phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Tuesday, 03 July 2018 15:36

ยุทธศาสตร์ร่วม บทเรียนจากถ้ำหลวง Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 4 กรกฎาคม 2561

เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ตามหา “หมูป่าอะคาเดมี” ได้สร้างปรากฎการณ์ที่ให้บทเรียนมากมายกับสังคม

            หนึ่งในนั้น คือ ได้เห็นการผนึกพลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ชุมชน ไปถึงพระสงฆ์องค์เจ้า ทิ้งความขัดแย้งไว้เบื้องหลัง รวมพลังกันส่งแรงใจ สวดมนต์ ส่งความช่วยเหลือทุกอย่างที่ต้องการ เป็นการรวมพลังครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งหลังจากสินามิเมื่อปลายปี 2547

            ในสถานการณ์เช่นนี้ มีภาพเขียนภาพการ์ตูนสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนออกมาได้อย่างกินใจ ส่วนใหญ่เป็นการส่งแรงใจไปให้น้องๆ ที่อยู่ในถ้ำ “คนแปลกหน้าที่อยากเจอมากที่สุด “ “ทีมฟุตบอลที่ทุกคนเชียร์” หลายบ้านเปิดทีวีทั้งวันเพื่อติดตามสถานการณ์

โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือที่รวมพลังคนไทยเข้าด้วยกัน เชื่อมโยงไปถึงคนทั้งโลกที่ต่างก็ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือมาในรูปแบบต่างๆ สื่อมวลชนใหญ่ๆ รายงานทุกวัน ไม่ใช่ "วาระแห่งชาติ" แต่เป็น "วาระแห่งโลก" ไปแล้ว

คำหลักที่สำคัญที่ควรเรียนรู้ คือ “บูรณาการ” และ “ยุทธศาสตร์ร่วม” คำแรกใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยในทุกระดับ คงเป็นเพราะในความเป็นจริงไม่มีการผนึกพลังและทำงานแบบ “ร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ” อย่างที่คำคำนี้บ่งบอก “บูรณาการ” มาจาก “สมบูรณ์” ทำแบบรอบด้าน ไม่ใช่บางส่วน แยกส่วน

ส่วนใหญ่มักจะขยันสร้าง “กำแพง” มากกว่าสร้าง “สะพาน” ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ แข่งขันมากกว่าร่วมมือ แม้แต่ในหน่วยงานเดียวกัน ในกอง ในกรม ในกระทรวงเดียวกัน

ที่ขาดการบูรณาการเพราะไม่มี “ยุทธศาสตร์ร่วม” มีแต่ “ประชุม” และ “คณะกรรมการ” ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากทุกภาคส่วนก็จริง แต่ประชุมเสร็จก็กลับไปทำงานของตนเอง ไม่มีการบูรณาการทุกขั้นตอนของการทำยุทธศาสตร์ ซึ่งรวมการ “คิดร่วมและปฏิบัติการร่วม” ตั้งแต่กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ภารกิจ แผนงาน โครงการ กิจกรรม

ถ้ำหลวง เขานางนอน คือ บทเรียนของ “ยุทธศาสตร์ร่วม” (common strategy) ที่ทุกคนจากทุกภาคส่วนมีพื้นที่เดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แบ่งงานกันทำเพื่อช่วยเหลือให้ 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำออกมาให้ได้ เป็นการเอาพื้นที่เป็นตั้วตั้ง เอาชีวิตคนเป็นเป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ร่วม ทำให้ทุกคนต่างก็มาด้วยเจตนาเดียวกัน ใครมีอะไรก็ระดมเอามาช่วยตามกำลังความสามารถ ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ งบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี มีความมุ่งมั่นเดียวกัน ให้นโยบายชัดเจน

เมื่อ 20 ปีก่อน ตอนที่ทำงานเอดส์ ประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามียุทธศาสตร์ดีและทำงานเอดส์อย่างได้ผลจนยกให้เป็นต้นแบบ คือ ประเทศกัมพูชา เพราะที่นั่นเขามี “ยุทธศาสตร์ร่วม” (common strategy)

องค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นผู้ประสานให้หน่วยงานทั้งยูเอ็น หน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชน เอ็นจีโอ กลุ่มผู้ติดเชื้อ มาระดมพลังสร้างยุทธศาสตร์ร่วมกันว่า จะป้องกันและแก้ปัญหาโรคเอดส์ได้อย่างไร เริ่มจากความคิดไปจนถึงแผนงาน โครงการ กิจกรรม แบ่งบทบาทหน้าที่กันตามกำลังความสามารถของแต่ละหน่วยงานที่เข้าร่วม เป็นการผนึกพลัง (synergy) ที่ให้ผลเป็นทวีคูณ

ยุทธศาสตร์ร่วมเริ่มตั้งแต่การคิด การวางแผน ทุกอย่างร่วมกัน เมื่อแบ่งหน้าที่กันไปทำตามแผนที่วางไว้ก็มีการประชุมกันเพื่อติดตามงาน ประสานงานกันอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ควมจริง องค์การสหประชาชาติที่ทำงานด้านเอดส์ (UNAIDS) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีประมาณ 24 ปีก่อน มีชื่อเต็มว่าJoint United Nations Programme on HIV/AIDS โครงการร่วมของสหประชาชาติเกี่ยวกับโรคเอดส์ ซึ่งเป็นการผนึกพลังระหว่าง WHO, UNICEF, UNDP, UNESCO, World Bank

โรคเอดส์พบตั้งแต่ปี 2524 หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติต่างก็มีโปรแกรมของตนเกี่ยวกับโรคเอดส์ แย่งผู้สนับสนุนการเงินกัน แข่งกันทำงาน ที่สุดจึงได้ตกลงความร่วมมือตั้ง UNAIDS เพื่อเป็นองค์กรประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน กับภาครัฐ เอกชน ชุมชน ในทุกประเทศ

รัฐบาลไทยได้ทำยุทธศาสตร์ 20 ปีไปแล้ว จะได้ผลมากน้อยเพียงใดคงขึ้นอยู่กับว่า ยุทธศาสตร์นี้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่ จะสามารถผนึกพลัง “ความร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ” ของทุกภาคส่วน เหมือนที่ถ้ำหลวง เขานางนอนได้หรือไม่

วันนี้เราไม่ได้มีแต่ 13 คนในถ้ำหลวง แต่มีอีก 13 ล้านคนในถ้ำความยากจน หนี้สิน โรคภัยไข้เจ็บ และสารพันปัญหาที่มาจากความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ การขาดโอกาส

คน 13 ล้านคนยังช่วยตัวเองไม่ได้ หาทางออกจากถ้ำไม่เจอ สังคมไทยระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างไร ที่ทำอยู่เพียงพอหรือยัง มียุทธศาสตร์ร่วมเหมือนที่ถ้ำหลวงหรือไม่

วันนี้มีคนไทยกี่คนที่รู้รายละเอียดยุทธศาสตร์ 20 ปี ส่วนใหญ่คงไม่รู้จัก เพราะไม่เคยมีส่วนร่วมในการทำยุทธศาสตร์นี้ ที่ไม่ได้ทำแบบที่ถ้ำหลวงซึ่ง “เอาพื้นที่เป็นตั้วตั้ง เอาชีวิตคนเป็นเป้าหมาย” แต่ยังทำเหมือนแผนพัฒนาทุกปีที่เอาจีดีพีเป็นเป้าหมาย เอาความสุขของประชาชนเป็นผลพลอยได้

บทเรียนของถ้ำหลวงน่าจะทำให้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ 20 ปี พูดให้บูรณาการทุกวันศุกร์คงไม่พอ ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ร่วม เพื่อนำไปสู่ปฏิบัติการร่วมแบบบูรณาการอย่างแท้จริง

ถ้ารัฐบาลรวมศูนย์ รวมอำนาจ คิดคนเดียวทำคนเดียวคงเอาคน 13 คนออกจากถ้ำไม่ได้ฉันใด เอา 13 ล้านคนออกจากถ้ำแห่งความทุกข์ทรมานก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ใน 20 ปี

Last modified on Tuesday, 03 July 2018 16:13