phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 18 September 2013 06:57

ยางพารา ปัญหาวิธีคิด (3) Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 18 กันยายน 2556

ปัญหายางพารามีความซับซ้อน แต่ถ้าศึกษาให้ดี มีข้อมูลรอบด้านก็จะเข้าใจว่า ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ มียุทธศาสตร์ ชุมชนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่รอแต่ให้รัฐช่วย ถึงจุดที่รอไม่ได้ ทนไม่ไหวก็ไปปิดถนน 

สิ่งที่ลุงประยงค์ รณรงค์แนะนำเรื่องการแก้ปัญหายางพาราวันนี้ สำหรับรัฐบาล คือ ๑) การจำกัดปริมาณการปลูกยางพารา ไม่ว่าจะด้วยวีธีการทำโซนนิ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ การโค่นยางเก่า และเสนอทางเลือกอย่างอื่นให้เกษตรกร ๒) การพัฒนาคุณภาพยาง พันธุ์ยาง การพัฒนาดิน ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ๓) การแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ๔) พัฒนาความร่วมมือจริงจังกับประเทศปลูกยางโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน

ประเทศมาเลเซียลดพื้นที่ปลูกยางลง เน้นการแปรรูป การวิจัยและพัฒนา ทำให้มูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทำการเกษตรอย่างอื่นแทนยางพารา ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างที่ไทยกำลังเผชิญ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไล่หลังในด้านปริมาณการผลิต ได้เปรียบไทยที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ไม่มีพ่อค้าประเทศไหนจะเลือกซื้อของแพงอย่างยางไทยเป็นอันดับแรก 


ปลูกยางเมื่อ 10 ที่แล้วอยู่ที่ 12 ล้านไร่ วันนี้เกือบ 20 ล้านไร่ ขณะที่ประเทศเพื่อบ้านก็ปลูกยางกันไม่รู้กี่ล้านไร่ เพื่อนชาวลาวบอกว่า ที่บ้านเขามี ทะเลยางพารา ไปไหนก็เห็นแต่สวนยางเต็มไปหมด สวนยางเหล่านี้เป็นของคนลาวบ้าง ไทยบ้าง เวียดนามบ้าง จีนบ้าง

เช่นเดียวกับที่กัมพูชาและพม่า ส่วนของจีนนั้นปลูกกันทางภาคใต้ ที่ยูนนานและเกาะไหหลำ ซึ่งเห็นว่าโค่นยางทิ้งไปเป็นล้านไร่ ส่วนหนึ่งเพราะคุณภาพไม่ดี ส่วนหนึ่งเพราะเขาวิเคราะห์แล้วว่า ราคายางจะตกต่ำ เอาที่ดินไปทำอย่างอื่นดีกว่า

วันนี้มีโรงงานแปรรูปยางมากขึ้น แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานขนาดเล็กของเอกชน ที่ทำยางแท่งและยางคอมเปานด์ ที่นำยางมาบดแล้วผสมกำมะถันกลายเป็นวัตถุดิบไปขึ้นรูป ของชุมชนก็มีอย่างโรงงานกลุ่มธารน้ำทิพย์ที่เบตงและที่อื่นๆ

ส่วนยางแผ่นนั้นประเทศต่างๆ มีความต้องการน้อยลง ประเทศไทยปลูกยางเกือบ 20 ล้านไร่ ได้ยางประมาณ 3.7 ล้านตัน ส่งออกประมาณร้อยละ 90 แปรรูปเองใช้เองในประเทศร้อยละ10 ที่กำลังพยายามนำไปใช้ทำถนน ผสมยางมะตอยราดถนนก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ต้นทุนแพงมาก ลุงประยงค์บอกว่า ถ้ายางราคาต่ำกว่า 30 บาท ก็คุ้ม ถ้าราคาสูงกว่า และรัฐบาลต้องการช่วยชาวสวนยางก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็มีอีกมากมายหลายอย่างที่น่าจะทำได้ถ้าหากมีการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง

การวิจัยและพัฒนาน่าจะเริ่มตั้งแต่พันธุ์ยาง ซึ่ง 100 ปีที่ผ่านมา ไทยวิจัยและพัฒนายางได้ไม่กี่พันธุ์ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เห็นว่าพัฒนาได้แค่พันธุ์เดียว

แล้วมหาวิทยาลัยไทย มหาวิทยาลัยของรัฐเกือบ 100 แห่ง ทำอะไร ได้งบประมาณวิจัยไปเท่าไร ปัญหายางพารามาจากการขาดการวิจัย ไม่มีความรู้ใหม่ ไม่มียางพันธุ์ใหม่ ไม่มีวิธีการใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน หากินกับของเก่าเท่านั้น

(รัฐบาลเองก็ตั้งท่าจะส่งเสริมมหาวิทยาลัยวิจัย แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเห็นหลัง ทำไมไม่สนับสนุนให้ทุกมหาวิทยาลัยวิจัย ทำไมต้องมีแค่บางมหาวิทยาลัยก็ไม่รู้ ในเมื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยน่าจะเป็นหน้าที่หลักในการสร้างความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนา ไม่ใช่ไปท่องตำราฝรั่ง ไปเลียนแบบคนอื่น)

ลุงประยงค์ บอกว่า ที่นอนยางพาราหนา 2 นิ้ว ยาว 6 ฟุต เป็นที่นอนชั้นดี ไม่ปวดหลัง แต่ราคาทำไมสูงถึง 15,900 บาท ทำให้ราคาถูกลง ให้คนทั่วไปสามารถซื้อหามานอนได้ ทำไมรัฐบาลไม่ช่วยสนับสนุนด้วยมาตรการต่างๆ เพื่อให้ผลผลิตจากยางพารามีราคาถูกลง ถ้าคนซื้อสัก 1 ล้านชิ้น ยางดิบอีกอีกแสนตันจะถูกนำมาป้อนโรงงานทำที่นอนยาง ตัวเลขการส่งออกจากลดลง รายได้จากยางพาราจะเพิ่มขึ้น

วันนี้กระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมและมีเป้าหมายให้เพิ่มการผลิตถุงมือยางในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องดี ทำอย่างไรให้ทุกประทรวงที่เกี่ยวข้องทำเรื่องนี้ ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านสถาบันการศึกษาต่างๆ กระทรวงมหาดไทยที่ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชน ซึ่งควรจะเป็นอะไรมากไปกว่าเพียงการนำใบยางมาทำดอกไม้ประดิษฐ์ 

การวิจัยและพัฒนาเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน เพื่อให้สามารถทำน้ำยางมาแปรรูปในประเทศ การเรียนรู้ของชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นเช่นเดียวกัน เพราะคนทำสวนยางวันนี้ไม่ได้ใช้ข้อมูลความรู้อะไรในการผลิต พ่อค้าบอกให้ใช้ปุ๋ยอะไรก็ใช้ เพราะเขาโฆษณาว่าใช้แล้วได้ผลผลิตสูง โดยไม่ดูว่า ราคาก็สูงมากเช่นเดียวกัน ชาวบ้านทำสวนยางโดยใช้ข้อมูลจากถุงปุ๋ย 

ลุงประยงค์พูดกับเกษตรกรอยู่เสมอว่า พี่น้องครับ พวกเรามักทำอะไรผิดพลาดล้มเหลวเพราะเราทำโดยไม่มีความรู้จริงŽ เราจะมีความรู้จริงถ้าเราขวนขวายหาความรู้ เรียนรู้ต่อเนื่อง ความรู้เท่านั้นทำให้คนหาทางช่วยตนเองได้

การแก้ปัญหายางอยู่ที่วิธีคิด วิธีคิดของรัฐบาล วิธีคิดของชุมชน ของชาวบ้าน คนที่ไปปิดถนนหลายคนโอดครวญว่า รายได้ยางไม่พอใช้ต้องไปทำงานพิเศษ ขณะที่ลุงประยงค์และคนไม้เรียงคิดตั้งนานแล้วว่า ไม่ควรเอาชีวิตไปแขวนไว้กับยางเส้นเดียว ควรทำหลายอย่าง จึงทำโดยไม่โอดครวญ แต่ทำอย่างตั้งใจ 

ประเทศไทยมีดิน น้ำ แดด อุดมสมบูรณ์มาก ปลูกอะไรก็ขึ้น เลี้ยงอะไรก็โต ทางเลือก ทางออกจากปัญหายางพารามีมากมาย ถ้ายังคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม วันหนึ่งก็ต้องไปปิดถนน ปิดทางรถไฟ ไม่มีฝ่ายใดได้จริงๆ มีแต่เสียกับเสีย

Last modified on Friday, 20 September 2013 23:03