phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 02 July 2014 08:05

โรดแมปการพัฒนายั่งยืน Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 2 กรกฎาคม 2557

โรดแมปการพัฒนาชุมชนยั่งยืนนั้นอาจใช้ “สูตร 3-5-3” ซึ่งเป็นการสรุปบทเรียนจากการทำงานกับชุมชน จากความสำเร็จและความล้มเหลว จากชุมชนต้นแบบที่ผ่านการเรียนรู้และการพัฒนา ก้าวพ้นสภาวะความยากจนและความด้อยพัฒนามาก่อน จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ

                สูตร 3-5-3 เริ่มด้วย 3 ขั้นสู่การพัฒนายั่งยืน คือ “รอด-พอเพียง-มั่นคงยั่งยืน” (ทฤษฎี 3S : survived-sufficient-sustainable)  เริ่มจากทำอย่างไรให้รอดจากความยากจน ปัญหาหนี้สิน ซึ่งเป็นสภาพติดลบของชีวิต เป็นวงจรอุบาทว์ที่หาทางออกไม่ได้ เหมือนคนกำลังจะจมน้ำตาย ทำอย่างไรให้รอดได้

                ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพนี้ เช่นเดียวกับชุมชนหมู่บ้าน อบต. เทศบาล ซึ่งได้มีการสำรวจวิจัยแบบมีส่วนร่วม โดยการประเมินจากภายนอกภายใน และให้ชุมชนประเมินตนเองด้วยพบว่า ร้อยละ 80 ยังอยู่ในสภาพนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่ก็มีความพยายามที่จะปลดปล่อยตนเองจากาสภาพดังกล่าว แต่ยังขาดวิธีคิด วิธีปฏิบัติ ขาดเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาตนเอง ส่วนใหญ่ยังรอแต่งบประมาณจากรัฐ จากภายนอก

                ชุมชนประมาณร้อยละ 18 อยู่ในสภาพที่รอดแล้ว และกำลังพัฒนาในระดับ “พอเพียง” ค่อยๆ สร้างระบบเศรษฐกิจสังคมของตนเอง ชุมชนเหล่านี้ถามตนเองและหาคำตอบว่า เมื่อรอดแล้ว ทำอย่างไรให้อยู่อย่างพอเพียง พึ่งพาตนเองได้และมีความสุขตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

ชุมชนเพียงประมาณร้อยละ 2 เท่านั้นที่นับได้ว่าอยู่ในขั้นที่ 3 คือ “มั่นคงยั่งยืน” มีการจัดการตนเองอย่างเป็นระบบแบบรอบด้าน  มีการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองที่มีประสิทธิภาพ มีระบบเศรษฐกิจสังคมของตนเอง มั่นใจว่าสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและของโลกได้ อย่างน้อยก็มีความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน การจัดการทรัพยากร การจัดการสุขภาพของชุมชน

ขั้นที่สามจึงเป็นการดำเนินการให้อยู่ได้อย่างมั่นคงในโลกที่มีปัจจัยแปรผัน การแข่งขันสูง พร้อมกับความเสี่ยงมากมายที่จะอาจทำให้กลับไปสู่สภาพชุมชนล้มเหลว กลับไปยากจนและเป็นหนี้เหมือนเดิมได้อีกถ้าหากไม่ปรับตัวและพัฒนาตนเอง “จากข้างใน”  ไม่ใช่รอแต่ความช่วยเหลือจากภายนอก

ตัวเลข 5 ในสูตร 3-5-3 หมายถึงเครื่องมือสำคัญเพื่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองและพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง  คือ การทำแผน 4 แผนเพื่อพัฒนาตนเองและครอบครัว คือ แผนชีวิต แผนอาชีพ แผนการเงิน แผนสุขภาพ ซึ่งได้พิสูจน์มาหลายปีแล้วว่า มีประสิทธิภาพ ช่วยให้แก้หนี้แก้จนได้ผลอย่างยั่งยืนหรืออย่างเด็ดขาด  เป็นแผนการฟื้นฟูชีวิตได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่เรื่องการเงิน แต่เรื่องการจัดการชีวิตทั้งหมดทุกด้าน

นอกจากแผน 4 แผนแล้ว ยังต้อง +1 คือรวมแผนแม่บทชุมชน ซึ่งเป็นเครื่องมือการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของชุมชน ไม่ใช่แผนที่เป็นสูตรสำเร็จ ที่ลอกกันไปลอกกันมาเพื่อของบประมาณ แต่เป็นเครื่องมือเพื่อการค้นให้พบตัวเอง ค้นหารากเหง้าและศักยภาพของตนเอง ทรัพยากรในท้องถิ่น การใช้จ่าย การกินการอยู่ รวมทั้งสถานภาพที่เป็นจริงในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหา ความต้องการ และความฝันของชุมชน แล้วจึงแปรข้อมูลทั้งหมดเป็นแผนแม่บทชุมชน

ทั้ง 5 แผน (4+1) นี้ คือ แผนที่ชีวิต เข็มทิศชุมชน ที่ชุมชนเป็นผู้ทำเอง ไม่ใช่ให้ใครจากภายนอกมาทำให้ มากำหนดให้ พร้อมกับสัญญาว่าจะให้งบประมาณ ความช่วยเหลือต่างๆ อย่างที่ทำกันมา จนชุมชนอ่อนแอพึ่งตนเองลุกขึ้นเดินเองไม่ได้ ต้องให้คนอุ้มอยู่ตลอดเวลา  เป็นชะตากรรมที่อยู่ในมือของคนอื่น

เลข 3 สุดท้ายในสูตร 3-5-3 หมายถึง “คุณธรรม-ความรู้-ระบบการจัดการที่ดี” ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง  คุณธรรมนำทางชีวิตทำให้เราตัดสินใจไม่เอาเงินเป็นเป้าหมายอย่างที่สังคมอยากให้ทำ แต่เอาความสุขเป็นเป้าหมาย ซึ่งจะบรรลุได้ก็ต้องอาศัย “ปัญญา-ความกล้าหาญ-ความเพียรทน”  (เยี่ยงพระมหาชนก)

สังคมวันนี้คนมีความรู้เท่านั้นจึงจะอยู่รอด พอเพียง มั่นคงยั่งยืนได้ จึงต้องมีการเรียนรู้ที่เหมาะสม  เพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม รู้เท่าทันร้อยเล่ห์กลโกงของคนไม่ดี การครอบงำของคนมีอำนาจทางเศรษฐกิจและสังคม  คนมีความรู้เท่านั้นจึงคิดได้ ตัดสินใจได้ เลือกได้ พึ่งตนเองได้

ที่สำคัญ การอยู่ในสังคมเช่นนี้ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี ที่หมายถึงมีการจัดการชีวิต จัดการชุมชนอย่างเป็นระบบ การทำแผน 4 แผน ทำให้เกิดแผนที่ชีวิต การทำแผนแม่บทชุมชน ทำให้เกิดระบบการจัดการการกินการอยู่  มีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง  เป็นการจัดการให้อยู่อย่างมีแบบมีแผนทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน จึงอยู่อย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวไม่ว่าด้วยปัจจัยภายในหรือภายนอก หรือเกิดปัญหาร้ายแรงจนรับไม่ได้ ล่มสลายแตกแยก

การปฏิรูปสังคมจะสำเร็จได้ต้องมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง มีภาคประชาชนและชุมชนที่เข้มแข็ง ไม่ใช่มีแต่มวลชนบอด (blind mass) โง่เขลา ถูกครอบงำและเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ

 ชุมชนส่วนมาก คนไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้น 1 คือ ยากจนและเป็นหนี้แบบไม่มีทางออก แก้ตรงนี้ไม่ได้ ก็ไม่สามารถก้าวไปสู่ความพอเพียงและไม่สามารถอยู่อย่างมั่นคงยั่งยืนได้  ไม่มีการปฏิรูป มีแต่การเวียนว่ายตายเกิดในวงจรอุบาทว์เดิมๆ 

Last modified on Wednesday, 16 July 2014 10:21