phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Friday, 05 January 2018 20:48

"รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า" แก้ปัญหาความยากจน (3) Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 3 มกราคม 2561

รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (Universal Basic Income) เป็นแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่ “ร้อนแรง” ที่สุดทั่วโลกวันนี้ ไม่ว่าประเทศร่ำรวยหรือยากจนก็สนใจ เป็นอุดมคติหรือยูโธเปียที่มีทางเป็นจริงได้ แต่คงไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน อาจใช้เวลาอีกหลายปี หรือหลายสิบปี

            ที่ผ่านมา เมืองไทยมีโครงการสวัสดิการมากมายให้คนจน ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้  แต่ละโครงการมีเงื่อนไขต่างๆ รวมไปถึงการช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างโครงการเงินฝันสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือโครงการต้นกล้าอาชีพและ “แจกเงิน” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

            ขณะที่หลายประเทศในโลกเริ่มหาทางคิดใหม่และทำใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เพราะไม่นาน คนจะตกงานมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันทำให้คนรวยก็ยิ่งรวยขึ้น คนจนก็ยิ่งจนลง ภายในปี 2020 คนรวย 1% ในโลกจะมีสินทรัพย์มากกว่า 50% ของโลก

            แต่การถกเถียงกันเรื่องนี้ดีไม่ดียังไงก็ไม่มีวันจบ ต้องลงมือทดลองถึงจะรู้ว่า ทำได้หรือไม่ จึงมีการทดลองนำร่องในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งประเทศร่ำรวยและยากจน

            ที่สหรํฐอเมริกา บริษัท Y Combinator ที่ซิลิคอน วัลเลย์ ทำการวิจัยกับคน 3,000 คนในสองมลรัฐ กลุ่มที่ 1 จำนวน 1,000 คน รับ 1,000 เหรียญต่อเดือนเป็นเวลา 5 ปี กลุ่มที่ 2 จำนวน 2,000 คน รับ 50 เหรียญต่อเดือนเป็นเวลา 5 ปีเช่นเดียวกัน

            คนรับเงินในงานวิจัยนี้ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย อยากใช้เงินทำอะไรก็ได้ งานนี้ต้องการทราบเพียงว่า คุณภาพชิวิตของผู้รับเงินเปลี่ยนไปหรือไม่ แรงจูงใจในการทำงานเป็นอย่างไร

 

            ที่เมื่องอูเทรคท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ กำลังมีการทดลองให้เงิน 250 คน คนละ 960 ยูโร (ประมาณ 37,000 บาท) ต่อเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เป็นเวลา 2 ปี

            ที่ประเทศฟินแลนด์ กำลังทดลองให้เงินชาวฟินแลนด์ 2,000 คน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2017 อายุระหว่าง 25-58 ปี คนละ 560 ยูโร (ประมาณ 22,000 บาท) ต่อเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลา 2 ปี โดยต้องการจะปรับระบบประกันสังคมให้รับกับสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงด้านแรงงาน ต้องการดูว่า จะสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มากขึ้นหรือไม่เพียงใด ส่วนหนึ่งป็นการลดภาระงานราชการเกี่ยวกับการจัดการสวัสดิการต่างๆ

ที่ออนตาริโอ แคนาดา เริ่มทดลองให้เงินประชาชขน 4,000 คน เป็นเวลา 3 ปี อายุระหว่าง 18-64 ปี ประมาณ 425,000 บาทต่อคนต่อปี (เดือนละประมาณ 35,000 บาท) ส่วหนึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย ส่วนหนึ่งมีสวัสดิการ เป็นโครงการที่ใช้เงินประมาณ 3,750 ล้านบาท

ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อต้นปี 2017 นายเบอนัวท์ ฮามง ผู้สมัครประธานาธิบดีพรรคสังคมนิยมนำเรื่องรายได้พื้นฐานถ้วนหน้ามาเป็นนโยบายสำคัญในการหาเสียงว่า จะให้เงินคนฝรั่งเศสทุกคน 700-800 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 27,000 บาท) เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานและการขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ เพื่อให้คนสามารถดำเนินชีวิตและเลือกงานที่ทำได้อย่างมีความสุข

เขาถูกโจมตีจากคู่แข่งอื่นๆ ว่าเป็นฝันที่เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้งบประมาณถึง 4 แสนล้านยูโร หรือประมาณ 15 ล้านล้านบาทต่อปีเพื่อจะมีเงินจ่ายให้ชาวฝรั่งเศสทุกคน นายฮามงไม่ผ่านการลงคะแนนเบื้องต้น เขาเข้ามาในช่วงที่พรรคสังคมนิยมตกต่ำ อย่างไรก็ดี เรื่องรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (รพถ.) จะเป็นประเด็นถกเถียงในฝรั่งเศสไปอีกนานอย่างแน่นอน ประเทศนี้มักจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ประวัติศาสตร์เสมอ

            ที่ประเทศเคนยา องค์กรเอกชน GiveDirectly ของสหรัฐอเมริกากำลังทำโครงการวิจัยทดลองที่ใหญ่ที่สุด ใช้เงิน 30 ล้านเหรียญ โดยมีประชากรเข้าร่วมโครงการนี้ 16,000 คน ใน 200 หมู่บ้าน ส่วนหนึ่งรับเงิน 22.50 เหรียญต่อคนต่อเดือนเป็นเวลา 12 ปี ส่วนหนึ่งรับ 2 ปี และอีกส่วนหนึ่งรับทีเดียวยอดรวม 2 ปี

การทดลองนี้ไม่มีเงื่อนไข เมื่อรับเงินแล้วจะหยุดทำงานหรือจะทำธุรกิจ จะเอาเงินไปซื้ออะไรหรือเพื่อการศึกษาก็ได้ ผู้วิจัยอยากรู้ว่าอาชญากรรม ความรุนแรง การลักขโมยจะลดลงหรือไม่

            เรื่องรายได้พื้นฐานถ้วนหน้ามีหลายแนวคิด หลายรูปแบบ นักเศรษฐศาสตร์อย่างมิลตัน ฟรีดแมน เคยเสนอแนวคิดเรื่อง “ภาษีเงินได้แบบลบ” (negative income tax) คือ บุคคลที่มีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์เสียภาษีก็ให้รัฐชดเชยให้ได้เท่ากับจำนวนรายได้ขั้นต่ำที่เสียภาษี เช่น คนไทยเสียภาษีเมื่อมีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ถ้าคนหนึ่งมีรายได้ 20,000 บาท รัฐก็จ่ายเพิ่มให้ 5,000 บาท

            นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมีความเห็นว่า รายได้ขั้นต่ำถ้วนหน้าเป็นเหมือนการคืนภาษีให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมกันมากกว่าเป็นสวัสดิการ เป็นการแบ่งปันรายได้ที่รัฐเก็บจากประชาชนคืนให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกสวัสดิการอื่นๆ ทั้งหมด บางประเทศอาจยกเลิกบางโครงการ เช่น การแจกอาหาร บัตรคนจน เป็นต้น เพราะเป็นเหมือนกับดักความยากจนอย่างยั่งยืน

            เรื่องรายได้ขั้นต่ำถ้วนหน้าเป็นเรื่องใหญ่ ยังมีข้อถกเถียงและข้อสงสัยอีกมาก ยังต้องมีการวิจัยทำโครงการนำร่องเพื่อเรียนรู้ดูปัญหาและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเทศที่มีภูมิสังคมและสภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน

แต่วันนี้คนจำนวนมากเห็นด้วยกันแล้วว่า เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นไปได้ แต่ “ทำได้” (feasible) “มีงบประมาณจ่ายได้” (affordable) และ “พึงปรารถนา” (desirable) อยู่ที่จังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

Last modified on Wednesday, 10 January 2018 16:26