phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 06 November 2013 20:35

เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 6 พฤศจิกายน 2556

ญี่ปุ่นบุกไทยในปี 2484 ไทยประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามเดือนสิงหาคม 2488 รัฐบาลไทยบอกกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า ได้ถูกบังคับให้ประกาศสงครามกับพันธมิตร ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ของปวงชนชาวไทย

     รัฐบาลไทยให้เหตุผลว่า ระหว่างที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครองนั้น มีความพยายามที่จะปลดปล่อยประเทศไทยโดยการจัดตั้งขบวนการเสรีไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในประเทศมีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ ที่สหรัฐอเมริกามี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นอกนั้นมีที่อังกฤษด้วย โดยมีที่ประสานงานที่มหาวิทยาลัยแคมบริดช์

     ในส่วนกลางมีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกนายทหารและรับนักเรียน นิสิตนักศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนหนุ่มสาวเหล่านี้มาฝึกเป็นผู้บังคับบัญชากองกำลังใต้ดินเพื่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น เป็นกองบัญชาการประสานงานส่งข่าวสารไปทั่วประเทศ

 

 

     ส่วนในต่างจังหวัดนั้นมีศูนย์กลางการดำเนินงานอยู่ที่ภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยมีผู้นำสำคัญ คือ นายเตียง ศิริขันธ์ ส.ส.สกลนคร มีผู้ร่วมงานหลายคน เช่น นายครอง จันดาวงศ์ ซึ่งเป็นครูอยู่ที่อำเภอสว่างแดนดิน มีการชักชวนชาวบ้านมาฝึกอาวุธเป็นกองทัพประชาชน มีการจัดทำสนามบิน 3 แห่งที่บ้านโนนหอม บ้านเต่างอย บ้านตาดภูวง เป็นฐานรองรับกองกำลังจากพันธมิตร ทั้งอเมริกา อังกฤษ และจีน (ฐาน A America ฐาน B British และฐาน C China)

     ความจริง กองกำลังจรยุทธได้จัดตั้งขึ้นทั่วภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดนครพนม มหาสารคาม หนองคาย อุดรธานี อุบลราชานี นอกจากสกลนครแล้วมีกองบัญชาการสำคัญอีก 2 แห่ง คือ ที่เลย และที่ขอนแก่น แกนนำสำคัญนอกจากนายเตียง ศิริขันธ์ นายครอง จันดาวงศ์ ที่สกลนครแล้ว ยังมีนักการเมืองหลายคน คือ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส.อุบลราชานี นายถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส.มหาสารคาม รวมถึงผู้นำสำคัญอย่างนายแพทย์อ้วน นาครทรรพ นายสวัสดิ์และนายสวาส ตราชู นายสนิท ประสิทธิพันธ์ นายถวิล สุนทรศารทูล

     การเตรียมการของเสรีไทยเป็นการเตรียมการต่อสู้จริง แต่การรบยังไม่เริ่ม ญี่ปุ่นก็แพ้สงคราม ไทยก็รอดพ้นจากการเป็นประเทศแพ้สงครามที่ต้องแบกรับผลกรรมตามมามากมาย แล้วการต่อสู้ทางการเมืองก็ดำเนินต่อไป จากรัฐประหารปี 2490 และซ้ำอีก 2491 เมื่อจอมพล ป.พิบูลสงครามกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี

     เหตุการณ์ที่เรียกว่ากบฏวังหลังในปี 2492 บวกกับการเริ่มแพร่หลายของแนวคิดสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ สังคมได้เห็นการเข่นฆ่าแย่งชิงอำนาจกันเองอย่างโหดเหี้ยมและต่อเนื่องมาจนถึง 14 ตุลา 2516

     กลุ่มบุคคลที่เป็นผู้นำเสรีไทยต่างก็ประสบชะตากรรมต่างๆ กัน อดีต ส.ส. และรัฐมนตรี 4 คน คือ

     ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ อดีต ส.ส. อุบลราชธานี ถวิล อุดล อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด จำลอง ดาวเรือง อดีต ส.ส.มหาสารคาม และ ทองเปลว ชลภูมิ์ อดีต ส.ส. ปราจีนบุรี ทั้งสี่คนนี้เป็นรัฐมนตรีหลายสมัยในหลายรัฐบาลในระหว่างปี 2487-2490 ทั้งสี่คนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนพหลโยธิน ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะที่ถูกย้ายที่คุมขังไปยังสถานีตำรวจบางเขน ตำรวจอ้างว่ามีขบวนโจรมลายูมาแย่งชิงนักโทษจึงเกิดการปะทะกัน ตำรวจ 20 นายไม่มีใครบาดเจ็บ แต่นักโทษตายทั้งหมด ถูกยิงคนละกว่า 10 นัด คากุญแจมือ

     หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายเตียง ศิริขันธ์พยายามเก็บตัว แต่ที่สุดก็มีคนพบว่าถูกฆ่าตายที่จังหวัดกาญจนบุรีในปี 2495 ส่วนนายครอง จันดาวงศ์นั้น ถูกจำกุมคุมขังด้วยข้อหากบฏ และการกระทำอันเป็นคอมอมมิวนิสต์ ออกจากคุก 2500 จอมพลสฤาดิ์ ธนรัตย์ ปฏิวัติ แล้วให้มีการเลือกตั้ง นายครองลงสมัคร ได้รับเลือกเป็น ส.ส. สกลนคร อยู่ได้ 10 เดือน จอมพลสฤษดิ์ ปฏิวัติอีกรอบในปี 2491 

     นายครอง จันดาวงศ์ถูกจับกุม มีการบอกเล่าเรื่องราวการท้าทายอำนาจเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์อย่างองอาจว่า "ผมรู้ดีว่าท่านต้องยิงเป้าผมแน่ แต่อย่าคิดว่าผมกลัวนะ ยิงเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ที่ผมกลัวน่ะ ไม่ใช่กลัวจะถูกยิงเป้า แต่กลัวว่าท่านจะหนีไปได้ เมื่อประชาชนลุกขึ้นมา ผมภาวนาขออย่าให้ท่านหนีไปได้ ขอให้ประชาชนเอาเลือดของท่านล้างตีนให้ได้"  

     นายครอง ถูกประหารชีวิตตามคำสั่ง ม. 17 ที่สนามบินเก่าอำเภอสว่างแดนดิน ที่ที่เขาเคยเป็นครู และทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนของอำเภอนี้และจังหวัดสกลนคร พยานเหตุการณ์เล่าว่า เขาเดินเข้าสู่แดนประหารอย่างไม่สะทกสะท้าน แพทย์ไปตรวจร่างกายยังพบว่าเป็นปกติดี

     ไปสกลนครวันก่อน คิดถึงนักการเมืองเหล่านี้ที่ได้ต่อสู้เพื่อประชาชนจริงๆ ครูเตียง ศิริขันธ์ คือผู้ประกาศว่า เขาจะต่อสู้เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเท่าเทียม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ครูครอง คือ คนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ท้าทายอำนาจเผด็จการ ไม่ยอมสยบแม้จะต้องถูกประหาร

     กลับมากรุงเทพฯ ดูทีวี เห็นนักการเมืองกำลังพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมในสภาฯ ถามตัวเองเหมือนคนไทยทั้งหลายกำลังถามกันวันนี้ว่า พวกเขากำลังทำหน้าที่เพื่อใคร

Last modified on Monday, 11 November 2013 14:56