phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Sunday, 02 September 2018 19:42

ทำนา ๑ ไร่ได้เงินล้าน Featured

Rate this item
(0 votes)

๒ กันยายน ๒๕๖๑

ทำนา ๑ ไร่ได้เงินล้านไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ทุกวันนี้มีคนทำได้อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ชาวนา เป็นคนที่นำข้าวไปแปรรูปเป็นแป้ง เป็นอาหาร เป็นขนม เป็นเวชสำอาง เป็นยา ซึ่งบางอย่างชาวบ้านก็ทำได้ อย่างลูกหลานที่พ่อแม่ขายนาขายควายส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญา ถ้าได้วิชาความรู้จริงและคิดเป็นก็จะช่วยพ่อแม่ทำเงินล้านได้

เพราะการทำนายุคใหม่ต้องอาศัยความรู้ และไม่ควรเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าถ้าทำนาได้สัก ๑ ล้านต่อไร่ต่อปี ใครๆ จะวิ่งมาหา มาขอวิชาขอความรู้ดูงาน หน่วยงานรัฐจะเอานั่นเอานี่มาให้ แล้วขอปักป้ายถ่ายรูปเพื่อไปทำผลงานเอาความดีความชอบ นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตทั้งอดีตและปัจจุบันหลายคนทำได้

อาจารย์ชนะ โพธิ์กุดศรี ศิษย์เก่าและอาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิตจากแพร่ ทำนาด้วยข้าว ๑๖ สายพันธุ์ แล้วส่งไปให้บริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) ทดสอบประเมินคุณค่าพบว่า มีค่าอาหารสูงมาก สูงกว่าข้าวชนิดอื่นๆ เพราะเป็นข้าวอินทรีย์ที่คัดเมล็ด ๑๖ สายพันธุ์ เพาะรวมกันในกระบะ แล้วทำนาโยน จากนั้นนำมาทำเป็นข้าวกล้องงอก ทีวีดาวเทียมหลายช่องนำไปขายในกรุงเทพฯ กิโละ ๒๐๐ บาท

อาจารย์ชนะเริ่มทดลองทำมากว่า ๑๐ ปี แล้วได้ผลดี เผยแพร่ไปตามเครือข่าย เขายินดีรับซื้อข้าวเปลือก ๑๖ สายพันธุ์นี้ตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าอยากแปรรูปเป็นข้าวกล้องงอกเขาก็แนะนำวิธีทำและตลาดให้ หรือส่งให้เขาขายก็ได้ ถ้าแปรรูปเอง ข้าวเปลือก ๑ ตันทำเป็นข้าวกล้องงอกจะขายได้ ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท

นี่เป็นขั้นประถม ตอนนี้กำลังทดลองขั้นมัธยมและอุดม เพื่อหาทางเลือกทางรอดให้พี่น้องชาวนา เป็นการทำนาแบบประณีตที่ต้องลงทุนมากขึ้น เป็นนาอินทรีย์ โดยจัดระบบดิน น้ำ ปุ๋ยให้ดี กางมุ้งให้ พร้อมระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ควบคุมการให้น้ำ ปุ๋ย แดด ความชื้น ซึ่งวันนี้ สวทช.(สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) พัฒนาระบบและโปรแกรมนี้แล้วและกำลังส่งเสริมไปทั่ว

ทำนาประณีต (นา 4.0 ถ้าอยากเรียกให้สมสมัย) ทำสัก ๑ ไร่เพิ่อนำร่องเพื่อเรียนรู้ และด้วยความใส่ใจจริงๆ วางเป้าหมายทำให้ได้ปีละ ๓ ครั้งๆ ละ ๒ ตัน (ดร.เกริกยืนยันว่าทำครั้งเดียว ๕ ตันต่อไร่ยังทำได้เลย)

ถ้าทำนา ๑ ไร่ ๑ ปี ได้ ๖ ตัน แปรรูปเป็นข้าวกล้องงอกได้ ๔,๒๐๐ กิโล ขายกิโลละ ๗๐ บาท ได้ ๒๙๔,๐๐๐ บาทได้แกลบและรำจากข้าวเปลือก ๑,๘๐๐ กิโล แปรเป็นน้ำมันรำข้าว ๕ กิโลได้ ๑ ลิตร ข้าว ๖ ตันจะได้น้ำมันรำข้าว ๓๖๐ ลิตร ขายลิตรละ ๒,๕๐๐ บาท ได้ ๙๐๐,๐๐๐ บาท

สรุปว่า ทำนาระดับมัธยม ๑ ไร่ จะมีรายได้ ๑,๑๙๔,๐๐๐ บาท หักค่าใช้จ่ายลงทุนปัจจัยการผลิตแล้วน่าจะเหลือปีแรกเกือบ ๑ ล้าน ปีต่อไปได้เกินล้าน และถ้าขยันแปรรูปไปเป็นอย่างอื่นอีกก็ควรจะได้มากกว่านี้

การลงทุนปีแรกต้องลงเรื่องมุ้ง เพื่อป้องกันแมลงและศํตรูพืช รวมทั้งนก โดยเฉพาะถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีนา หรือทำนานอกฤดู นอกนั้นก็ต้องลงทุนดินใหม่ เอาดินที่สมบูรณ์มาแทนดินเดิมที่ลอกออกแล้วอัดแน่นกันน้ำซึม มีน้ำและระบบน้ำ มีปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ อ.ชนะบอกว่า คนเดียวก็ทำได้ เพราะมีระบบหมด

ทำนา “ระดับอุดม” อันนี้ไม่กล้าคิดตัวเลข เพราะคงทำให้ตกใจกัน เนื่องจากมูลค่าที่ได้จากการแปรรูปนั้นมาก ตั้งแต่อย่างง่าย คือ ทำข้าวหลาม ข้ามเม่า ข้าวซีเรียล คุ้กกี้ ไอซครีม ข้าวผง ไปจนถึงเวชสำอาง อาหารเสริม

อย่างเวชสำอางวันนี้กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก การนำข้าวมาแปรรูปเป็นสบู่ แชมพู ครีมนวดผม นวดหน้าทาผิว บำรุงผม ทำกันแพร่หลายและส่งออก ใช้กันมากในสปา อย่างที่คุณณิชุนันทน์ ธงวิชัย นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต อยู่ปทุมธานี แต่ไปเรียนที่ศูนย์สระบุรี มีร้านสปา มีผลิตภัณฑ์ครีมนวดหน้าและอื่นๆ เป็นของตนเอง

เธอบอกว่า เป็นครีมทำจากข้าวหอมมะลิ รับมาจากบริษัทแล้วมาแบ่งใส่กล่องติดแบรนด์ของตนเอง ขายดีเป็นที่นิยมของลูกค้า เธอให้ผมมาสองกล่อง เนื้อข้าวสีม่วงหม่นและสีขาว เป็นไรซ์เบอรี่และหอมมะลิ ผมใช้หลายเดือนจนจะหมด ดีมากครับ มีคนทักว่า หน้าตาผ่องใส (หวังว่าเขาไม่ได้แกล้งชม)

เธอบอกว่า มีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเสนอช่วยแปรรูปให้ เพราะมีห้องแลปและมีเครื่องมือพร้อม เธอกำลังสนใจจะเอาข้าว ๑๖ สายพันธุ์ของอาจารย์ชนะไปให้เขาแปรรูปเป็นเวชสำอาง น่าจะได้อะไรที่วิเศษกว่าแบรนด์อื่น พันธุ์อื่น เพราะมีธาตุสารเพียบ มีวิตามินมากมาย มีคอลลาเจนทำให้ผิวเต่งตึงมีน้ำมีนวล

ก็ลองอ่านชื่อ ๑๖ สายพันธุ์ ของอาจารย์ชนะดูนะครับ (เขาเพิ่มอีก ๔ สายพันธุ์เป็น ๒๐) ข้าวหน่วยเขือ (นครศรีธรรมราช) ข้าวหอมมะลิดั้งเดิม (ทุ่งกุลาฯ) ข้าวหอมมะลิแดง (ยโสธร) ข้าวก่ำเปลือกดำ (ยโสธร) ข้าวเล้าแตก (กาฬสินธุ์) ข้าวช่อขิง (สงขลา) ข้าวหอมทุ่ง (อุบลฯ) ข้าวป้องแอ้ว (มหาสารคาม) ข้าวมันเป็ด (อุบลฯ) ข้าวปกาอำปึล (สุรินทร์) ข้าวบายศรี (เพชรบุรี) ข้าวสังข์หยด (พัทลุง) ข้าวเหลืองประทิว (ปทุมธานี) ข้าวไผ่งาม ข้าวหอมดอกมะลิ (ปทุมธานี) ข้าวหอมนิล ข้าวสุพรรณบุรี ๖๐ ข้าวชัยนาท ๑ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสินเหล็ก

ข้าวเหล่านี้คัดเลือกมาอย่างดีทุกเมล็ด แล้วเพาะในกระบะ (แบบขนมครก) ปนกันหมด เคยถามเขาว่า เมื่อออกดอกออกรวงไม่กลายพันธุ์หรือ เขาบอกว่าไม่ วันนี้มีคนเลียนแบบ ไม่ปลูกเอง แต่ไปเอาข้าวสารหลายสายพันธุ์มาผสมกันแล้วบอกว่าเป็นข้าว ๑๖ สายพันธุ์ ถ้าเป็นของอาจารย์ชนะจะมีเอกสารแนบในถุง มีรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งผลการวิจัยประเมินของบริษัทห้องปฏิบติการกลาง ซึ่งเป็นของรัฐ (กระทรวงการคลังและธนาคารเอสเอ็มอีถือหุ้นทั้งหมด)

อ.ชนะบอกว่ายินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมงานกับทุกท่านทุกกลุ่มในการพัฒนาสายพันธุ์และแปรรูปข้าว รวมไปถึงการตลาด เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวนา เขาให้เบอร์โทร.มาด้วย 093-839-8166

ข้าวไทยวันนี้เป็นยาดีมีสรรพคุณสูงยิ่ง ป้องกันและบำบัดโรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก โรคโลหิตจาง โรคนิ่ว โรคท้องผูก โรคระบบประสาทบางชนิดและปลายประสาทอักเสบเพราะขาดวิตามินบีรวม เป็นต้น

มหาวิทยาลัยไม่ควรรับใช้แต่นายทุน ควรช่วยเหลือชาวนาแปรรูปข้าว และสอนลูกหลานเขาให้ทำได้อย่างข้างต้น นาก็จะเป็นทุ่งรวงทอง แผนดินไทยจะเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เป็นสุวรรณภูมิสมชื่อ

เสรี พพ ๒ กันยายน ๒๕๖๑