phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Saturday, 25 August 2018 17:32

คุณหมีกับข้าวหลาม Featured

Rate this item
(0 votes)

https://mgronline.com/south/detail/9610000085148

กองทัพข้าวหลาม” กว่า 3 ทศวรรษที่สืบสานควานหาเม็ดเงินจากเมืองหลวงไปหล่อเลี้ยงชนบท”

ผมอ่านบทความนี้ในผู้จัดการออนไลน์ สารภาพว่าน้ำตาซึม คิดถึงคุณหมี ยุทธยง ลิ้มเลิศวาที คนเขียนบทความ คิดถึงชาวบ้านคนจนคนชนบทที่ดิ้นรนเข้ามาหาเงินในเมืองหลวง ขายข้าวหลามสามชั่วอายุคนแล้วในพื้นที่เดียวกัน เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และถนนพระอาทิตย์

ผมพอจะคุ้นเคยกับภาพคนขายข้าวหลามแถวนั้น ความที่ชอบกินข้าวหลาม น่าจะเคยซื้อข้าวหลามทานด้วย แต่ไม่ได้สนิทสนมกับคนขายเท่าคุณหมี ที่นอกจากจะเป็นนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นยังทำงานที่ “ผู้จัดการ” ที่ถนนพระอาทิตย์

คุณหมีเป็นลูกศิษย์ผม เรียนสาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์เมื่อปี 2528 ขณะที่ผมยังสอนอยู่ในสาขาวิชาปรัชญา นักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกคนไม่ว่าคณะไหนสาขาไหนต้องเรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกันรวมกันหมด มีทั้งวิชาบังคับและบังคับเลือก ผมสอนปรัชญาในวิชาอารยธรรมตะวันตกที่เป็นวิชาบังคับ ส่วนคุณหมีเรียนวิชาปรัชญาพื้นฐานที่เป็นวิชาบังคับเลือกด้วยหรือไม่ ผมจำไม่ได้ที่เขาบอกผมเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่เขาจะถูกจับในคดีพรบ.คอมฯ และหมิ่นประมาท จากการทำหน้าที่ในทีวีนิวส์ ซึ่งเขาเชิญผมไปออกรายการของเขาหลายครั้ง

ผมไม่ได้พบเขาตั้งแต่ที่เขาถูกดำเนินคดี อยากบอกผ่านข้อเขียนนี้ว่า ผมคิดถึงและให้กำลังใจเขา ชื่นชมในบทความที่เขาเขียนเรื่องข้าวหลามและการทำหน้าที่นักข่าวที่กล้าหาญเปิดโปงการทุจริต ขอให้กุศลกรรม ที่เขาได้ทำเพื่อคนยากคนจน คนที่ขาดโอกาส ทำให้เขาหลุดพ้นจากคดีความ ข้อกล่าวหาและทุกข์ทั้งปวง จะได้กลับมาทำหน้าที่เพื่อผู้ยากไร้ต่อไป

คุณยุทธิยงเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่เต็มไปด้วยวิญญาณของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ทำให้นักศึกษากล้าประกาศว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

อีกด้านหนึ่งก็คิดถึงคนอีสานนับล้านที่อพยพไปทำงานหาเงินในเมืองหลวง มีทั้งไปอยู่อย่างถาวรและไปๆ มาๆ คนอีสานเต็มกรุงเทพฯ จนไปไหนก็มีอาหารอีสาน ได้ยินเสียงคนพูดสำเนียงอีสาน วิทยุ FM บางสถานีพูดอีสานทั้งวัน เปิดเพลงลูกทุ่งอีสาน หมอลำ สนุกสนาน แต่ลึกๆ แล้วส่วนใหญ่คงเป็นทุกข์ที่หาเงินได้ไม่พอกินไม่พอใช้ บางคนไม่เหลือเงินส่งกลับบ้าน หนี้สินอีกต่างหาก

อีสานกลายเป็นฐานเสียงของการเมืองที่นำเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของปัญหาความขัดแย้งไม่รู้จบ คนอีสาน ชาวไร่ชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นเหยื่ออธรรม เพราะความไม่รู้ ความด้อยโอกาสการศึกษาและการพัฒนาที่สมควรจะได้รับในฐานะพลเมือง แต่ในความเป็นจริงพวกเขาถูกกระทำเหมือนไม่ใช่ “พลเมือง” หากแต่เป็นประชากรชั้น ๒ (พลเมือง = citizen, civis, civil, civilization เมือง ผู้เจริญ ผู้มีอารยธรรม) พวกเขาไม่ใช่ subject แต่เป็น object เหมือนลูกบอลที่ถูกเตะไปมา

คิดถึงแค่เรื่องข้าว อีสานเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดอร่อยที่สุด แต่ชาวนาอีสานยากจนที่สุด แปรรูปก็ทำได้ไม่มากอย่าง เพราะทำแล้วไม่รู้จะขายที่ไหนอย่างไร กล้าหาญอย่างพี่น้องชาวชุมแพ ขอนแก่นที่ไปขายข้าวหลามถึงท่าพระจันทร์ ท่าพระอาทิตย์ สะพานพระปิ่นเกล้า มีไม่มากนัก

ผมทำ “มหาวิทยาลัยชีวิต” เพราะอยากให้คนได้เรียนรู้ เพราะ “การศึกษาแพง แต่ความไม่รู้แพงกว่า” ทำให้หลายคนได้เรียนรู้และบุกเบิกทางใหม่ๆ ให้ตนเอง ครอบครัวและชุมชน อย่างคุณภาสกรคนสกลนครแต่ไปได้เมียที่ขอนแก่น เรียน “มหาวิทยาลัยชีวิต” แล้วค้นพบมรดกทางปัญญาของบรรพบุรุษ เอาข้าวจี่มาปรับประยุกต์ขายที่ถนนคนเดินขอนแก่นทุกเย็นวันเสาร์ได้คืนละหมื่นบาท และยังขายตอนเช้าและตอนเย็นที่อื่นๆ อีก อาจารย์ตั้งชื่อให้ว่า “ข้าวจี่พันล้าน” ก้อนละเพียง 5 บาท สองก้อนก็อิ่มแล้ว

ความจริง ข้าวหลามเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งของชาวนา ผมได้ศึกษาเรื่องนี้มาบ้าง ทุกครั้งที่ไปชนบทจะแวะชิมข้าวหลามข้างทางหรือในตลาดเสมอ ไม่น่าเชื่อว่า หลายแห่งไม่อร่อย แต่ขายได้ถึงวันละ 200-300 กระบอกๆ ละ 20-30 บาท ถ้าได้กำไรสักครึ่งหนึ่ง วันหนึ่งก็ได้หลายพัน เดือนหลายหมื่น ไม่ต้องพูดถึงหนองมนหรือนครปฐมที่ขึ้นชื่อในเรื่องข้าวหลาม ถ้ามีที่ขายเหมาะๆ ทำอร่อยๆ ขายได้อย่างแน่นอน

แต่ก็มีปัญหามากมาย ไม่ว่าเรื่องไม้ไผ่ กะทิ ถ่าน เอาเข้าจริงก็ไม่ง่ายนักที่จะทำให้ได้ทุกวัน มีนักศึกษาของผมคนหนึ่งที่ปากช่องทำโครงงานข้าวหลาม กว่าจะสำเร็จขายได้เธอลองทำผิดทำถูกถึง 19 ครั้ง แต่ก็มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ว่า แม้เธอจะวางแผนปลูกไม้ไผ่เองในสวนก็ต้องรอหลายปี

ที่นักศึกษาคนนี้ทำโครงงานข้าวหลาม ๓ ปีที่เธอเรียนม.ชีวิต เพราะได้ฟังผมพูดเรื่องข้าวหลามในระหว่างปฐมนิเทศก์ ผมเล่าการเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ชิมช้าวหลามแล้ว หลายแห่ง “โคตรไม่อร่อย” แต่ทำไมขายได้ดีก็ไม่รู้ หรือว่าผู้บริโภคไม่มีทางเลือกดีกว่านั้น ผมยุให้นักศึกษาพัฒนาข้าวหลามให้อร่อยที่สุดสักแห่งหนึ่งได้ไหม จะได้เป็นแบบอย่างให้ชาวบ้านเห็นอีกทางเลือกในการแปรรูปข้าวเหนียว

ที่จริง ข้าวหลามส่วนใหญ่ที่ขายกันตามข้างถนนในจังหวัดต่างๆ มักมาจาก “อุตสาหกรรมครัวเรือน” ที่มีเจ้าใหญ่นายทุนท้องถิ่นทำเป็นพันๆ กระบอกต่อวัน แล้วจัดส่งกระจายไปตามที่ต่างๆ ซึ่งมีชาวบ้านไปนั่งขายยืนขาย ที่จะให้ทำเองทุกขั้นตอนอย่างสองตายายที่ชานเมืองเชียงใหม่ที่ผมไปพบคงหายากสักหน่อย สองตายายที่สันกำแพงทำข้าวหลามที่ผมให้คะแนนความอร่อยเพียง 5-6 แต่กลับขายได้วันละ 200-300 กระบอก

เขียนเรื่องคุณหมีและข้าวหลามขอนแก่นมายาวด้วยความรู้สึกลึกๆ ว่า วันหนึ่งคงมีโอกาสได้ช่วยพี่น้องชาวบ้านในการทำนาให้ได้ข้าวมากกว่านี้ หาวิธีเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้คุ้มค่าเหนื่อยยากของพวกเขา นอกจาก “มหาวิทยาลัยชีวิต” คงมีอีกทางอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่นานก็เป็นได้

เสรี พพ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๑