phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Thursday, 07 November 2013 21:18

สู่หน้าใหม่ประวัติศาสตร์ไทย Featured

Rate this item
(0 votes)

เขียนค่ำวันที่่ 7 พ.ย. 2556

@ รัฐบาลหมดความชอบธรรม สภาฯ สส. หมดความชอบธรรม พรบ.นิรโทษกรรมถูกประชาชนตีตกไป ทั้งโพลและพลังประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ออกมาทั่วประเทศไม่รับ พรบ.นี้ ซึ่งเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ไม่อาจทนต่อการคอร์รัปชั่นอำนาจ การคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย การคอร์รัปชั่นงบประมาณ การออกกฎหมายที่ทำลายนิติรัฐ นิติธรรม โดยลุแก่อำนาจ คิดว่ามีมือมากพอที่จะผ่านกฎหมายอะไรก็ได้  เป็นการดูถูกประชาชน คิดว่าเป็นคนโง่ คิดว่าไม่มีทางรวมตัวกันต่อต้านได้  ประเมินแล้ว “แค่หมื่นเดียว”

 

@14 ตุลา 2516 พลังประชาชนได้ออกมาเต็มถนนเพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร  40 ปีต่อมา เป็นปรากฏการณ์คล้ายกัน แต่คราวนี้ประชาชนออกมาเพื่อต่อต้านเผด็จการรัฐสภา เผด็จการที่รวมพลังระหว่างอำนาจทุนและอำนาจรัฐ  โดยภาคธุรกิจ ทุนนิยม ที่เข้ามามีอำนาจในการบริหารจัดการประเทศ  ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะเรียก Thai Spring หรืออย่างไรก็คงไม่ผิด เพราะสื่อสังคมได้เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน กลายเป็น “ทุนทางสังคม” ใหม่ที่ร้อยรัดจิตใจของคนไทยเข้าด้วยกัน ด้วยข้อมูล ข่าวสาร อารมณ์ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

 

 

@ การแสดงออกครั้งนี้แตกต่างจากการชุมนุมของประชาก่อนรัฐประหาร 2549 หรือแม้แต่ 2534 ในยุค รสช. ทั้งสองครั้งมีการใช้โทรศัพท์มือถือสื่อสารกัน ครั้งนี้เป็น Social media ที่พัฒนาไปไกลมากแล้ว เป็นยุค 3G ยุคที่มีเครื่องมือมากมาย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ คนที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง มีอาชีพ มีความรู้ มีสถานภาพ อย่างสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนที่ออกมาทีละสถาบันโดยไม่ต้องพร้อมกัน แต่เป็นการแสดงพลังของการต่อต้านปฏิเสธ นอกนั้นมีแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลต่างๆ คนอาชีพหลากหลายที่ออกแถลงการณ์ และร่วมลงชื่อต่อต้าน พรบ.ฉบับเหมาเข่งสุดซอย ผิดซอย เป็นซอยตัน และถูกปิดซอย เดินหน้าไม่ได้ และอยากถอยออกมา แต่คนที่ปากซอยไม่ยอมให้ออก นอกจากจะถอดหัวโขนออกให้หมด

 

@ การออกมาของสถาบันอุดมศึกษาครั้งนี้มีพลังมาก เป็นครั้งแรกที่อธิการบดี อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าและปัจจุบันรวมพลังกันได้อย่างมากมายขนาดนี้ ดังประโยคเด็ดๆ ที่มีการส่งข้อความปลุกเร้าพลังกันในโซเซียลมีเดีย คำพูดของ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Thomas Jefferson ที่ว่า “When injustice becomes law, resistance becomes duty.” เมื่อความอยุติธรรมกลายเป็นกฎหมาย การลุกขึ้นต่อต้านก็เป็นหน้าที่ (ของพลเมือง) เป็นการแสดงให้เห็นว่า สถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้ยังเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อุดมปัญญา สมกับคำของวิลเลียม เบลค ที่ว่า “คนมีความรู้ปกครองง่าย แต่ครอบงำยาก และกดขี่ข่มเหงไม่ได้เลย”

 

@ คำคมที่ส่งต่อๆ กันในโซเซียลมีเดียมีอีก เช่น The world suffers a lot, not because of the violence of bad people, but because of the silence of good people. โลกนี้ประสบความเจ็บปวดมามากมาย ไม่ใช่เพราะคนไม่ดีก่อความรุนแรง แต่เพราะคนดีพากันเงียบต่างหาก (นโปเลียน โบนาปาร์ต)  เป็นแรงกระตุ้นให้คนจำนวนมากไม่อาจนั่งดูต่อไป ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาเสียดสีว่า ผู้คนออกมากันมากเพราะกลัวจะตกกระแส ซึ่งเป็นการดูถูกสติปัญญาของประชาชน เหมือนกับที่ดูถูกมาตลอด และที่เกิดปัญหา ออกพรบ.สุดซวยนี้ก็เป็นเพราะดูถูกสติปัญญาของประชาชนนี่เอง

 

@ สิ่งที่ผลักดันให้ผู้คนออกมามากมายไม่ขาดสาย แม้ว่าจะไม่พร้อมกันแบบมืดฟ้ามัวดิน แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง และไม่เพียงแต่ที่กรุงเทพฯ แต่ทั่วประเทศ เป็นพลังแห่งจิตวิญญาณ (SPIRIT) อันยิ่งใหญ่ของคนไทยที่แสดงออกมาพร้อมกัน เป็นจิตสำนึกของวิญญาณเสรีที่ไม่ต้องการถูกกดขี่ข่มเหงโดยอำนาจรัฐที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ เป็นเผด็จการรัฐสภา  นี่คือวิภาษวิธี (dialectic) ของประวัติศาสตร์สังคมไทย ที่จิตวิญญาณเสรีกำลังปรากฏตัวออกมา เพื่อหมุนไปสู่สังคมใหม่ จิตวิญญาณร่วมกันของคนไทยนี้ ถ้าเป็นบุคลาธิษฐานก็น่าจะเป็น “พระสยามเทวาธิราช” นั่นเอง

Last modified on Monday, 11 November 2013 14:55