญ่ให้กว้างให้ลึกก็น่าจะเห็น “คุณูปการ” ของเหตุการณ์หมูป่าติดถ้ำ ที่ได้มีการอภิปรายในโซเชียลมีเดียมาพอสมควรมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ แล้ว

                ลองทบทวนเรื่องนี้อีกที อาจมีบทเรียนสำคัญที่สอนอะไรได้มากมาย ขอให้มีหัวใจที่เปิดกว้างเท่านั้น ลองตั้งคำถามดูว่า ทำไมเหตุการณ์ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายจึงมีการถ่ายทอดสดและรายงานข่าวไปทั่วโลก

                และไม่ใช่การรายงานธรรมดา เป็นการถ่ายทอดสดไม่ทราบว่าวันหนึ่งกี่ชั่วโมง โดยเฉพาะโดยสถานีข่าวใหญ่อย่าง CNN, BBC และอื่นๆ รวมถึงการรายงานข่าวทุกชั่วโมงในสถานีต่างๆ ทั่วโลก

                คำตอบน่าจะมาจากหนุ่มจิตอาสาชาวตรังนักปีนผาที่ไปช่วยงานนี้ ผู้สื่อข่าวสาวชาวอเมริกันถามว่าเขารู้สึกอย่างไร แทนคำตอบ เขาฮำประโยคแรกของเพลง Imagine ของจอห์น เลนนอน ซึ่งกลายเป็นคลิปที่แพร่ไปทั่วโลก เขาอยากบอกว่า เหตุการณ์นั้นได้ทลายพรมแดนต่างๆ ไม่มีประเทศ ผู้คนเป็นหนึ่งเดียว เขาได้รู้สึกถึง ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ

                แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงเดือน แต่ความรู้สึกของผู้คนทั่วโลกที่หลอมใจเป็นหนึ่ง เอาใจช่วยให้คณะกู้ภัยที่พร้อมใจกันมาแบบจิตอาสาจากทั่วโลกสามารถนำเด็กๆ ออกจากถ้ำได้เป็นความรู้สึกที่ก้าวข้ามทุกอย่าง เป็น “อุตรภาวะ” (transcendental) ที่อยู่เหนือโลกียภาวะ

ความรู้สึกที่เหนือโลกธรรมที่สัมผัสได้ ที่แบ่งแยกบนความแตกต่างภายใต้คำว่าชาติ ศาสนา เพศ สีผิว ฐานะทางเศรษฐกิจสังคม และอีกสารพัดเหตุผลที่เป็นอคติ ที่มาจากกิเลสและความเห็นแก่ตัว ที่ทำให้เกิดความแบ่งแยกและแตกแยก

จึงไม่แปลกที่ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกติดตามข่าวนี้ทุกวันตั่งแต่ต้นจนจบ ร่วมใจภาวนาขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของตน ไม่ใช่คนในชาติของตน

เด็กๆ ๑๒ คนกับโค้ชเอกไม่ใช่พระเอกหรือผู้ร้ายอะไรในเรื่องรที่เกิดขึ้น พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่ได้มีเจตนาเข้าไปติดในถ้ำเพราะอยากดัง และพวกเขาคงคาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก

พวกเขาเป็นตัวละครที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนให้มนุษยชาติว่า ถ้าหลอมรวมใจเป็นหนึ่ง ไม่ว่าปัญหาอุปสรรคจะใหญ่เพียงใด เราก็สามารถแก้ไขได้ ความทุกข์ ความเจ็บปวดจะมากเพียงใด ก็สลายลงได้และแม้แต่ความตายเราก็สามารถเอาชนะได้

ความตายของ “จ่าสมาน” เป็นการสูญเสีย แต่เป็นความตายที่ไม่สูญเปล่า เป็นชัยชนะของความเสียสละอันยิ่งใหญ่ เป็นความตายที่มีเกียรติและถูกจารึกไว้ในใจของคนไทยและคนทั่วโลก มีอนุสาวรีย์ที่จะทำให้ผู้คนรำลึกถึงเขาตลอดไป

เด็กๆ หมูป่าอะคาเดมีวันนี้ได้กลายเหมือน “ทูต” แห่งมิตรภาพ ความเป็นหนึ่งเดียว (solidarity) เป็นสัญลักษณ์ของภราดรภาพ ที่โจเซ มูริโญ โค้ชฟุตบอลคนดังพูดไว้ระหว่างที่ทำหน้าที่วิจารณ์ฟุตบอลโลกที่รัสเซียในช่วงเวลาเดียวกับที่มีเหตุการณ์ถ้ำหลวงว่า “ทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่รัสเซีย แต่อยู่ที่เชียงราย ที่ประเทศไทย”

ไม่กี่วันก่อน มูริโญและนักฟุตบอลของเขาได้ต้อนรับทีมหมูป่าที่สนามโอลเทรปฟอร์ด นับเป็นภาพแห่งความสุข ไม่เพียงแต่สำหรับเด็กไทย และนักฟุตบอลกับโค้ชของแมนยูฯ แต่ของคนไทยและผู้คนทั่วโลกที่ยังรู้สึกได้กับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน สื่อใหญ่ทั่วโลกยังเสนอข่าว เพราะรู้ว่าคนยังสนใจ

อย่าอิจฉาเด็กๆ หมูป่าเลย เป็นโชคดีที่มากับโชคร้าย (Blessing in disguise) ไม่ใช่สำหรับพวกเขาเท่านั้น แต่สำหรับเคนไทยและเมืองไทยโดยรวม ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะใช้งบกี่หมื่นกี่แสนล้านประชาสัมพันธ์ประเทศไทยก็คงทำไม่ได้เท่ากับ “หมูป่า” ที่ทำให้ภาพเมืองไทยแพร่ไปทั่วโลก ติดตาตรึงใจผู้คนพลายพันล้านคน โดยลงทุนไปไม่กี่ล้านบาทเอง

และที่สำคัญ คุณเอาเงินเท่าไรมาลงทุนก็ไม่มีวันสร้างมิตรภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของผู้คนทั้วโลกอย่างที่ได้เกิดขึ้นนั้นได้