phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Sunday, 11 March 2018 10:18

ข้าว มะพร้าว กัญชา Featured

Rate this item
(1 Vote)

ทางอีศาน มีนาคม 2561

คนไทยถูกฝรั่งหลอกมาหลายปีอย่างน้อย ๓ เรื่อง คือ ข้าว มะพร้าว กัญชา ที่หลอกได้เพราะเขาครอบงำความคิดคนไทยมานาน ด้วยอิทธิพลของ “อารยธรรมตะวันตก” ที่แพร่เข้ามาสู่ตะวันออกและเมืองไทยหลายร้อยปีที่ผ่านมา

            อาวุธสำคัญที่ฝรั่งครอบงำไทยไม่ได้มีแต่ยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า ทันสมัยกว่า แต่เขาอาศัย “ความรู้” และ “เทคโนโลยี” ที่มีมากกว่า ก้าวหน้ากว่า

            ในปี ๒๕๐๓ รัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิฟอร์ดและมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI : International Rice Research Institute) ได้พัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลมากกว่าพันธุ์เดิม อ้างว่าที่ฟิลิปินส์ได้ผลเป็นสองเท่า เหลือกินจนส่งออกได้

            ฝรั่งมาเสนอรัฐบาลไทยในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ว่า ตอนนี้โลกเขาปฏิวัติเขียวกันแล้ว พร้อมกับเสนอข้าวพันธุ์ใหม่ให้ไทย เพราะไทยมีพื้นที่ทำนามาก ปลูกเหลือกินก็ส่งออก มีเงินมาพัฒนาประเทศ ข้าวพื้นเมืองไทยฝรั่งบอกว่าให้ผลผลิตน้อยและส่งออกไป คนต่างชาติก็ไม่นิยม แข็ง ไม่ถูกปาก

            ฝรั่งให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมกับข้อมูลจากผลการทดลองที่ฟิลิปปินส์ เป็น “ข้อเสนอที่ไทยไม่อาจปฏิเสธได้” แต่ฝรั่งคงพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวว่า ไม่ได้บอกว่าจะต้องใช้ปุ๋ยและยามากน้อยเพียงใด

            นั่นคือที่มาของการเปลี่ยนจากการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยที่เคยปลูกกันเป็นพันพันธุ์ ลดลงมาเหลือไม่ถึงร้อย เพราะ “ความทันสมัยที่ไม่พัฒนา” ทำให้ชาวนาก็ยังยากจนมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งจนและเจ็บ เพราะนอกจากหนี้สินรุงรังแล้วยังป่วยด้วยสารพิษในร่างกาย

            วันนี้คนไทยหายโง่ เลิกเชื่อฝรั่งอย่างน้อยในเรื่องข้าว เพราะมีงานวิจัยของไทยเองและทั่วโลกที่พบว่า ข้าวไทยดีที่สุด และไม่ได้เป็นแค่อาหาร แต่เป็นยาด้วย อย่างข้าวสังข์หยด ข้าวหอมมะลิแดง สินเหล็ก ข้าวเล้าแตก ข้าวลืมผัว และอื่นๆ เป็นร้อยเป็นพัน ทั้งดั้งเดิมและผสมไปมาเป็นอะไรใหม่อย่างไรซ์เบอรี่

            ข้าวท้องถิ่นไทยมีสารอาหารมาก มีวิตามินอีสูง กินแล้วเป็นหนุ่มเป็นสาวนาน ไม่แก่ง่าย ตายยาก มีเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เจ็บป่วย ทำให้เป็นมะเร็ง มีธาตุทองแดง เหล็ก สูง ข้าวก่ำเปลือกดำมีสารลูทีนสูงกว่าข้าวธรรมดาถึง ๒๕ เท่า ลูทีนบำรุงตา ป้องกันต้อกระจก

            วันนี้ถึงไม่แปลกที่มีข้าวพื้นเมือง โดยเฉพาะข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก ข้าวอินทรีย์ ที่ขายในห้างกิโลละ ๑๕๐-๒๐๐ บาท

            แต่กระนั้น เพราะถูกครอบงำมานาน ชาวนาจำนวนมากก็ยังไม่สามารถออกจากวงจรอุบาทว์ของปัญหาหนี้สินและความยากจน ทั้งๆ ที่มีดิน มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองดีๆ คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะ “ปลดแอก” และ “ปลดปล่อย” จากภาวะของความเป็นทาสยุคใหม่นี้ได้

            เรื่องมะพร้าวเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการถูกฝรั่งหลอก เขาอ้างงานวิจัยมาหลายสิบปีก่อนว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นอันตราย ทำให้เกิดโรคหัวใจ ไขมันสูง เป็นไขมันประเภทอิ่มตัว ทำให้เส้นเลือดตีบตัน (อยากรู้ว่าอิ่มตัวหรือไม่ก็เอาน้ำมันใส่ตู้เย็น ถ้าจับกันแข็งแปลว่าใช่)

            คนไทยเชื่อฝรั่งเพราะเขาอ้างงานวิจัย โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลก และเห็นว่า หน้าหนาวไขมันสัตว์ น้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ข้างนอกยังแข็งตัวเลย เข้าไปในร่างกายคงทำให้เส้นเลือดตีบตันอย่างที่ฝรั่งบอก ก็เลยเลิกใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมู หันไปซื้อน้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง

            เข้าทางฝรั่งพอดี เพราะเขาอยากขายน้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง แต่ไม่นาน ประเทศในเอเชียและในทวีปอื่นๆ ที่กินมะพร้าว ใช้กะทิ น้ำมันมะพร้าวประกอบอาหาร ก็ได้พบความจริงจากงานวิจัยว่า ประเทศที่มีมะพร้าวมากและบริโภคมะพร้าวมีอัตราการเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกที่ใช้น้ำมันพืช

            ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยมากมายพบว่า มะพร้าวมีสรรพคุณไม่เป็นแต่เพียงอาหารที่มีคุณภาพสูง แต่เป็นยา โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็นที่กลายเป็น “ยาผีบอก” รักษาได้สารพัดโรค จนวันนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศตะวันตก

ยิ่งปัจจุบัน บรรดานักร้องดาราดังๆ ที่อเมริกา พากันกินน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น คนก็ยิ่งเห่อจนผลิตกันไม่ทัน ทั้งๆ ที่ราคาก็ไม่ใช่ว่าจะถูก

ไม่นานมานี้ บีบีซีได้ทำการทดลองโดยคณะแพทย์เปรียบเทียบให้คนสามกลุ่มบริโภคเนย น้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าว เพื่อดูเรื่องสุขภาพ เรื่องไขมันในเลือดอย่างคอเลสเตอรอล ปรากฎว่า กลุ่มที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวผลออกมาดีกว่าอีก ๒ กลุ่ม

แต่นักวิจัยเหล่านี้ก็บอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าน้ำมันมะพร้าวดีที่สุด เพราะมีการวิจัยน้อยเกินไป ทั้งๆ มีงานวิจัยมากมายทั่วโลกเพื่อยืนยันเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว

มะพร้าวเป็นผลไม้จากสวรรค์ ทั้งน้ำทั้งเนื้อ ข้อมูลทางการแพทย์บอกว่า มะพร้าวมีวิตามินซี โปเตสเซียม แคลเซียม แมกเนเซียม ช่วยบำรุงผิว กินแล้วผิวพรรณผ่องใส ไม่เหี่ยวย่น บำรุงกระดูก ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ รักษาอัลไซเมอร์ เป็นเกลือแร่จากธรรมชาติ ดับกระหายคลายร้อน ลดภาวะขาดน้ำ ปรับความสมดุลน้ำตาลในร่างกาย ช่วยกระเพาะปัสสาวะทำงานดีขึ้น

ส่วนน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็นนั้นมีสรรพคุณมากมาย ที่มาจากทั้งงานวิจัยของประเทศต่างๆ และของไทยเอง ซึ่งยืนยันว่ามีคุณค่าด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรคหลายอย่าง ตั้งแต่ส่งเสริมความงาม ผิวพรรณเต่งตึงไปจนถึงรักษามะเร็งและโรคร้ายต่างๆ

เรื่องกัญชากำลังเป็นเรื่องใหญ่ในโลกวันนี้ ฮือฮากันมากเมื่ออธิบดีกรมการแพทย์ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไทยเราถูกฝรั่งหลอกมานานเรื่องกัญชา ซึ่งถูกจัดเข้าประเภทยาเสพติด ทั้งๆ ที่กัญชามีอันตรายน้อยกว่าเหล้าและบุหรี่ และไม่ใช่ยาเสพติด แท้ที่จริง กัญชาเป็น “สมุนไพร” ชั้นยอดที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้อย่างน่าพิศวงตั้งแต่โบราณมา ปัจจุบัน วงการแพทย์ทั่วโลกใช้กัญชารักษาโรคมากมายไปถึงมะเร็ง

วันนี้ มลรัฐ ๙ แห่งในสหรัฐอเมริกาประกาศให้กัญชาสามารถซื้อหาเพื่อ “ความบรรเทิง” ได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นยาเหมือนแต่ก่อน อีกหลายๆ รัฐกำลังเดินตาม รวมทั้งหลายประเทศในโลก แม้จำนวนมากจะยังลังเลและมีกระบวนการทางกฎหมายอีกไม่น้อย

ขณะดียวกัน ออสเตรเลียก็ประกาศเป็นผู้ส่งออกกัญชารายใหญ่สุดของโลกไปแล้ว เพราะภาคเหนือของประเทศนี้สามารถปลูกพืชเมืองร้อนอย่างกัญชาได้ดีไม่แพ้ประเทศไทย

ประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับผลงานวิจัยทั่วโลกเรื่องกัญชา ยังเอา “ความรู้สึก” เดิมๆ ที่ถูกฝรั่งครอบงำมาวัด ขณะที่ฝรั่งเปลี่ยนทัศนคติและกำลังกอบโกยผลประโยชน์จากกัญชา คนไทยยังกอดคัมภีร์ที่ฝรั่งเคยเขียนไว้เกี่ยวกับอันตรายของกัญชา เขาเขียนคัมภีร์ใหม่ แต่คนไทยไม่อยากอ่าน

ที่จริง ชาวบ้านจำนวนมากยังปลูกกัญชาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนอย่างเงียบๆ เอาไว้ใส่แกงใส่อาหารให้มีรสชาติดี ดีกว่าผงชูรสที่เป็นอันตราย

ลองประกาศเปิดเสรีกัญชา ทายดูก็ได้ว่า ธุรกิจอะไรจะได้รับผลกระทบ นอกจากผงชูรส และบุหรี่แล้ว ยังมีบริษัทยาที่มีผลประโยชน์มหาศาล พวกนี้เป็นเงาอยู่หลังอำนาจทางการเมือง คงไม่ยอมแน่ๆ

จึงไม่แปลกรัฐทำเป็นไม่เข้าใจคุณค่าของกัญชา ซึ่งเป็นยา กลับผลิตบุหรี่ขายเอง อนุญาตให้นายทุนผลิตเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอร์มอมเมาประชาชน แพทยสภา บริษัทยาก็ยังยืนยันกัญชาคือยาเสพติด

เราประชาชนคนไทยต้องเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ไม่ปล่อยให้ผู้นำประเทศใช้แต่อำนาจและเงินกำหนดนโยบายเอาผลประโยชน์เป็นหลัก ไม่สนใจข้อมูล ความรู้ และประโยชน์ของประชาชน อย่างที่เห็นจากกรณีข้าว มะพร้าว และกัญชา