Logo
Print this page
Wednesday, 07 August 2013 21:08

ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง Featured

Rate this item
(1 Vote)

สยามรัฐรายวัน 7 สิงหาคม 2556

สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนได้ต้องเปลี่ยนจากฐานราก ชุมชนคือฐานรากของสังคม ถ้าชุมชนเข้มแข็ง สังคมก็จะเข้มแข็ง วันนี้สังคมอ่อนแอเพราะชุมชนอ่อนแอ อยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ถูกครอบงำจากคนที่มีอำนาจมากกว่า มีความรู้มากกว่า มีทุนมากกว่า 

     มีชุมชนจำนวนหนึ่งที่เข้มแข็ง แม้จำนวนไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอเพื่อยืนยันว่า ชุมชนเข้มแข็งไม่มีใครไปครอบงำพวกเขาได้ พวกเขาพึ่งพาตนเองได้ พึ่งพาตนเองแปลว่า คิดเองได้ ตัดสินใจเองได้ เลือกเองได้ ว่าจะอยู่อย่างไร จะเดินไปทางไหน เงินกับอำนาจไม่อาจครอบงำชุมชนเข้มแข็งได้

     การเรียนรู้เท่านั้นทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ อำนาจกับเงินทำให้ชุมชนอ่อนแอ วิ่งหาแต่งบประมาณและโครงการและเงินช่วยให้เกิดการพัฒนาได้ แต่การพัฒนาที่เอาเงินเป็นเป้าหมาย ได้ทำลายชุมชนตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เริ่มต้นด้วยความคิดที่ผิด สิ่งที่ตามมาจึงผิดหมด สับสนเรื่องคุณค่า ความถูกต้อง ดี งาม

     การเรียนรู้ที่ดีทำให้เกิดการพัฒนาจิตสำนึก นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่การท่องตำรา ท่องหนังสือ แต่เป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตตนให้เป็นหนึ่งเดียว การเรียนรู้จึงเกิดผลต่อชีวิตในทันที เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

 

     การเรียนรู้เช่นนี้มีอยู่ในชีวิตจริงตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เป็นการสืบทอด ถ่ายทอด ซึมซับ รับรู้เรียนรู้แบบไม่รู้ตัวบ้าง แบบรู้ตัวบ้าง แม้วันนี้สังคมเปลี่ยนไป เงื่อนไขของการเรียนรู้ที่ดี มีประสิทธิภาพก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไป มีองค์ประกอบที่เหมือนกัน แตกต่างกันบ้างในปัจจัยสิ่งแวดล้อมหรือบริบททางสังคม

     การเรียนรู้ของชุมชนไม่ใช่เพียงแต่การเรียนเพื่อได้ปริญญา แต่หมายถึงการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย เรียนแบบมีการจัดการหรือไม่มีการจัดการ เรียนระยะยาว ระยะสั้น เรียนเป็นหลักสูตรหรือไม่มีหลักสูตร เรียนได้ตลอดชีวิต

     อย่างไรก็ดี ที่จะสรุปต่อไปนี้ เป็นบทเรียนจากการทำงานร่วมกับชุมชนมานาน ได้ประสาน ได้จัดและร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ พอจะสรุปได้ 8 ประการว่า ชุมชนเรียนรู้อย่างไรจึงได้ผล

     1. สนุก  เพราะเรียนเรื่องชีวิต เกี่ยวกับชีวิตจริง เรื่องใกล้ตัว เรียนด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่เครียด ไม่กดดัน ไม่แข่งขันเพื่อเอาชนะ ไม่มีการแพ้คัดออก ไม่ใช่การเรียนที่เป็นทุกข์

     2. ได้ความรู้จริง เพราะได้ปฏิบัติ ทดลองด้วยตนเอง ความรู้จริงมาจากการลงมือทำมากกว่าการนั่งฟังการบรรยาย ซึ่งหากไม่ได้นำไปปฏิบัติ ไม่นานก็ลืม

     3. ได้เพื่อน ได้เครือข่าย เป็นการเรียนรู้ร่วมกับคนอื่น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้สนทนาวิสาสะ ได้เสวนา ได้ถกเถียง จนเกิดความรู้ความเข้าใจ ได้ร่วมมือกันคิดร่วมมือกันทำ ช่วยกันพัฒนา ช่วยกันแก้ปัญหา

     4. ได้กินได้ใช้ เพราะเรียนแล้วได้ผลจนได้กินได้ใช้สิ่งที่ตนได้ทำ เป็นผลที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ทันที ไม่ต้องรอให้เรียนจบหลักสูตรก็ได้รู้รสของการเรียนรู้ที่ดีที่ให้ผลตอบแทนที่ "กินได้" จริง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เรียนแล้ว "ทำเป็น" ไม่ใช่แค่ท่องจำได้ แต่ทำได้จริงมากกว่า

     5. ได้ขาย ได้เงิน การเรียนรู้ที่ดีต้องเรียนให้ครบวงจร ไม่ใช่เพียงทำเป็น ผลิตเป็น แต่รวมถึงการจัดการเป็น เมื่อเหลือกินเหลือใช้ก็ขาย แต่ต้องเรียนรู้การจัดการ การขาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรียนรู้ได้ และต้องเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ จึงจะเรียกว่าเรียนแล้วได้ผลจริง

     6. ได้ความคิด ไม่ได้หมายถึงเพียงแต่ได้รับความคิดต่างๆ มา แต่หมายถึงเรียนแล้วคิดเป็น ถ้าเรียนแล้วคิดเป็นย่อมหมายถึงได้เข้าถึงหัวใจของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายในวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบไทยๆ ที่เน้นการรับรู้ ท่องจำ ซึ่งนำไปสู่การเลียนแบบมากกว่า การเรียนรู้ที่ดีนำไปสู่การคิดเป็น เมื่อคิดเป็น คิดได้ ก็จะมีความเป็นอิสระปลดปล่อยจากการครอบงำ ทำให้คิดอะไรใหม่ๆ ได้อีกมากมาย

     7. ได้วิธีการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้เป็น ช่วยให้เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เริ่มจากการเรียนการตั้งคำถาม เริ่มจากความไม่รู้ความสงสัย ไม่ใช่เริ่มจากการหาคำตอบสำเร็จรูป แต่มาจากการตั้งคำถามเป็น ซึ่งจะนำไปสู่การค้นหาคำตอบใหม่ๆ นำไปสู่การสืบค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ ผู้รู้ นำมาเชื่อมโยงจนเกิดความรู้ความเข้าใจ เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติก็ยิ่งทำให้รู้แจ้งเห็นจริงจนสรุปเป็นหลักการ หลักคิด เป็นปรัชญา เป็นปัญญา

     8. ได้แรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นอะไรที่ล้ำลึกและมีพลัง แรงบันดาลใจเป็นแรงขับจากภายในทำให้คนที่ล้มลุกขึ้นมาเดินหน้าได้ ทำให้คนที่คนที่สิ้นหวังเกิดความหวัง คนที่คิดว่าถึงทางตันเห็นทางออก คนที่คิดว่าตนเองไม่มีอะไรค้นพบศักยภาพหรือสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง

     การปฏิรูปการศึกษาวันนี้ยังพายเรืออยู่ในอ่างเพราะไม่สามารถก้าวข้ามกรอบคิดเดิมๆ ได้ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้การศึกษากับชีวิตสัมพันธ์กัน ที่สำคัญ ยังไม่สามารถทำให้การศึกษากับการเรียนรู้เป็นเรื่องเดียวกันได้

     จึงไม่แปลกถ้าคนอย่างไอนส์ไตน์จะบอกว่า อุปสรรคสำคัญของการเรียนรู้คือการศึกษา หรือในทำนองเดียวกัน คนอย่างศาสตราจารย์กุนเธอร์ ฟัลติน แห่งมหาวิทยาลัยเบอร์ลินบอกว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคของการทำ SME คือ วิชาบริหารธุรกิจ หัวใจของ SME คือ ความคิดสร้างสรรค์ที่วิชาการมักกดไม่ให้เกิด

     การศึกษาแทนที่จะทำให้คนเป็นอิสระ กลับตีกรอบครอบงำ ทำให้คนเป็นเหมือนไม้ในกระถางที่โตไม่ได้เพราะถูกจำกัด ต้องอยู่ในอาณัติของเจ้าของ เขารดก็สดชื่น เขาไม่รดก็เหี่ยวเฉา

 

Last modified on Wednesday, 07 August 2013 23:33
ดร.เสรี

Latest from ดร.เสรี

Media