phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Thursday, 20 December 2012 17:39

สมัชชาสุขภาพ สำนึกสู่สังคมใหม่ Featured

Rate this item
(1 Vote)

วันที่ 18-19-20 ธันวาคม 2555 นี้ มีการประชุมที่เรียกกันว่า “สมัชชา” ว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติขึ้นที่ศูนย์ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เป็นการประชุมที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย ไม่เพียงแต่เรื่องสุขภาพ แต่เรื่องประชาธิปไตย เรื่องการพัฒนาโดยรวม

          แนวคิดเรื่องการจัดสมัชชามาจากกลุ่มแพทย์ผู้ทำงานด้านสังคมและผู้นำด้านสาธารณสุขที่เห็นว่า ถ้าจะให้สังคมมีสุขภาพดี การมีโรงพยาบาล มีหมอ มีพยาบาล มีหยูกยารักษาอย่างเดียวคงไม่พอ ประชาชนต้องดูแลสุขภาพของตนเอง ชุมชนต้องสร้างระบบสุขภาพของตนเอง

 

การปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ผู้คนหันมาดูแลตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้ถ้าหากมีการเรียนรู้ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาสำนึกใหม่ การเรียนรู้ดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเรียนตามหลักสูตรในสถาบันการศึกษา แต่หมายถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้คนในชุมชน ในองค์กร ตามพื้นที่ ตามประเด็นที่ชุมชนเห็นว่าสำคัญ

กระบวนการดังกล่าวทำให้เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องมดหมอหยูกยาอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องชีวิตทั้งชีวิต เป็นเรื่องการจัดการการกิน การอยู่ การประกอบอาชีพแบบทุกอย่างเชื่อมโยงกัน สัมพันธ์อย่างแยกกันมิได้

ขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จัดกันอย่างเป็นระบบในนามของ “สมัชชาสุขภาพ” ในแต่ละพื้นที่และตามประเด็นต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2544 จนถึงวันนี้ ไม่ได้เพียงแต่สร้างสำนึกใหม่ในเรื่องการดูแลสุขภาพ การจัดการชีวิตให้สมดุลเท่านั้น แต่ได้ก่อให้เกิดนโยบายสาธารณะต่างๆ ขึ้นมามากมาย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เป็นผลของการทำงานร่วมกันของประชาสังคมที่จัดสมัชชาสุขภาพมาตั้งแต่ปี 2544 เคย เป็น พรบ.ที่เคยยาวมาก แต่ถูกตัดให้สั้นลงและเพิ่ม “ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ” เข้ามาพร้อมกับรายละเอียดต่างๆ

กระบวนการเรียนรู้เรื่องสุขภาพแบบองค์รวมดังกล่าว ทำให้ชุมชนต่างๆ เริ่มหันมาสร้างธรรมนูญของตนเอง ส่วนใหญ่ยังเป็นธรรมนูญสุขภาพของอำเภอ ของตำบล แต่ก็เริ่มมีการพัฒนาธรรมนูญประชาชนขึ้นมาอย่างจริงจัง อย่างกรณีของอำนาจเจริญ ที่ประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แฟชั่น ไม่ได้มาจาก “ผีบุญ” ไม่ได้มาจากการล้างสมองหรือกระแสชักจูงครอบงำด้วยผลประโยชน์ แต่มาจากจิตสำนึกใหม่ของคนไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ

คนเหล่านี้ได้เริ่มเข้าใจแล้วว่า สุขภาพดีมาจากการจัดการชีวิตของตนเองเป็นอันดับแรก คนสุขภาพดีคือคนที่พึ่งตนเองได้ด้านสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ ในทางเศรษฐกิจ การเมืองก็เช่นเดียวกัน อำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน พวกเขาจะต้องตัดสินใจเองว่าจะก้าวเดินไปทางไหน อย่างไร ไม่ใช่คอยแต่ให้คนอื่นมากำหนดให้ คอยแต่รับความช่วยเหลือและการชี้นำจากคนอื่น

พวกเขารู้แล้วว่าตนเองเหมือน “หมาบนทางด่วน” และหาทางลงจากทางด่วนดังกล่าว เพื่อเลือกว่าจะเดินไปบนทางไหน  ที่ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นเพราะถูกอุ้มขึ้นไป ถูกหลอกขึ้นไป

สำนึกใหม่ของการพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้ขยายผลไปสู่การเรียนรู้สู่การพึ่งตนเองด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง

บทเรียนของการส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน เป็นบทเรียนที่ยังไม่ได้เรียนรู้กันในภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้ผล ส่วนสำคัญคงเป็นเพราะขาดกระบวนการเหมือนกับที่ทำกันในเรื่องสุขภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างสำนึกใหม่ก่อนที่จะสร้างพรบ. ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งต้องมาทีหลัง ไม่ใช่มาก่อนอย่างที่มักทำกัน

พรบ.ที่ดี มีไว้เพื่อช่วยให้คนพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพราะ “ระเบียบที่ดีทำให้คนทำถูกได้ง่าย ทำผิดได้ยาก” แต่โดยมากมักทำตรงกันข้าม คือ สร้างระเบียบบที่ “ทำให้คนทำผิดได้ง่าย ทำถูกได้ยาก”

ในเรื่องการเมืองก็เช่นเดียวกัน คนที่ไม่สนใจ “สี” มีมากกว่าบรรดา “สีๆ” มากมายนัก เพียงแต่พวกเขาอาจไม่ได้แสดงออกด้วยวิธีการรุนแรง กดดัน ดึงดูดความสนใจของสังคม แต่เริ่มต้นจากตัวเอง เริ่มจากชุมชน เริ่มการสร้าง “ครรลองชีวิต” หรือสร้าง “แผนที่ชีวิต เข้มทิศชุมชน” ให้ตนเอง

วันนี้มีกลุ่มคนที่มีสำนึกใหม่นี้มากขึ้นเรื่อยๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ พวกเขาเชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายทางสังคมในรูปแบบต่างๆ สื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วทันใจ

อำนาจรัฐและอำนาจทุนไม่อาจมองข้ามพลังที่กำลังก่อร่างเป็นขบวนการประชาชนนี้ได้ ตรงกันข้าม จะต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ถ้ายังหลงคิดว่าตนเองมีอำนาจ และใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องอย่างเดียว  ก็จะเป็นความหลงผิดหลงยุคอย่างยิ่ง ไม่นานคงถูกไล่ลงจากเวที

 

Last modified on Tuesday, 15 January 2013 10:23