phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 21 March 2018 08:54

อำนาจรัฐ อำนาจประชาชน Featured

Rate this item
(1 Vote)

สยามรัฐรายวัน 21 มีนาคม 2561

ประเทศพัฒนาแล้ว เขาลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน ประเทศด้อยพัฒนาเพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน ประเทศไทยอยากไปสู่ 4.0 แต่คงยาก เพราะมีหลุมดำอำนาจรัฐเป็นกับดักอยู่

งบประมาณแผ่นดินปี 2561 คือ 2.7 ล้านล้านบาท ร้อยละ 74.2 เป็นงบประมาณประจำ ร้อยละ 22.8 เป็นงบลงทุน งบประมาณประจำส่วนใหญ่ใช้ตอบแทนบุคลากร เงินเดือน สวัสดิการ งบนี้อาจจะดูลดลง แต่ในทางปฏิบัติก็ยังรวมอำนาจไว้และไป “จ้างคนอื่นทำ” (outsource) คนละเรื่องกับ “กระจายอำนาจ”

ประเทศด้อยพัฒนามีกลไกทำงานคล้ายกัน คือ นอกจากเป็นคนกำหนดนโยบายแล้วยังลงมือทำเอง เราจึงมีกระทรวงมากมายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ขณะที่ “ท้องถิ่น” ถูกตอนเป็นบอนไซ ไม่มีวันเติบโต นายกอบจ.ยังขึ้นกับผู้ว่าฯ นายกเทศบาล อบต.ต้องขึ้นกับนายอำเภอ

ระบบแบบนี้มีโอกาสคอร์รัปชั่นสูงทั้งอำนาจและงบประมาณ คงไม่ใช่แต่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีปัญหา แต่ทุกกระทรวง อย่างที่นายกรัฐมนตรีก็สั่งการให้ไปดูทั้งหมด ถ้าลงไปสำรวจจริง แตะตรงไหนคงเจอตรงนั้น มหากาพย์ที่ถูกขนานนามว่า “โกงทั้งแผ่นดิน”

องค์การสหประชาชาติและหลายประเทศยกเลิก “ระบบราชการ” ยกเลิกบุคลากรแบบ “ข้าราชการ” ที่เป็นได้ตลอดชีวิต ลดจำนวนพนักงานรัฐลง มีวาระการทำงาน 2 ปี 4 ปี แล้วประเมินว่าจะต่ออายุหรือไม่ กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้มากที่สุด ให้ท้องถิ่น “ปกครองตนเอง”

ที่สำคัญ บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของรัฐส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไปควบคุม แต่มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชน ภาคประชาชนให้เติบโต เข้มแข็ง เพื่อให้สังคมเข้มแข็ง

ข้าราชการไทยยังทำหน้าที่ควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายที่ “ตนเอง” (แต่ละกระทรวง) ร่างขึ้นมา หลักเกณฑ์มาตรฐานที่อ้างก็ดูแต่ตัวหนังสือ เพราะไม่มีคนและเวลาเพียงพอเพื่อไปตรวจสอบควบคุมทุกอย่างตาม “ความเป็นจริง” ได้ การทำงานแบบนี้จึงกลายเป็นปัญหาและอุปสรรคเสียเอง

รัฐบาลนี้อยากไปสู่ 4.0 แต่ข้าราชการยังทำงานแบบ 0.4 ไม่ใช่การประชด เพราะดูจากปรากฎการณ์ทางสังคมและปัญหาสารพัดวันนี้ก็มองเห็นโดยไม่ต้องไปประเมิน อย่างการโกงเงินคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ที่รัฐยังใช้กลไกแบบโบราณในการดำเนินงาน

เสียเงินจ้างข้าราชการ พนักงานทั้งในส่วนกลางและในจังหวัดต่างๆ ไปเท่าไร เพื่อให้ทำงาน “รับใช้ประชาชน” แต่กลับไปเป็น “นายประชาชน” และไปโกงเงินคนยากคนจนเสียเอง ทั้งๆ ที่รัฐสามารถปรับการทำงานให้เป็น 4.0 ใช้ระบบดิจิทัลเพื่อสื่อตรงกับผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือ

อาจารย์ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในทุกจังหวัดสามารถทำงาน “ข้อมูล” ให้ไปสู่ Big Data ได้ เพื่อให้รัฐสามารถช่วยเหลือคนที่ยากลำบากโดยตรงได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส ให้ข้าราชการภูมิภาคไปทำข้อมูลก็อาจจะโกงได้อีก เอาชื่อคนไม่จนไม่เจ็บจริงไปรับเงิน

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยราชภัฎและสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นจริงๆ การทำงานข้อมูลอย่างละเอียด จะทำให้แผนงานและการส่งเสริมสนับสนุนคนยากจนและชุมชนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และถ้าหากให้โอกาสท้องถิ่นได้ปกครองตนเองจริงๆ ชุมชนก็จะเข้มแข็ง บ้านเมืองก็จะเจริญพัฒนา โดยไม่ต้องอัดฉีดจากข้างบน แล้วคิดว่าพัฒนาแล้ว

การปฏิรูปสังคมไทยเกิดได้ถ้าหากมีการปฏิรูประบบราชการอจริง ลดอำนาจราชการส่วนกลางลง ลดจำนวนบุคลากรลงให้เหลือเพียงครึ่งเดียวหรือมากกว่า ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค โยกงบประมาณไปสู่ท้องถิ่น จะมีงบประมาณช่วยเหลือคนยากคนจน คนไร้ที่พึ่งมากกว่าเดิม

ดูงบประมาณของไทยในกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น กับชาวบ้าน คนยากคนจน งบค่าจ้างค่าตอบแทนสวัสดิการบุคลากรสูงกว่างบประมาณที่นำไปช่วยชาวบ้านมาก ถ้าลดข้าราชการพนักงานลง เอางบประมาณไปช่วยชาวบ้านโดยตรงจะได้มากกว่าเดิมมาก และจะแก้ปัญหาความยากจนได้ในท้ายที่สุด ไม่ “เลี้ยงความจน” อย่างที่ทำกัน

ยังไม่นับเงินที่ถูกโกงไป ซึ่งพบว่าเป็นจำนวนที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างการซื้อของไปแจกชาวบ้าน

ก็ดี (ที่กระทรวงต่างๆ ชอบทำกัน) การทำโครงการต่างๆ ก็ดี นับเป็นความเลวร้ายของระบบที่ปล่อยให้เกิดการโกงเช่นนี้ ทั้งๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบใหม่ในยุคดิจิทัลได้แล้ว

            ประชดประชันกันมา 50-60 ปีว่า งบประมาณก็เหมือนไอสครีมที่กว่าจะไปถึงชาวบ้านก็เหลือแต่ไม้ เพราะถูกดูดไปหมดระหว่างทาง นิทานเรื่องเก่าที่ยังเล่าได้วันนี้

            พรรคการเมืองใหม่หลายพรรคประกาศนโยบายกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ดูขึงขังน่าชื่นชม แต่เอาเข้าจริงจะยังยืนหยัดอยู่เหมือนประกาศไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เข้าสู่อำนาจแล้วยังมี “พรรคราชการ” ที่มีพลังและต้องการรักษาอำนาจของตนไว้ รักษาระบบอุปถัมภ์อย่างเหนียวแน่น อาจไปรวมหัวกัน “ฮั้ว” อำนาจก็ได้

            ถ้าราชการไม่เปลี่ยนระบบคิด (mindset) การเป็นเจ้าคนนายคน คิดว่าตนเองมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม คิดว่าชาวบ้าน “โง่ จน เจ็บ” บ้านเมืองก็จะวนเวียนอยู่กับคนที่มีอำนาจแล้วโกง ไปสู่คนที่มีปืนแล้วอ้างว่าจะมาปราบโกง แล้วก็กลับไป “เลือกตั้ง” ใหม่ วงจรอุบาทว์ของการเมืองน้ำเน่าไทยที่ไม่พัฒนา

            ถ้าให้อำนาจภาคประชาสังคมวางแผนยุทธศาสตร์แบบเด็ดขาด 10 ปี จะเริ่มที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงสาธารณสุข ลดงบประมาณและจำนวนบุคลากรที่ส่วนกลางลงให้มากที่สุด กระจายไปสู่ท้องถิ่น โดยไม่ต้องมี “ภูมิภาค” ในระบบอีกต่อไป

            น่าจะได้แผนยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนประเทศไทยได้ดีกว่ายุทธศาสตร์ที่เอา “ข้าราชการ” ประสานพลังกับ “นายทุน” ที่อาจทำให้ “หลุมดำอำนาจ” ใหญ่ขึ้นและน่ากลัวกว่าเดิม