phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Thursday, 06 September 2018 11:52

ถอดรหัสภูมิปัญญา Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 5 กันยายน 2561

คำว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” มีมานานแล้ว เมื่อประมาณ 35 ปีก่อน ผมได้ใช้คำว่า “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” และไม่นานหลังจากนั้นได้ใช้คำว่า “ถอดรหัสภูมิปัญญา” ในข้อเขียนเวียนกันอ่านระหว่างคนทำงานพัฒนาชนบท และบางชิ้นตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ และจุลสารไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            ต่อมาไม่นานคุณอาทร เตะธาดา สำนักพิมพ์เทียนวรรณได้รวมเล่มพิมพ์เป็นหนังสือที่ผมได้ตั้งชื่อว่า “คืนสู่รากเหง้า – ทางเลือกและทัศนะวิจารณ์ว่าด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน” (2529) โดยได้เพิ่มบทสัมภาษณ์ที่คุณคมสัน หุตะแพทย์ ได้สัมภาษณ์ผมในภาคผนวกชื่อว่า “เชิงอรรถว่าด้วยภูมิปัญญา”

            ขณะที่สอนที่ธรรมศาสตร์ ได้ออกไปทำงานพัฒนาชนบทด้วย ได้เรียนรู้วิถีชุมชน ทำอยู่ไม่กี่ปีก็ได้สรุปบทเรียนร่วมกับผู้นำองค์กรพัฒนาเอกชนในขณะนั้นว่า การที่เราทำงานช่วยชาวบ้านด้วยโครงการต่างๆ ล้มเหลวเป็นเพราะจริงๆ แล้ว เราไม่ได้เข้าใจชาวบ้าน ไม่ได้เข้าใจชุมชน จึงคิดแทนเขา ตัดสินใจแทนเขา ไปบอกให้เขาทำโน่นทำนี่ ซึ่งชาวบ้านก็ทำ เพราะมีงบประมาณให้

            จากนั้นจึงปรับวิธีคิดวิธีทำงานกับชาวบ้าน โดยหันไปศึกษาวัฒนธรรมชุมชน เพื่อจะได้เรียนรู้ว่า ทำไมชาวบ้านในอดีตจึงอยู่รอดมาได้ นั่นคือที่มาของการค้นพบ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน”

            ผมได้รู้จักกับผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เมื่อประมาณปี 2524 ตอนที่เขากำลังพบวิกฤติ เป็นหนี้และกำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเอง หลายปีต่อมาเขาอธิบายให้ผู้คนฟังว่า “เมื่อเดินไปถึงทางตัน ผมก็หันหลังกลับ” ซึ่งก็คือ “การคืนสู่รากเหง้า” ซึ่งไม่ได้หมายถึงคืนสู่อดีต แต่ไปค้นหาคุณค่าของวิถีแห่งอดีตและนำมาฟื้นฟูให้อยู่รอดได้ในปัจจุบัน นั่นคือวิถีแห่งวนเกษตรที่เขาได้พัฒนาขึ้นมา

            เมื่อประมาณปี 2526 ได้ยินว่ามีหมอหนุ่มคนหนึ่งเอาหมอลำผีฟ้าไปรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งที่โคราช ผมไปสัมภาษณ์คุณหมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และชวนหมอที่คิดอะไรไม่เหมือนใครคนนี้มาร่วมขบวนการทำงานพัฒนา “บนฐานภูมิปัญญาชาวบ้าน” ร่วมกันไปศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ถอดรหัสและพัฒนา

            ที่ผมสนใจหมอลำผีฟ้าเพราะก่อนหน้านั้นได้ไปขอวิชาจากคุณหมอสงัน สุวรรณเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ผู้วิจัยเรื่องผีปอบอย่างน่าสนใจ ทำให้ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า ชาวบ้านไม่ได้สนใจเอาหลักวิทยาศาสตร์มาอธิบายว่าผีมีจริงหรือไม่ พิสูจน์ได้หรือเปล่า เพราะวิธีวิทยาทางวิทยาศาสตร์กับวิถีชุมชนนั้นแตกต่างกัน คนละ “กระบวนทัศน์”

ชาวบ้านเชื่อเรื่องผี “เพราะผีมีความหมาย” สำหรับพวกเขา เมื่อมีความหมายก็มีจริง เช่นเดียวกับสิ่งที่เราเรียกว่า “ตำนาน” กับ “ประวัติศาสตร์” ซึ่งสำหรับชาวบ้าน ตำนานคือประวัติศาสตร์ โดยไม่ต้องไปหาหลักฐานวิชาการอะไรเลย (ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์เคยบอกว่า ประวัติศาสตร์คือสิ่งที่คนเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง)

บทความเริ่อง “หมอน้อย : สัญลักษณ์การต่อต้านการครอบงำ” ในมติชนสุดสัปดาห์เมื่อปี 2528 ทำให้ผมได้รับเชิญไปร่วมอภิปรายที่หอประชุมโรงพยาบาลรามาร่วมกับคุณหมอสงัน สุวรรณเลิศ คุณหมอสันต์ หัตถีรัตน์ โดยทั้งสามคนมองปรากฎการณ์หมอน้อยในเชิงบวกและวิพากษ์ระบบสาธารณสุขไทย ขณะที่ผู้ได้รับเชิญที่เห็นต่างไม่ได้ไปร่วมอภิปราย

คุณหมอสงัน สุวรรณเลิศ คุณหมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และผู้หญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ทำให้ผมพบว่า เพื่อจะเข้าใจ “ชาวบ้าน” จำเป็นต้อง “ถอดรหัส” โดยไปยืนอยู่จุดเดียวกับพวกเขาเพื่อจะได้มองเห็นความหมายของโลกและชีวิต ไม่ใช่เอาวีธีคิดของเราไปวัด ไปตัดสิน ไปยัดเยียดให้พวกเขา

หลายปีต่อมา ผมได้รู้จักกับ ดร.สุนทร บุญญาธิการ ศาสตราจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่นชมในงานของท่านที่ไปศึกษาปริญญาโทและเอกที่อเมริกาและสอนที่นั่นเกือบ 20 ปี ก่อนจะกลับเมืองไทย ท่าน “ถอดรหัส” บ้านเรือนไทยให้ฝรั่งเข้าใจว่า ทำไมคนไทยจึงสร้างบ้านแบบนั้น โดยให้รายละเอียดถึงบริททางภูมิสังคม รวมไปถึงโลกทัศน์ชีวทัศน์ของคนไทย

ภูมิปัญญา คือ มรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของสังคม แต่เราจะไม่เข้าใจคุณค่าที่แท้จริงถ้าหากไม่มีการถอดรหัส ซึ่งก็คือกระบวนการ “ตีความ” เพื่อเข้าถึงความหมายเชิงลึก ไม่หยุดอยู่แค่พื้นผิว สิ่งที่ปรากฎภายนอก ตีความแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงให้รอบด้านทุกมิติ

การถอดรหัสที่ถูกต้อง จะทำให้ความหมายและคุณค่าของภูมิปัญญาปรากฎ ไม่เช่นนั้นก็จะมีการสรุปแบบผิวเผิน รวบรัด และบิดเบื่อนคุณค่าและความหมาย นำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่อาจทำให้สูญเสียคุณค่าและความหมายดั้งเดิมไป

อย่างการนำเอาภูมิปัญญามา “เด็ดยอด” แทนที่จะ “ต่อยอด” อาจทำให้ได้ผลทางเศรษฐกิจ ได้โอทอปหลายดาว แต่บางอย่างก็ปล่อยให้นายทุนไทยและต่างชาตินำไปผูกขาด ดังกรณีเหล้าพื้นบ้านไทย ที่นายทุนไทยและญี่ปุ่นนำไปใช้ประโยชน์โดยเรียนรู้จากภูมิปัญญาไทย หรือสูตรเด็ดเคล็ดลับอาหารไทยที่นายทุนใหญ่จัดประกวดแข่งขันให้รางวัล แล้วเอาไปผลิตแบบอุตสาหกรรมขายในร้านสะดวกซื้อ

การถอดรหัส เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ทำไม” จึงเกิดปรากฎการณ์นั้น ทำไมคนจึงทำสิ่งนั้น ดังที่เห็นได้ในปัจจัย 4 ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีที่มาที่ไปอย่างลึกซึ้ง สะท้อนโลกทัศน์ชีวทัศน์ที่มีตรรกะที่แตกต่างอย่างซับซ้อนจากคนวันนี้

แก่นของภูมิปัญญาอยู่ที่วิถีชุมชนคนรากหญ้า ภูมิปัญญามีค่ามากกว่ารายได้และเศรษฐกิจ แต่ต้องถอดรหัส จึงจะเข้าถึงและสืบทอดพลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใน ส่งเสริมฐานรากนี้ให้แข็งแรงเท่านั้น ประเทศชาติจึงจะพัฒนาและมั่นคง