phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Sunday, 10 December 2017 08:15

ดนตรี กีฬา พัฒนาคน Featured

Rate this item
(1 Vote)

ทางอีศาน ธันวาคม 2560

 

ผมเขียนบทความนี้เช้าวันที่ 23 ตุลาคม 2560 เมื่อคืนนอนหลับฝันดี ได้ดูการแข่งขันชิงชนะเลิศแบดมินตันเดนมาร์กโอเพ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับสูงสุดของแบดมินตันโลก ที่มีความสุขเพราะน้องเมย์ รัชนก อินทนน์ชนะเลิศแบบตื่นเต้นหัวใจจะวาย

 

            ตื่นเต้นที่สุดก็ตอนสุดท้ายที่น้องเมย์ไล่ตามยามากูชิ นักแบดมินตันชาวญี่ปุ่นอยู่ถึง 5 แต้ม และเธอก็ไล่ไปทีละแต้มจนชนะแบบสะใจ และที่ประทับใจที่สุดก็ตอนจบที่เธอก้มลงกราบที่พื้น โดยมองขึ้นฟ้าก่อนกราบ เธอดีใจจนร้องไห้ให้เห็นได้ชัด คนดูทั้งสนามลุกขึ้นยืนปรบมือให้อย่างยาวนาน

 

            น้องเมย์ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันว่า เธอได้แรงบันดาลใจและพละกำลังจาก “พ่อหลวง” จึงได้สู้จนสุดความสามารถและชนะได้ในที่สุด เธอมอบชัยชนะครั้งนี้แด่พระองค์ท่าน เธอมองขึ้นฟ้านึกถึงพระองค์ และนี่คือ 4 วันก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 26 ตุลาคม 2560

 

            เรื่องราวของรัชนก อินทนนท์ เป็นเหมือนนิยาย เธอเป็นลูกคนงาน แม่ค้า คนยโสธร ร้อยเอ็ด ที่ชะตากรรมส่งให้เธอได้เล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ เพราะตามแม่ไปเล่นซนอยู่แถวคอร์ดแบดมินตันของบ้านทองหยอดที่แม่เธอทำงานอยู่

 

            แสดงให้เห็นว่า “โอกาส” สำคัญยิ่ง ไม่ว่าคุณเป็นใคร เป็นเด็กบ้านนอกหรือเมืองกรุง คนรวยหรือคนจน เมื่อมีโอกาสแล้ว “ใจสู้” หรือไม่เพียงใด ขยันหมั่นเพียรฝึกซ้อมอย่างมีวินัยหรือไม่

 

 

            หลังวันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันสวรรณคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช มีคลิปดนตรีเปียโนสั้นๆ เพลงหนึ่งที่แพร่หลายไปสองล้านกว่าครั้งในเวลาไม่นาน เป็นเพลงสรรเสริญบารมี เล่นเปียโนโดยคุณเสกข์ ทองสุวรรณ

 

             เป็นเสียงเพลงที่เศร้าที่สุด ที่เปล่งออกมาจากส่วนลึกสุดของหัวใจของชายคนหนึ่งที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ในหลวง” และได้ทุนการศึกษาจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ให้ไปศึกษาดนตรีที่ประเทศรัสเซียจนกลายเป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย

 

            เสกข์ ทองสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ด้วยความภูมิใจทุกครั้งว่า ตนเป็นเด็กบ้านนอกจากพะเยา พ่อแม่เป็นชาวนาชาวสวน ความที่ชอบดนตรีพ่อแม่จึงให้เรียนอิเล็กโทนและเปียโนตอนอายุ 8 ขวบที่โรงเรียนดนตรีเล็กๆ แห่งเดียวในพะเยา แม้จะเรียนดนตรีมาบ้าง แต่เมื่อไปเข้าสถาบันดนตรีจริงๆ เสกข์เล่าว่า อาจารย์ที่รัสเซียบอกว่า ที่เขาเรียนมาก่อนหน้านั้นผิดหมด ต้องเริ่มต้นใหม่ และเขาก็ทำได้ดีจนจบปริญญาโทที่สถาบันแห่งนั้น

 

            หนึ่ง จักรวาล หรือจักรวาล เสาธงยุติธรรม เติบโตมาจากสลัม เรียนดนตรีแบบครูพักลักจำด้วยความอุตสาหะพยายามอย่างยิ่งยวด จนกลายเป็นนักเปียโน นักเรียบเรียงดนตรีแนวหน้าของเมืองไทย คนนี้ได้รับโอกาสน้อย แต่สร้างโอกาสให้ตนเองมาก พยายามไขว่คว้าหาทุกทางให้ได้พัฒนาตนเอง ฟังที่เขาสัมภาษณ์ในยูทูปแล้วเป็นชีวิตที่เหมือนชะตากรรมลิขิตบวกความมุ่งมั่นตั้งใจที่ไม่เคยยอมแพ้

 

            นอกจากตัวอย่างของนักกีฬาและนักดนตรีที่ว่านี้ ยังมีอีกมากมายหลายคนที่เป็นนักกีฬาชนิดต่างๆ ที่มาจากครอบครัวยากจน หรือคนชั้นกลาง บ้านนอก แต่ได้รับโอกาส มีผู้ให้การสนับสนุน ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสมก็พัฒนาศักยภาพเหมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไน

 

            ลองนึกถึงนักกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล นักมวย นักแบดมินตัน นักยกน้ำหนัก และอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ ได้ชนะเลิศระดับโลก ได้เหรียญทองโอลิมปิก เอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ โดยมิต้องพูดถึงนักกีฬาคนพิการที่แม้ร่างกายไม่สมบูรณ์แต่ก็เล่นกีฬาและชนะได้ในระดับนานาชาติอย่างน่าชื่นชม

 

            นักมวยแชมป์โลกอย่างศรีสะเกษ ส.รุ่งวิสัย มีชีวิตดูจะ “น้ำเน่า” ยิ่งกว่านิยายหลายเรื่อง แต่เป็นเรื่องจริงของเด็กบ้านนอกที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า แม้ต้องประทังชีวิตด้วยเศษอาหารที่คนอื่นทิ้งก็ทำมาแล้ว ทำงานเป็นรปภ. พร้อมกับตระเวนชกมวยหาเงิน

 

            อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ เป็นนักฟุตบอลในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเด็กชาวเขาเผ่าม้งจากเชียงใหม่ ที่ถูกซื้อตัวมาอยู่บุรีรัมย์ตั้งแต่อายุไม่ครบ 15  วันนี้อายุ 20 ปี เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กชาวเขาเผ่าต่างๆ และเด็กชนบทอีกจำนวนมาก

 

            ฟุตบอลทีมชาติไทยวันนี้ไดรับการยกย่องว่าดีที่สุดในอาเซียน และกำลังพยายามยกระดับให้ไปอยู่แถวหน้าของเอเชีย ซึ่งนักวิจารณ์ต่างประเทศเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะมีลีกที่แข็งแกร่ง มีนักฟุตบอลอาชีพจากต่างประเทศที่เก่งๆ มาเล่นในลีกร่วมกับนักฟุตบอลไทยที่ค่อยๆ พัฒนาตนเอง

 

            ที่สำคัญ มีสโมสรฟุตบอลในระดับต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในทุกจังหวัด และกำลังกระจายไล่ลงไปตามอำเภอตำบลหลายแห่ง ไทยลีกเองก็มีถึง 4 ระดับ นอกนั้นมี “อะคาเดมี” ฟุตบอลเกิดขึ้นอีกนับพันแห่ง ทั้งระดับมืออาชีพและอินเตอร์ที่มาเปิดสาขาที่เมืองไทยอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังๆ ของอังกฤษและของประเทศต่างๆ ในยุโรป รวมทั้งของไทยเองที่หน่วยงาน องค์กร สถานศึกษา ก่อตั้งหรือให้การส่งเสริมสนับสนุน

 

            ยังมีอะคาเดมีที่เกิดด้วยใจ สร้างด้วยใจ น่าสนใจและน่าภูมิใจแห่งหนึ่ง คือ “เมืองช้างยูในเต็ด” เป็นอะคาเดมีเยาวชนที่อาจารย์สนทยา งามแยะเป็นผู้ก่อตั้งและบริหารจัดการดำเนินงานเอง ใช้ทุนส่วนตัวซึ่งมีจำกัดดูแลเด็กเยาวชน 40 คนที่บ้าน ที่ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

 

            อาจารย์สนทยาเคยทำงานในทีมสโมสรใหญ่ๆ ระดับชาติมาหลายแห่ง ได้สร้างนักเตะระดับชาติมาหลายคน อายุมากขึ้นก็อยากกลับไปช่วยพัฒนาบ้านเกิด รับเด็กอายุ 12-16 ส่วนใหญ่ “เก็บตก” จากที่ไม่ผ่านการคัดเลือกสโมสรใหญ่ๆ หรือไม่ก็เป็น “ช้างเผือก” หลงป่า พาทีมชนะเลิศมาจนเป็นตัวแทนระดับภาคอีสานไปแข่งที่กรุเทพฯ มาแล้ว

 

            มีสื่อมวลชนนำเรื่องของสโมสรเมืองช้างไปเผยแพร่ ได้เห็นความยากลำบากและการดิ้นรนให้อยู่รอดของสโมสรแล้วอยากหาทางช่วย เชื่อว่าวันหนึ่งจะมีกองทุนช่วยเหลือคนแบบนี้ได้ ไม่ให้ครูและเด็กต้องพากันไปตระเวนเดาะบอลตามตลาดขอเรี่ยไรค่ารถไปแข่งฟุตบอลอย่างที่ทำกัน

 

            ความจริง ถ้าหากรัฐเห็นความสำคัญและให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬาอย่างจริงจังก็สามารถทำได้ด้วยงบประมาณไม่มากมาย เจียดจากส่วนอื่นๆ มาเจือจานการพัฒนากีฬาในโรงเรียนต่างๆ จะสร้างคนสร้างชาติในระยะยาวได้มาก

 

            ที่ทำๆ กันก็มักจะเป็นการริเริ่มของโรงเรียน ของครูบางคนที่รักกีฬา เรี่ยไรหาเงินเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีอุปกรณ์การกีฬาอย่างลูกฟุตบอล ลูกวอลเลย์บอล รองเท้ากีฬา ไม้ตีแบด ลูกแบดมินตัน ตะกร้อ ฯลฯ เด็กๆ ได้แรงบันดาลใจจากทีมฟุตบอลทีมชาติและสโมสร จากทีมวอลเลย์บอลหญิง

 

            กีฬาถ้าหากมีการส่งเสริมจริงๆ ก็พัฒนาได้ อย่างยกน้ำหนักหญิงที่โด่งดังของไทยเพราะได้โค้ชชาวจีน รวมทั้งน้องเมย์ รัชนก และนักแบดมินตันที่ได้โค้ชชาวจีนตั้งแต่ยังเด็กจนถึงวันนี้  นักเทกวนโด้ไทยที่ได้โค้ชชาวเกาหลี นักมวยไทยได้เหรียญทองโอลิมปิกเพราะได้โค้ชชาวคิวบา

 

            อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าเล่นกีฬาแล้วจะต้องได้เหรียญทองโอลิมปิกกันทุกคน การส่งเสริมดนตรีและกีฬาเป็นการพัฒนาคนมากกว่าอย่างอื่น ทุกคนที่เล่นดนตรีและกีฬาได้อะไรดีๆ อย่างแน่นอน อยู่ที่ว่า รัฐเองเห็นคุณค่าและความสำคัญของดนตรีและกีฬาหรือไม่เพียงใด

 

            ที่ประเทศเยอมนีที่ผมเคยไปเรียนและอาศัยอยู่กับครอบครัวเยอรมัน ที่นั่นเขาให้เด็กทุกคนเรียนดนตรีตั้งแต่เด็กๆ ให้เล่นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง อะไรก็ได้ ส่วนใหญ่เป่าขลุ่ยเพราะราคาถูก เล่นง่าย คุณเสกข์ ทองสุวรรณก็บอกเช่นเดียวกันว่า ที่รัสเซียที่เขาไปเรียนถึง 10 ปี เด็กทุกคนต้องเรียนดนตรีจนจบประถมศึกษา จากนั้นใครสนใจจะเรียนต่อก็เรียนได้ รัสเซียจึงมีสถาบันดนตรีและนักดนตรีมากมาย

 

            เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ที่โรงเรียนประจำของมิชชันนารีที่สกลนคร ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศสให้การส่งเสริมดนตรีกีฬาอย่างมาก ท่านสอนดนตรีเองให้ร้องเพลงประสานเสียง ให้เล่น “หีบเพลง” หรือออร์แกน “ถีบ” และให้เรียนดนตรีไทยโดยให้นักดนตรีชาวบ้านมาสอน

 

            ผมได้เรียนเป่าขลุ่ยและตีขิมกับครูพริ้ง เล่นเพลงไทยเดิมอย่างเพลงแป๊ะ เพลงนางครวญ และอื่นๆ เป็นวงร่วมกับซออู้ ซอด้วง แคน เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่สีซอด้วงตอนนั้นชื่อ “พีระพันธุ์ พาลุสุข”

 

            ผมได้เรียนเล่น “ออร์แกนถีบ” จนเล่นในโบสถ์ได้ และได้เรียนเปียโนและออร์แกนใหญ่ (ออร์แกนท่อ) เมื่อไปกรุงโรม นอกนั้นครูฝรั่งที่สกลนครยังสอนการฟังเพลงคลาสสิกและการแต่งเพลงให้อีกด้วย

 

            ดนตรีเป็นเครื่องกล่อมเกลาอารมณ์ให้ละเอียดอ่อน ปราชญ์บอกว่า เหตุผลเข้าถึงสมอง ดนตรีเข้าถึงหัวใจ (Reason goes to head, music goes to heart) ดนตรีจึงมีมนต์ขลัง มีพลังมากกว่าเหตุผล เป็น “ยา” รักษาโรครักษาคนได้

 

            ผมมีลูกสองคน ลูกชายคนโตเล่นไวโอลิน ลูกสาวคนเล็กเล่นเปียโน คนโตไปเรียนที่เยอรมันตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เข้าโรงเรียนมัธยมดนตรี สถาบันดนตรี (conservatory) ที่มิวนิก และมหาวิทยาลัยศิลปะที่เบอร์ลิน จนจบปริญญาโท กำลังเรียนปริญญาเอก ตอนอายุ 13-14 กลับมาตอนปิดเทอม ได้แสดงเดี่ยวไวโอลินหลายแห่ง ครั้งหนึ่งที่เชียงใหม่ เขาให้สัมภาษณ์วิทยุเรื่องการเรียนการเล่นดนตรี

 

            ตอนค่ำ ผมพบลูกก็บอกว่า พ่อได้ยินว่าลูกพูดว่าดนตรีช่วยกล่อมเกลาคนให้อ่อนลง ละเอียดในอารมณ์มากขึ้น แต่พ่อก็เห็นว่าลูกยังก้าวร้าวอยู่บ้างนะ ลูกชายมองหน้าผมตอบว่า “ถ้าไม่เล่นดนตรี ป่านนี้ผมอาจเป็นโจรไปแล้วก็ได้”  คำตอบที่ปิดปากพ่อได้ดี

 

            ประเทศไทยเคยอยากให้มีโรงเรียนมัธยมดนตรี อุตส่าห์กู้เงินธนาคารโลกมาทำโครงการ ตั้งโรงเรียนมัธยมดนตรีหลายแห่ง วันนี้ เห็นมีแต่เครื่องดนตรีที่เก็บไว้ให้ฝุ่นจับ เต็มไปด้วยหยักไย่ใยแมลงมุม วันนี้จึงมีแต่เอกชนมาตั้งโรงเรียนสอนดนตรีให้คนมีเงินส่งลูกไปเรียน ขณะที่เด็กทั่วไปลูกหลานชาวบ้าน บ้านนอกคอกนาไม่มีโอกาส

 

            มีวงดนตรีออร์แกสตร้าเยาวชนที่ยะลาที่ทำให้เด็กต่างเชื้อชาติศาสนามาเล่นดนตรีด้วยยกัน รักกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนของนายกเทศมนตรีเมืองยะลา มีวงออร์แกสตร้าคนตาบอดที่มาจากสี่ห้าจังหวัด มารวมกันฝึกซ้อมที่เขาใหญ่ด้วยการประสานงานและดำเนินการโดยอาจารย์อลงกต ชูแก้ว ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเขาใหญ่

 

            อาจารย์อลงกตเป็นเอกชนที่ลงมือทำเรื่องนี้ด้วยใจรัก ขอรับการสนับสนุนจากคนมีเครื่องดนตรีเครื่องสายใช้แล้ว ไวโอลิน วิโอลา เชลโล่ มีอาสาสมัครที่เป็นอาจารย์นักศึกษาจากสถาบันดนตรีและทั่วไปมาช่วยสอน จะรวมวงเมื่อไรก็ต้องทำเสื้อยืดขายบ้าง จัดกิจกรรมบ้างเพื่อหาทุน

 

            ที่เยอรมันเด็กทุกคนต้องเรียนดนตรี ต้องเล่นกีฬา ต้องว่ายน้ำเป็น เด็กไทยก็น่าจะทำได้ถ้าหากได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ที่เยอรมันมีสโมสรฟุตบอลและกีฬาทุกหมู่บ้านทุกตำบล รวมทั้งประเทศหลายหมื่นสโมสร จำนวนเด็กจมน้ำตายแทบไม่มี ประเทศไทยมีเด็กจมน้ำตายปีละ 3,000 คน

 

            อยากให้ทุกโรงเรียนให้เด็กเรียนดนตรี ร้องเพลงให้เป็น ซึ่งเด็กเห็นรายการประกวดร้องเพลงทางทีวีมากมายก็อยากร้องอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้เด็กเล่นดนตรี เป่าขลุ่ยก็ได้ ง่ายดี ราคาก็ถูก ให้เด็กได้ฝึกการฟังเสียงดนตรี ได้อารมณ์ความรู้สึกที่ดี

 

            อยากให้โรงเรียนให้เด็กเรียนว่ายน้ำ อย่าอ้างว่าไม่มีสระว่ายน้ำในโรงเรียน ทุกแห่งที่มีน้ำย่อมว่ายได้ ก็พิจารณาเองเองก็แล้วกันว่า มี “น้ำ” พอจะว่ายได้ที่ไหนบ้าง ห้วยหนองคลองบึงบ่อปลาว่ายได้หมด

 

            อยากเห็นการฝึกพื้นฐานมวยไทย อย่างที่อาจารย์วิชิต ชี้เชิญท่านพยายามส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนต่างๆ เอามวยไทยไปเรียน ไปฝึก ไปสอนให้เป็นการออกกำลังกาย เป็นนาฎมวยไทย เป็นการแสดงกลางแจ้ง มวยไทยสร้างวินัย สร้างคนให้มีคุณธรรม ให้เคารพคนอื่น ให้ปกป้องคนอ่อนแอ ป้องกันตนเองจากอันตรายต่างๆ ไม่ใช่ไปทำร้ายใคร

 

            ผมเขียนบทความนี้จากประสบการณ์ชีวิตองตนเอง ด้วยอารมณ์และความรู้สึก ผมเรียนมาทางปรัชญาตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก คนมักคิดว่าปรัชญาว่าด้วยหลักเหตุผล ซึ่งก็จริง แต่ไม่จริงทั้งหมด เพราะมีนักปรัชญาอย่างปัสกาล (1623-1662) ชาวฝรั่งเศส ที่ไม่ได้คิดเหมือนเดการ์ต บิดาแห่งเหตุผลนิยม

 

            ปัสกาลบอกว่า “หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก” และบอกด้วยว่า “ขอบฟ้ามิได้อยู่ที่สุดสายตา แต่อยู่ทุกย่างก่าวที่เราเดิน”

 

            ผมจึงสอนลูกให้คิดเป็นไม่เพียงแต่ให้อ่านหนังสือดีๆ ตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ให้อ่านบทบรรณาธิการของ “ไทยรัฐ” ให้ฟังทุกวันพร้อมกับให้สรุป (วิเคราะห์) ให้ฟังว่าเขาบอกอะไร เพื่อจะได้คิดอย่างมีเหตุมีผล

 

แต่ผมก็ไม่ต้องการให้ลูกพัฒนาแต่สมองด้านซ้าย (ที่ใช้เหตุผล) อยากให้เขาพัฒนาสมองด้านขวา(อารมณ์) ด้วย จึงให้ลูกเรียนดนตรี ไม่ได้คิดว่าจะให้เขามีอาชีพเป็นนักดนตรี แต่คนหนึ่งก็เลือกเป็นอาชีพ อีกคนหนึ่งเป็นหมอ ซึ่งดนตรีก็น่าจะช่วยให้ลูกเป็นหมอที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ได้ไม่น้อย เป็นหมอที่รักษาคนมากกว่ารักษาโรค

 

Last modified on Thursday, 28 December 2017 16:14