phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Tuesday, 18 December 2012 09:35

หนี้ที่ประชาชนต้องแก้เอง Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 7 พ.ย. 2555 

หนี้ครัวเรือนของคนรากหญ้าวันนี้หนักหนาสาหัสมากขึ้น พวกหัวปิงปองหรือหมวกกันน็อคเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนในชุมชน ไม่ใช่ตำรวจจราจร แต่เป็นคนทวงหนี้ที่ทั้งเอาเงินไปให้และไปทวงหนี้รับดอกร้อยละ 20 เป็นอย่างน้อย ต่อวัน ต่อสัปดาห์ ต่อเดือน ไม่ใช่ต่อปี

     ไม่มีอำนาจรัฐไหนไปจับคนเหล่านี้ แม้ว่าสิ่งที่ทำจะผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะที่สุดผู้รักษากฎหมายนั่นเองที่ไม่ยอมทำอะไร คงได้ประโยชน์และถูกฟาดหัวด้วยดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้ไปรีดเอาจากชาวบ้าน

     วงจรอุบาทว์ของหนี้สินของชาวบ้านมาจากนโยบายการพัฒนาประเทศที่ไปสร้างนิยายให้ชาวบ้านฝันว่า “พรุ่งนี้จะรวย” ฝันมา 50 ปี ตั้งแต่ 2504 ก็ไม่เคยรวย มีแต่หนี้สินที่เป็นดินพอกหางหมู ไปกู้ ธ.ก.ส. มาลงทุน แต่ขาดทุน เพราะฝนแล้ง น้ำท่วม โรคระบาดลง และอีกสารพัดสาเหตุที่ไม่มีใครไปเตือนให้รู้

     ถ้าไม่มีปัญหาเหล่านี้ ผลผลิตดีราคาก็ตก เพราะเมื่อมีมาก พ่อค้าก็กดราคา เมื่อได้เงินน้อย ไม่พอจ่ายในครัวเรือน ไม่มีเงินไปคืน ธ.ก.ส. ก็ไปกู้พ่อค้าไปคืน ธ.ก.ส. แล้วกู้ ธ.ก.ส. ไปคืนพ่อค้า เอาส่วนต่างไปลงทุน เวียนไปเวียนมา ทั้งเงินต้นทั้งดอกก็พอกพูน

คราวนี้ปุ๋ยก็ขึ้นราคา ยาก็ขึ้น น้ำมันก็ขึ้น ค่าแรงก็ขึ้น ปัจจัยการผลิตขึ้นหมด แต่ข้าว มัน และผลิตผลต่างๆ ไม่ขึ้น หนี้สินขึ้นแทน

รัฐบาลพักหนี้ แทนที่จะช่วย กลับทำให้ชาวบ้านไม่มีทางกู้จาก ธ.ก.ส. ต้องวิ่งไปหาเงินนอกระบบมากกว่าเดิม ซ้ำเติมปัญหาแทนที่จะบรรเทาปัญหา

อีกด้านหนึ่ง เงินที่กู้ยืมมาก็ไม่ได้เอาไปลงทุนทั้งหมด เอาไปซื้ออยู่ซื้อกิน เอาไปซื้อของที่ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น ทั้งของที่ต้องมีเพราะ “เป็นหนี้ไม่ว่า ขอให้ได้หน้าเป็นพอ” ค่านิยมที่เพิ่มหนี้ รวมทั้งที่ถูกกระหน่ำด้วยโฆษณาบ้าเลือดจนทนไม่ไหว ต้องไปซื้อหามากินมาใช้ให้ได้

รัฐบาลบอกว่าปรารถนาดี มีกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านไม่พอ ให้อีก 1 ล้าน ยังมีกองทุนสตรีและอื่นๆ รวมทั้งบัตรเครดิตชาวนา ที่น่าจะพาลงนรกมากกว่าขึ้นสวรรค์ เพราะเอาเงินอนาคตมาใช้ แล้วจะเอาไปซื้อแค่ปัจจัยการผลิตอย่างที่รัฐบาลบอกเท่านั้นหรือรัฐบาลมีแนวคิดว่า ถ้าเงินหมุนมากๆ เศรษฐกิจก็จะดี ประชาชนจึงถูกกระตุ้นทุกวิถีทางเพื่อให้ใช้จ่ายให้มาก คงมีแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกมาเตือนบรรดา สถาบันการเงินที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลเป็นปี่เป็นขลุ่ย โดยไม่ให้ความสำคัญเพียงพอกับการออม

สถานการณ์เช่นนี้ จะยังมีสักกี่คนที่ยังพูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพราะหนี้สินมากมายของคนยากคนจนแบบนี้แสดงให้เห็นว่า ชาวบ้าน ชุมชนและสังคมโดยรวมไม่มีภูมิคุ้มกันตนเอง ปล่อยให้เกิดหนี้สินที่ไม่มีทางออก ปล่อยให้มีเงินกู้นอกระบบที่ไปซ้ำเติมปัญหาชาวบ้าน

สังคมนี้ไม่ได้ใช้ความรู้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา แต่ใช้เงิน และครอบงำให้คนคิดง่ายๆ ได้แบบเดียวเท่านั้น ทำให้คนเชื่อว่า เอาหนี้ใหม่ไปใช้หนี้เก่าก็จะแก้ปัญหาได้ โดยไม่ได้ช่วยให้คิดหาทางออกทางอื่นที่ใช้ปัญญา ที่ทำให้คนถอยไปตั้งหลัก ไปทำแผนฟื้นฟูชีวิตของตนเองอย่างจริงจัง

หรือว่า มีเจตนาปล่อยให้คนจน คนรากหญ้าเป็นหนี้ซ้ำซาก และออกจากวงจรอุบาทว์ของหนี้สินและความยากจนนี้ไม่ได้ เพื่อจะได้ครอบงำ อุปถัมภ์ต่อไปไม่รู้จบ เพื่อจะได้ใช้ประชานิยมสร้างฐานการเมืองต่อไปให้ยาวนาน เหมือนหมอเลี้ยงไข้ ไม่ต้องการให้หายในประเทศพัฒนา คนจนเป็นคนออม คนรวยเป็นคนกู้ บ้านเราตรงกันข้าม คนรวยออม คนจนกู้ แต่ถ้ามีการเรียนรู้อย่างที่เกิดขึ้นในชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศวันนี้ คนจนก็ออมได้และพึ่งตนเองได้ แก้ปัญหาหนี้สินได้ และไม่ได้แปลว่าต้องออมวันละมากมายอะไร วันละบาทก็แก้ปัญหาได้

ประเทศแพ้สงครามและถูกทำลายย่อยยับอย่างเยอรมนีและญี่ปุ่นฟื้นคืนมาพัฒนาไปไกลเพราะการออม เช่นเดียวกับคนจีนที่แม้เมื่อก่อนนี้มีรายได้น้อย แต่ออมมาเป็นสิบๆ ปี วันนี้มีเงินออมของครัวเรือนและของประเทศมากกว่าใครในโลก มีเงินไปเที่ยวต่างประเทศได้

คนออมวันละบาทที่วัดอู่ตะเภา วัดดอน ที่หาดใหญ่ โดยพระครูพิพัฒนโชติส่งเสริมออมทรัพย์วันละบาทมากว่า 25 ปี วันนี้มีเงินกว่า 10 ล้านบาท สร้างสวัสดิการชุมชนได้มากมาย กลายเป็น “ธนาคารชีวิต” ที่คนไม่ได้เอาแค่เงินมารวมกัน แต่เอาชีวิตมารวมกัน ซึ่งยิ่งใหญ่และมีค่ามากกว่าเงินเสียอีก ทำให้คนได้เอาทุนทางสังคมมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันอีกต่างหาก

คนอย่างครูชบ ยอดแก้วที่สร้างกลุ่มสัจจะออมทรัพย์พัฒนาครบวงจรชีวิตตั้งแต่ 30 ปีก่อน ออมทรัพย์ที่มีสวัสดิการ กลายมาเป็นกองทุนสวัสดิการวันละบาทวันนี้ ที่พระอาจารย์สุบิน ปณีโต เอาไปเผยแพร่ที่จังหวัดตราด ที่ทำให้เกิดกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนมากกว่าครึ่งจังหวัด หรือเครดิต ยูเนียน ธนาคารคนจนที่พัฒนามาจากเยอรมนีเมื่อ 150 กว่าปีก่อน ที่เข้ามาแพร่หลายในเมืองไทย และแก้ปัญหาหนี้สินและช่วยให้คนจนมีทางออกจากปัญหาทางตันของชีวิตได้

ศาสตราจารย์โรเบิร์ต มันเดล นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลมาพูดที่เมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีก่อนบอกว่า การออมในระดับครัวเรือนสำคัญอย่างยิ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเล็กๆ อย่างประเทศไทย เพื่อจะได้สร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาอย่างมั่นคง ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แปลก สหประชาชาติก็ดี นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลก็ดี เห็นดีด้วยกับแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่รัฐบาลไทย ในทางปฏิบัติ ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าเห็นด้วยเลย

 

 

Last modified on Thursday, 20 December 2012 18:19