phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 17 January 2018 10:57

"รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า" (5) กับเศรษฐกิจพอเพียง Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 17 มกราคม 2561

คนไทยมีรายได้ต่อหัวต่อปีเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาท มีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 15,000-25,000 บาท ถ้าเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วก็ยังถือว่าต่ำ ไม่ต้องเทียบกับสิงคโปร์ที่สูงกว่าไทยเกือบ 10 เท่า และมาเลเซียเกือบ 2 เท่า

            ความจริง ข้อมูลทางการวันนี้บอกว่า คนมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีมี 5 ล้านกว่าคน มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 มี 6 ล้านกว่าคน ตัวเลขเฉลี่ยรายได้ปีละ 200,000 มาจากไปเฉลี่ยกับคนที่มีรายได้หลายสิบหลายร้อยล้านต่อปี ประเทศไทยจึงมีความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับ 3 ของโลก

ปัญหาที่มากกว่านั้น คือหนี้ครัวเรือน ที่เฉลี่ยเกือบ 200,000 บาท คน 12 ล้านคนที่ลงบัญชี “คนจน” จึงต้องวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ของหนี้สินและความทุกข์ที่ไม่มีทางออก ขณะที่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาตราที่ 25 ที่ไทยได้ร่วมลงนามด้วยบอกว่า

“ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิตที่มีมาตรฐานเหมาะสมเพื่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของตนและครอบครัว รวมถึงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และการบริการสังคมที่จำเป็น และมีสิทธิในหลักประกันเมื่อไม่มีงานทำ เจ็บป่วย พิการ เป็นหม้าย สูงอายุ หรือการขาดปัจจัยจำเป็นเพื่อการดำรงชีพในสภาวะที่เหนือการควบคุม”

รัฐบาลสร้างยุทธศาสตร์ 20 ปี มีวิสัยทัศน์สวยงาม มีสวัสดิการและมาตรการต่างๆ มากมายเพื่อช่วย “คนจน” แต่มาตรการต่างๆ จะได้ผล “ยั่งยืน” หรือไม่ จะนำไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง” ได้จริงหรือ

 

เพราะมาตรการหลายอย่างก็มีคำถาม อย่างการให้ “คูปอง” หรือบัตรคนจนไปซื้อของ ไม่ใช่ที่ไหนก็ได้ แต่ให้ไปซื้อในร้านที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งก็เป็นร้านของคนมีเงินลงทุน และผลิตภัณฑ์ก็มาจากโรงงาน ของบริษัทใหญ่

คงตีกรอบไม่ให้ใช้เงิน “ผิดวัตถุประสงค์” ให้ซื้อของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพเท่านั้น ไม่ให้ซื้อของมึนเมา เอาไปเล่นการพนัน อันเป็นกระบวนทัศน์ “อำนาจนิยม” ที่ต้องการควบคุมชีวิตของผู้คน

นอกนั้น อ้างว่าให้ซื้อของจากโรงงานเพื่อ “จีดีพี” จะได้โต เศรษฐกิจจะได้หมุนหลายรอบ กำหนดว่าให้ซื้ออะไร ไปซื้อที่มีเครื่องรูดบัตรเท่านั้น เพื่อให้สามารถควบคุมตรวจสอบได้

ถ้าหากรัฐบาลปรับทัศนคติของตนเองบ้าง ก็ควรจะให้เงินสดคนจนไปซื้อไปทำอะไรก็ได้ ลองเชื่อใจใน “ผู้คน” ดูบ้าง ให้โอกาสเขาได้คิดและตัดสินใจเองว่าอยากทำอะไร เขาอาจจะนำไปจ่ายหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยโหด เอาไปลงทุน เอาไปซื้ออาหารดีๆ มารับประทาน จ่ายค่าเล่าเรียน ลงทุนเล็กๆ ไม่ใช่คิดแต่ว่าเขาจะเอาไปซื้อเหล้า ยาเสพติด หรือไปซื้อทีวี ซื้อมอเตอร์ไซค์ ก็ให้เขาได้เรียนรู้และจัดการชีวิตของเขาเอง

ถามว่า เคยทำการทดลองวิจัยนำร่องบ้างไหม หรือคิดเอาเองว่า ชาวบ้าน “ไว้ใจไม่ได้” เพราะ “เห็นหลายราย” เอาเงินไปทำอะไรที่ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ได้วิจัย เป็นการสรุปเหมารวม ทำตัวเป็น “คุณพ่อรู้ดี” ถ้าศึกษาผลการทดลองนำร่องในหลายประเทศ ทั้งร่ำรวยและยากจนก็จะพบว่า การมองคนจนเช่นนั้นเป็นการมองที่ผิด ผลการวิจัยบอกว่า ถ้าให้โอกาสพวกเขา จะเกิดเรื่องดีๆ ที่คาดไม่ถึง

เรามีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่มีการส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะรัฐบาลเชื่อในทฤษฎีการพัฒนาแบบไม่เท่าเทียม (ช่วยคนรวยเพื่อให้ช่วยคนจน) จึงมีมาตรการมากมายที่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย มีกฎหมายที่ช่วยให้ “ผูกขาดกินรวบ”  

ให้โอกาสคนที่ทำกำไรจากการ “ผูกขาดกินรวบ” ซื้อที่ดินในประเทศได้คนละหลายหมื่นหลายหลายแสนไร่ ขณะที่คนจนหลายล้านคนไม่มี่ดินทำกิน รัฐเองก็มีแต่สวัสดิการแบบสงเคราะห์คนจน ซึ่งเหมือนกับตีกรอบ สร้างกับดักให้จนไปตลอดชีวิต

คนจนส่วนใหญ่มีปัญหาหนี้สิน เหมือนคนตกน้ำ กำลังดิ้นรนไม่ให้จมน้ำตาย บางคนว่ายน้ำเป็นบ้างก็พอจะเอาตัวรอดได้ หลายคนว่ายไม่เป็น เห็นอะไรลอยมาก็ต้องจับไว้เพื่อไม่ให้จมน้ำตาย

ก่อนจะไป “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ควรจะให้ “รอด” ก่อน ทำอย่างไรให้คนจน คนที่กำลังดิ้นรนอยู่ในน้ำให้ขึ้นฝั่งได้ และให้อยู่อย่าง “พอเพียง” แล้วค่อยพัฒนาไปสู่ “มั่นคงยั่งยืน” ให้พึ่งตนเองได้และมีความสุข

คนจนที่กำลังดิ้นรนไม่ให้จมน้ำในทะเล ไม่ต้องเอาเรือไปรับก็ได้ ขอให้มีแค่เครื่องช่วยทุ่นแรงเพื่อว่ายเข้าฝั่ง จะได้ตั้งหลัก อย่าง “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” ที่น่าจะเป็นเครื่องช่วยชีวิตได้

เป็นสิทธิ “ขั้นพื้นฐาน” ของพลเมืองที่จะได้รับประโยชน์จากมรดกของบรรพบุรุษ ทรัพย์ยากร รายได้ของประเทศ เป็น “โอกาส” อันเดียวที่พลเมืองควรได้รับจากสังคมอย่างเท่าเที่ยมกัน ดังตัวอย่างเล็กๆ ของรัฐอลาสกา ของสหรัฐที่ปันผลรายได้ของธุรกิจน้ำมันให้พลเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียมกันทุกปี

ที่เขียนเรื่อง “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” (รพถ.) (Universal Basic Income) มายาวหลายตอน เพราะอยากให้มีการวิจัยนำร่อง โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กันไป  เพราะการเรียนรู้เท่านั้นที่ทำให้ “ระเบิดจากข้างใน” ได้ ไม่ใช่ไปสั่งการหรืออัดฉีดจากข้างนอก

ล่าสุด รัฐบาลอนุมัติเงิน 35,000 ล้าน ให้เงินผู้มีรายได้ ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รับเดือนละ 500 บาท รายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปีรับ 300 บาท แม้เป็นเงินไม่มาก ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ปี 2561 คนจนอาจไม่หมดไปจากแผ่นดินอย่างที่รองนายกฯ สมคิดบอกไว้  แต่หนทางหมื่นลี้เริ่มจากก้าวแรก ก้าวต่อไปเรื่อยๆ อาจแก้ปัญหาความยากจนได้ เพราะแนวคิดนี้มีเค้าของ “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” ที่น่าจะเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้ เป็นอย่างดี

Last modified on Thursday, 01 February 2018 08:46