phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 08 August 2018 08:29

สูงวัยสวัสดิ์ บทเรียนเกษียณวัย Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 8 สิงหาคม 2561

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนที่ทำงานกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ภาคเหนือ ได้เล่าให้ “กลุ่มเพื่อนชีวิตใหม่” เรื่องหนังที่ดูแล้วประทับใจ คือ เรื่อง My Life ชีวิตของข้าพเจ้า นำแสดงโดยไมเกิล คีตันกับนิโคล คิดมัน

          พระเอกป่วยเป็นมะเร็ง หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกินปี พอดีภรรยากำลังตั้งครรภ์ แกเลยอยากบันทึกวิดิโอเรื่องชีวิตตัวเองเล่าให้ลูกฟังเมื่อโต ก็เลยไปสืบค้นประวัติของตนเองตั้งแต่เกิด อยู่ที่ไหน ทำอะไร

          เขาได้พบว่า ตนเองโกรธพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็กมาจนถึงวันนี้เพราะพ่อแม่ไม่ได้เอาละครสัตว์มาที่บ้านตามสัญญา ทำให้เขาขายหน้าเพื่อนๆ ที่เขาชวนมาดูละครสัตว์ฉลองวันเกิด

เขาเคยไปหาหมอจีนที่บอกว่า มะเร็งต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือความโกรธเกลียดที่ฝังใจ เลยพาลโกรธหมอจีนไปด้วย บอกมาว่ามาหาหมอ ไม่ได้มาหาพระ

เขากลับไปค้นหาตัวเอง “จนพบ” โทร.ไปขอโทษพ่อแม่และขอให้ท่านมาเยี่ยมเขา ก่อนหน้านั้นเขาขอร้องว่าไม่ต้องมา เป็นฉากที่เรียกน้ำตาคนดูได้ไม่น้อยเมื่อพ่อแม่มาเยี่ยมลูกที่ป่วยหนักแล้ว สวมกอดลูก แล้วพานั่งรถเข็นไปที่หลังบ้าน ที่นั่นมีละครสัตว์ ที่พ่อแม่ได้จัดไว้ให้ลูกตามสัญญา มาสายดีกว่าไม่มาเลย

ผมถามผู้ติดเชื้อสมาชิกเพื่อนชีวิตใหม่ว่ามีใครบันทึกชีวิตตัวเองบ้าง มี “อานนท์” คนเดียว ผมพูดทีเล่นทีจริงว่า ขออ่านได้ไหม เขาบอกว่าได้ครับ เอาบันทึกที่เขียนไว้ปึกใหญ่มาให้ทันที ผมอ่านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกและประทับใจ เสนอเขาว่า จะเขียนให้ใหม่เอาไหม เขาบอกยินดี

ผมเขียนใหม่ได้ 6 หน้าจากที่เขาเขียนมากว่า 30 หน้า เขาอ่านแล้วร้องไห้ พร้อมกับเวียนให้เพื่อนอ่านด้วย แล้วเกือบทุกคนก็บอกว่า อยากเขียน

นั่นคือที่มา “บันทึกเพื่อนชีวิตใหม่” ที่ผมได้ปรับปรุงมากบ้างน้อยบ้าง แล้วส่งไปลงมติชนสุดสัปดาห์เมื่อปี 2537 แล้วได้รวมเล่มเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน โดยหน่วยงานที่ผมทำงานอยู่ได้จัดพิมพ์ให้ทั้งหมด แล้วจำหน่ายเพื่อระดมทุนเป็นกองทุนยาให้ผู้ติดเชื้อ ได้เงินกว่า 500,000 บาท

นอกจากเรื่องราวของผู้ติดเชื้อ ผมได้เขียนบทความสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ที่ทำงานกับผู้ติดเชื้ออีกหลายบทตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ต่อจากเรื่องราวชีวิตของพวกเขา ที่บรรณาธิการมติชนบอกว่า มีลักษณะคล้ายกับเรื่อง “หลายชีวิต” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

หนังสือเล่มนี้ได้รับการยอมรับจากวงการสาธารณสุขว่า มีส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อที่ได้รับตราบาปมาตลอด ทำให้ผู้คนได้รับรู้ความรู้สึกในส่วนลึกของจิตวิญญาณ และความทุกข์ทรมานของคนที่ถูกรังเกียจและถูกทอดทิ้งให้อยู่ในมุมมืดของชีวิต

กระทรวงศึกษาธิการได้ขอให้ผมปรับปรุงเล็กน้อย (ตัดที่วิจารณ์รัฐบาลออก) แล้วจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้แจกห้องสมุดทุกโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ

แกนนำสำคัญของกลุ่มเพื่อนชีวิตใหม่หลายคนยังมีชีวิตอยู่ แม้จะติดเชื้อเอชไอวีมาจะ 30 ปีแล้ว ยังแข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติ หลายคนเคยป่วยหนัก ประมาณว่าผ่านความตายมาแล้ว อาจเป็นเพราะยาใหม่ๆ ที่ออกมาต่อเนื่อง ที่พวกเขาอาสาเป็นหนูทดลองและจิตอาสาทำงานช่วยเหลือให้กำลังใจและคำปรึกษาผู้ติดเชื้ออื่นๆ ประกอบกับการใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง ทำให้พวกเขาอยู่ได้เหมือนคนทั่วไปวันนี้

ได้ทราบในเวลาต่อมาว่า ผู้ติดเชื้อที่วัดพระบาทน้ำพุหลายคนก็ได้เขียนบันทึกชีวิตของตนเอง เห็นสารคดีเล่าเรื่องสามีและภรรยามาคู่หนึ่งที่ศูนย์แห่งนี้ว่า ภรรยาเพิ่งจะเข้าใจสามีจากที่ไปอ่านบันทึกของเขา ซึ่งเขาได้เขียนความในใจที่ไม่เคยเอ่ยให้ภรรยาหรือใครฟัง

เขียนเรื่องผู้ติดเชื้อมายาวเพื่อจะบอกว่า อยากให้ผู้สูงวัยได้เขียนบันทึกชีวิตของตนเอง เพราะแต่ละคนมีบทเรียนสำคัญสำหรับตนเองและผู้อื่น ถ้าเขียนเองไม่ได้ก็ให้ลูกหลานสัมภาษณ์และเขียนให้ หลายอย่างอาจคาดไม่ถึง ถ้าไม่เขียนไม่เล่าก็จะไม่มีใครทราบ ไม่มีใครได้บทเรียน ไม่มีใครได้สืบทอด

ตอนที่พ่อของผมอายุ 84 ผมได้นำเรื่องราวชีวิตของท่านที่ผมได้สัมภาษณ์พิมพ์เป็นหนังสือพร้อมรูป 4 สี กระดาษอาร์ทอย่างดี ในวันปีใหม่ที่เราถือเป็นวันเกิดท่าน พ่อแจกหนังสือให้ลูกหลานทุกคนด้วยมือของท่านเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข

ลูกหลานหลายคนอ่านแล้วร้องไห้ ไม่เคยทราบและนึกไม่ถึงว่า พ่อ ปู่ ตา ทวดคนนี้จะมีชีวิตที่ทุกข์ยากลำบากมากมายขนาดนั้นเพื่อลูกเพื่อหลาน และยังทำงานช่วยเหลือคนทุกข์คนยากอีก

การบันทึกชีวิตของตนเอง นอกจากจะได้ถ่ายทอดบทเรียนให้ลูกหลานแล้ว ยังอาจเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่างสำหรับตนเองก็ได้ ดังกรณีของพระเอกในเรื่อง “ชีวิตของข้าพเจ้า” (My Life) หรือผู้ติดเชื้อใน “บันทึกเพื่อนชีวิตใหม่”

สำคัญคือ อโหสิกรรมสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต อโหสิกรรมคนอื่น อโหสิกรรมสรรพสัตว์ อโหสกรรมตนเอง ปล่อยวางจากโลภ โกรธ หลง ปลดปล่อยจากความเกลียดเคียดแค้นชิงชังทั้งหลาย เพื่อบั้นปลายชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องทุกข์กับความผิดพลาดในอดีต ที่ได้สรุปบทเรียนและอโหสิกรรมแล้ว

ชีวิตที่ดีมีคุณภาพในบั้นปลายเป็นบุญ เป็นชีวิตที่พร้อมจะอยู่ พร้อมจะไป ไปสู่สภาวะใหม่ ภพชาติใหม่ หรือกลับมาเกิดใหม่ ตามความเชื่อของแต่ละคน แต่ไม่ว่าอย่างไร ถ้าได้สรุปบทเรียน ประหนึ่งได้ชำระตนเอง ก็จะไปสู่สภาวะที่ดีกว่าอย่างแน่นอน