phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 15 January 2014 09:17

สภาประชาธรรม Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 15 มกราคม 2557

การเมืองเป็นเรื่องอำนาจ เรื่องนโยบาย เรื่องการตัดสินใจ คนมีอำนาจมีแนวโน้มเหลิงอำนาจ ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าเพื่อส่วนรวม ยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งทำผิดได้มาก อย่างที่ลอร์ดเมาท์บัตตันบอก Power tends to corrupt; absolute power corrupts absolutely.

          เราจึงเห็นนักการเมืองลุแก่อำนาจ บ้าอำนาจ ตัดสินใจและกำหนดนโยบาย ออกกฎหมายตามอำเภอใจ ไม่เห็นหัวประชาชนที่เลือกตนเข้าไปทำหน้าที่แทน ทำตัวประหนึ่งว่าได้รับสัมปทานอำนาจแบบไร้ขีดจำกัด ไม่ถามความเห็นของประชาชน ไม่สนใจความเห็นของคนส่วนน้อย ไปสุดซอยแบบไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีจริยธรรม

          การนำหลักศาสนาเข้ามาประยุกต์ในการเมืองจึงเป็นเรื่องจำเป็นในหลายประเทศ เพื่อให้สังคมมีเข็มทิศนำทาง จะได้ไม่หลงทางเพราะได้ผู้นำ แกนนำที่สับสนในหลักจริยธรรมทางการเมือง ลุ่มหลงในกิเลส ลาภยศสรรเสริญ

 

          ประเทศเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่2 เกิดมีพรรคการเมืองใหม่อย่าง Christian Democratic Union (CDU) และ Christian Social Union (CSU) เป็นการถอยหลังไปตั้งหลักใหม่ในทุกเรื่อง เพราะเยอรมนีถูกทำลายย่อยยับ สังคมล่มสลายเพราะเผด็จการรัฐสภาบ้าอำนาจของฮิตเลอร์ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ ถูกยุบไปยกเว้นพรรคนาซีของฮิตเลอร์

          หลักการของพรรคพี่น้องอย่าง CDU/CSU ที่สำคัญ คือ หลักศีลธรรมทางศาสนาคริสต์ทั้งคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ แต่สมาชิกก็ไม่ได้มีแต่คนที่นับถือศาสนานี้ มีคนที่นับถือศาสนาอื่นหรือไม่ได้นับถือศาสนาก็เป็นสมาชิกได้ เพราะพรรคการเมืองนี้มีหลักศีลธรรมอันเป็นพื้นฐานร่วมของความเป็นมนุษย์

          ที่สำคัญ คอนราด อาเดเนาว์ ผู้นำพรรคการเมืองนี้เป็นคนที่เชื่อในศาสนาจริง ปฏิบัติตามหลักศาสนาในชีวิตประจำวัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นคาทอลิกที่ไม่เพียงแต่ไปโบสถ์วันอาทิตย์ แต่เป็นคนที่มีจิตใจดี มีความซื่อสัตย์ ไม่มีใครสงสัยในเรื่องคุณธรรม (moral integrity) ของเขา

          อาเดเนาว์เป็นคนที่ทำสิ่งที่ตนเชื่อและพูด เขาเป็นคนที่ประหยัดจนบางคนบ่นว่าขี้เหนียว แต่เขาก็ยืนยันว่า ถ้าไม่มีวินัยทางการเงิน ชีวิตครอบครัวก็จะไม่มีหลักประกัน สังคมก็ไม่มั่นคง เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาของระบบเกษียณอายุที่เริ่มจากเยอรมนี เผยแพร่ไปทั่วโลก ทำให้ผู้คนไม่ว่าประกอบอาชีพใดออมเงินอย่างเป็นระบบ และมีหลักประกันเมื่องเกษียณอายุ

          อาเดเนาว์ใช้เวลาในการไปโบสถ์สวดมนต์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมีงานยุ่งมากเพียงใด เขาจะมีเวลาปฏิบัติศาสนกิจโดยไม่ขาด และในเวลาที่ต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เขาจะไปโบสถ์และสวดมนต์เป็นเวลานานนับชั่วโมง เพื่อให้ได้พลังจากสวรรค์ แสงสว่างทางปัญญา เพื่อให้เขาตัดสินใจได้ถูกต้อง และยังประโยชน์ให้สังคมประเทศชาติจริงๆ

          หลังสงครามโลกครั้งสอง และหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ พม่าภายใต้การนำของ อูนุนายกรัฐมนตรีคนแรก ได้ฟื้นฟูบูรณะประเทศด้วยแนวทาง “วิถีพม่าสู่สังคมนิยม” (Burmese way to Socialism) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลักพุทธศาสนา อันเป็นที่มาของแนวคิดเรื่องเศรษฐศาสตร์ชาวพุทธ (Buddhist Economics) ของอี เอฟ ชูมาเคอร์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน ซึ่งไปเป็นที่ปรึกษาระยะสั้นๆ ให้นายกรัฐมนตรีอูนุ และประทับใจในหลักพุทธศาสนา

ชูมาเคอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากพุทธศาสนาอันเป็นที่มาของชื่อหนังสือ Small is Beautiful เล็กนั้นงาม และน่าจะมีส่วนสำคัญในการเกิดขึ้นของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งมีหลักคิดเดียวกัน ที่นำเอาแก่นพุทธศาสน์มาใช้ หลักที่ว่าด้วยความพอดี ซึ่งเป็นความจริงและความงามของชีวิตที่อยู่ด้วยกันในสังคมและอยู่กับธรรมชาติโดยไม่เบียดเบียนกัน ไม่เอาเปรียบกัน

หลักพุทธศาสนาสอนให้คนเลือกทางสายกลาง ซึ่งหมายถึงความถูกต้อง ดี งาม อันเป็นความลงตัวของชีวิต ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใหญ่โตมโหฬาร ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากมายอย่างที่การพัฒนาในกระแสหลักทำกัน  เพราะสิ่งที่จำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีนั้นไม่ได้ใหญ่โตหรือมากมายเพียงนั้น

มีคนบอกท่านอูนุ ว่า ใต้แผ่นดินพม่ามียูเรเนียมมากมายมหาศาล ถ้าขุดขั้นมา พม่าจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย  ท่านอูนุ ตอบว่า มันอยู่ที่นั่นมานานหลายพันปี ถ้าอยู่ต่อไปอีกสักสองร้อยปีคงไม่เป็นไร และอูนุก็ไม่ได้ขุดขึ้นมาขาย และเราก็ไม่ทราบว่า ความมั่งคั่งของพม่าในระยะหลังๆ นี้มีที่มาจากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้มากน้อยเพียงใด

นอกจากศานาคริสต์และพุทธศาสนา ศาสนาอิสลามก็เป็นหลักสำคัญในรัฐอิสลามในหลายประเทศ ซึ่งนำเอากฎหมายอิสลามมาใช้เป็นกฎหมายบ้านเมืองหรือประยุกต์ให้สมสมัย อย่างกรณีของอิหร่านนับแต่การปฏิวัติของอายะตุลลอฮ์ โคมัยนี 

ทั้ง 3 ประเทศที่อ้างมานี้ต่างก็ใช้หลักประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้มีแต่การเลือกตั้ง แต่เคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีรัฐสภา มีกลไกต่างๆ ของรัฐเพื่อให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล มีอำนาจทั้ง 3 ของการบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ ที่สำคัญ มีพื้นฐานศีลธรรมที่มั่นคงเหมือนตึกที่มีเสาเข็ม พายุมาก็ไม่สะเทือน

         ไม่เช่นนั้น สาธารณรัฐประชาชนจีนคงไม่ส่งเสริมการกลับไปหาขงจื้อ เพื่อจีนจะได้ไม่มีแต่สภาประชาชน แต่มีสภาประชาธรรมด้วย

 

Last modified on Wednesday, 15 January 2014 19:11